ชุมชนบ้านอ่าวกุ้งย้ำประวัติศาสตร์พิทักษ์ป่าชายเลนกว่า 30 ปี คัดค้านโครงการมารีน่า-ขุดลอกร่องน้ำ หวั่นกระทบสิทธิชุมชนและสิ่งแวดล้อม พร้อมชี้ข้อพิพาทยังไม่มีข้อยุติ แต่ EIA ผ่านความเห็นชอบแล้ว
4 กรกฎาคม 2569 สมัชชาคนจนแจ้งข่าวว่า ชุมชนบ้านอ่าวกุ้ง ตำบลป่าคลอก อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต เผยแพร่บันทึกประวัติศาสตร์การต่อสู้เพื่อปกป้องป่าชายเลนและทรัพยากรชายฝั่งของชุมชน โดยระบุว่าเป็นการบันทึกข้อเท็จจริงก่อนที่ประวัติศาสตร์ของชุมชนจะถูกบิดเบือน พร้อมย้ำว่าการปกป้องป่าชายเลนและอ่าวท่าเลเป็นภารกิจที่ชุมชนยึดถือมาอย่างต่อเนื่องตลอดกว่า 30 ปี
ชุมชนระบุว่า การเคลื่อนไหวเพื่ออนุรักษ์ทรัพยากรชายฝั่งเริ่มต้นตั้งแต่ปี 2535 หลังทรัพยากรทางทะเลและป่าชายเลนในพื้นที่เสื่อมโทรมอย่างหนัก จากการลักลอบทำประมงพาณิชย์บริเวณชายฝั่ง โดยเฉพาะการใช้อวนลากและอวนรุน ส่งผลให้เกิดภาวะ "ทะเลแล้ง" ขณะเดียวกันป่าชายเลนถูกบุกรุกตัดไม้เพื่อเผาถ่านและแผ้วถางพื้นที่ทำนากุ้ง จนชุมชนไม่สามารถพึ่งพิงทรัพยากรธรรมชาติในการดำรงชีพได้
จากสถานการณ์ดังกล่าว ชุมชนบ้านอ่าวกุ้งจึงร่วมกับชุมชนบ้านป่าคลอกและบ้านบางลา จัดตั้งเครือข่ายเพื่อฟื้นฟูและดูแลทรัพยากรชายฝั่ง โดยในปี 2538 ได้จัดกิจกรรมฟื้นฟูป่าชายเลนเป็นครั้งแรก มีนายสุดจิต นิมิตกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตในขณะนั้น เป็นประธานเปิดงาน พร้อมมีหน่วยงานภาครัฐและเอกชนเข้าร่วมเป็นจำนวนมาก ถือเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของการอนุรักษ์โดยชุมชน
ต่อมาเมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2544 ชุมชนได้จัดโครงการป่าชายเลนชุมชนบ้านอ่าวกุ้งเป็นครั้งที่ 2 มีกิจกรรมปลูกป่าชายเลนและติดตั้งป้ายแสดงแนวเขตพื้นที่ป่า โดยมีนายพงศ์โพยม วาศภูติ ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตในขณะนั้น เป็นประธานในพิธีเปิด
ในช่วงเดียวกัน ชุมชนได้จัดตั้ง "กลุ่มอนุรักษ์ป่าชายเลนชุมชนบ้านอ่าวกุ้ง" เพื่อเป็นศูนย์กลางในการบริหารจัดการทรัพยากรชายฝั่ง พร้อมกำหนดกติกาการใช้ประโยชน์พื้นที่ป่าชายเลนร่วมกัน แบ่งพื้นที่ออกเป็นป่าใช้สอยประมาณ 500 ไร่ ทางทิศตะวันตกของคลองบ้านอ่าวกุ้ง และพื้นที่ป่าชุมชนเฉลิมพระเกียรติประมาณ 280 ไร่ ทางทิศเหนือของชุมชน ตั้งแต่กุโบร์บ้านอ่าวกุ้งถึงบ้านหลังแดง
นอกจากนี้ในเดือนกันยายน 2545 ชุมชนบ้านอ่าวกุ้งได้รับคัดเลือกเข้ารับพระราชทานธงราษฎรอาสาสมัครพิทักษ์ป่า (รสทป.) พร้อมเงินรางวัลกองทุนเพื่อการอนุรักษ์ป่าชายเลนจำนวน 200,000 บาท โดยชุมชนระบุว่าเป็นความภาคภูมิใจของคนในพื้นที่ และเป็นการยอมรับบทบาทของชุมชนในการดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติ ขณะที่เครือข่ายชุมชนบ้านป่าคลอกและบ้านบางลาได้รับรางวัลเดียวกันมาตั้งแต่ปี 2543
ทั้งนี้ตั้งแต่ปี 2559 เป็นต้นมา ได้เกิดข้อพิพาทจากโครงการท่าเทียบเรือสำราญและกีฬาอ่าวกุ้งมารีน่า ซึ่งกลุ่มอนุรักษ์ป่าชายเลนชุมชนคัดค้าน เนื่องจากเห็นว่าพื้นที่โครงการบางส่วนทับซ้อนกับพื้นที่สาธารณะที่ชุมชนใช้เป็นเส้นทางสัญจรไปกุโบร์ ลงทะเลทำประมง และใช้ในการดูแลฟื้นฟูป่าชายเลน นอกจากนี้ ยังเห็นว่าโครงการมีความเชื่อมโยงกับโครงการขุดลอกร่องน้ำสาธารณะอ่าวกุ้ง (ท่าเล) ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อพื้นที่ป่าชายเลนที่ชุมชนร่วมกันอนุรักษ์ไว้ และเมื่อวันที่ 21 เมษายน 2569 คณะกรรมการผู้ชำนาญการ (คชก.) ได้ให้ความเห็นชอบรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ของโครงการแล้ว กลุ่มอนุรักษ์ฯ เห็นว่า การพิจารณาดังกล่าวเป็นไปอย่างเร่งรีบ และยังไม่มีการพิจารณาข้อพิพาทด้านสิทธิในที่ดินอย่างรอบด้าน อีกทั้งรายงาน EIA ที่ได้รับจากสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) มีการปกปิดข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับการถือครองและการใช้ประโยชน์ที่ดิน โดยอ้างเหตุผลเรื่องการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลและความลับทางการค้า ทั้งที่ข้อมูลดังกล่าวเกี่ยวข้องกับการใช้ประโยชน์ในพื้นที่ซึ่งอาจทับซ้อนกับที่สาธารณะและมีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม จึงควรเปิดเผยเพื่อให้สาธารณชนสามารถตรวจสอบได้
อย่างไรก็ดีชุมชนบ้านอ่าวกุ้งยืนยันว่า ประวัติศาสตร์การอนุรักษ์ทรัพยากรชายฝั่งที่สั่งสมมากว่า 3 ทศวรรษ คือเหตุผลสำคัญที่ทำให้ชุมชนยังคงยืนหยัดปกป้องป่าชายเลนและอ่าวท่าเลในฐานะสมบัติของแผ่นดิน และเรียกร้องให้ทุกกระบวนการพัฒนาคำนึงถึงสิทธิของชุมชนและความยั่งยืนของทรัพยากรธรรมชาติเป็นสำคัญ
