Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

ศาลอาญาคดีทุจริตฯ นัดฟังพิพากษาคดีของพลทหาร "กิตติธร" เสียชีวิตระหว่างฝึกในค่ายเม็งราย ที่อัยการฟ้อง 2 นายทหารเป็นจำเลยตาม พ.ร.บ.ป้องกันซ้อมทรมานฯ และจะเป็นคดีแรกที่ศาลมีคำพิพากษาตามกฎหมายใหม่ฉบับนี้ 

17 ธ.ค. 2568 ฝ่ายสื่อสารของมูลนิธิผสานวัฒนธรรม แจ้งว่าวันพรุ่งนี้ (18 ธ.ค.) เวลา 09.30 น. ที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ ภาค 5 นัดฟังคำพิพากษาคดีหมายเลขดำที่ ปท 1/2566  พนักงานอัยการ (โจทก์) สั่งฟ้องครูฝึกทหารสองนาย (จำเลย) ในข้อหาร่วมกันกระทำการที่โหดร้าย ไร้มนุษยธรรม ย่ำยีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ตามมาตรา 6 พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. 2565 กรณีกระทำให้พลทหารกิตติธร เวียงบรรพต เสียชีวิตหลังเข้ารับการเกณฑ์ทหาร ที่ค่ายเม็งรายมหาราช เมื่อปี 2566

พลทหารกิตติธร เวียงบรรพต เสียชีวิตหลังเข้ารับการเกณฑ์ทหารใหม่ ผลัดที่ 1/66 ที่ค่ายเม็งรายมหาราช จังหวัดเชียงราย ด้วยภาวะติดเชื้อในกระแสเลือด โดยพนักงานอัยการได้ยื่นฟ้องครูฝึกสองนายด้วยข้อหาตาม พ.ร.บ.ป้องกันซ้อมทรมานฯ ถือได้ว่าเป็นคดีแรกที่เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมภายใต้ พ.ร.บ. ป้องกันและปราบปรามการทรมานฯ ทว่าคดีนี้กลับใช้เวลาถึง 2 ปี กว่าศาลจะมีคำพิพากษาเนื่องจากเลื่อนพิจารณาหลายครั้ง 

มูลนิธิผสานวัฒนธรรมระบุความสำคัญของคดีนี้ว่า อาจเป็นหนึ่งในบรรทัดฐานที่สำคัญในการบังคับใช้ พ.ร.บ. ป้องกันและปราบปรามการทรมานฯ ในการลงโทษเจ้าหน้าที่รัฐที่มีการใช้อำนาจเกินกว่าเหตุอย่างจริงจัง รวมถึงเป็นบรรทัดฐานที่สำคัญในการช่วยปกป้องคุ้มครองผู้เสียหาย อาทิ ทหารชั้นผู้น้อยที่ตกอยู่ภายใต้อำนาจของผู้บังคับบัญชา และไร้ซึ่งอำนาจต่อรองในการเรียกร้องต่อสู้หาความเป็นธรรมให้กับตนเอง ผ่านการใช้กลไกตาม พ.ร.บ. ป้องกันและปราบปรามการทรมานฯ 

ก่อนหน้านี้ ทางด้านนายทหารทั้ง 2 นายในคดีที่เป็นจำเลยได้เคยโต้แย้งในประเด็นเขตอำนาจพิจารณาของศาลว่าคดีนี้เป็นคดีในศาลทหาร ไปจนถึงการร้องถึงศาลรัฐธรรมนูญเพื่อขอให้วินิจฉัยว่า พ.ร.บ. ป้องกันทรมานฯ ที่กำหนดให้คดีต้องฟ้องต่อศาลอาญาทุจริตฯ ขัดกับรัฐธรรมนูญ แต่ศาลรัฐธรรมนูญมีมติไม่รับวินิจฉัยเนื่องเป็นปัญหาเขตอำนาจระหว่างศาล แต่นายทหารทั้ง 2 นายยังคงยืนยันว่าคดีอยู่ในเขตอำนาจของศาลทหารจึงร้องต่อศาลอาญาคดีทุจริตฯ วินิจฉัยและส่งเรื่องให้คณะกรรมการชี้ขาดเรื่องเขตอำนาจศาลพิจารณา

แม้ว่าเบื้องต้นศาลอาญาทุจริตฯ จะยืนยันว่าเป็นคดีในเขตอำนาจของตัวเองตามกฎหมาย แต่ทางด้านศาลทหารโต้แย้งว่าเป็นคดีในเขตอำนาจของตัวเอง เมื่อความเห็นของทั้ง 2 ศาลแย้งกันเรื่องจึงถูกส่งไปที่คณะกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดเขตอำนาจศาล ทั้งนี้คณะกรรมการฯ เห็นว่าคดีของกิตติธรอยู่ในเขตอำนาจของศาลอาญาทุจริตฯ การพิจารณาคดีจึงดำเนินต่อไปในศาลอาญาทุจริตฯ และทั้ง 2 ฝ่ายมีคำแถลงปิดคดีต่อศาลไปเมื่อ 19 พ.ย.ที่ผ่านมา 

 

 

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง