พรรคประชาชนชวนจับตาให้เวลาท้องถิ่น 3 วันเสนอโครงการใช้งบ 1.57 แสนล้าน หวั่นกลายร่างเป็นโครงการอภิมหาเงินทอน
25 พ.ค. 2568 เพจพรรคประชาชน รายงานว่า จากมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 20 พ.ค. 2568 ให้ทบทวนงบประมาณ 1.57 แสนล้านบาทที่จะใช้สำหรับโครงการดิจิทัลวอลเล็ต เปลี่ยนเป็นแผนสำหรับการขับเคลื่อนเศรษฐกิจแทน อาจจะทำให้ผู้ที่ติดตามการใช้งบประมาณดังกล่าวด้วยความกังวลใจ รู้สึกคลายความกังวลลงได้บ้าง
แต่พอวันต่อมา (21 พ.ค.) กระทรวงมหาดไทยโดยกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นกลับส่งหนังสือด่วนถึงองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ให้เร่งเสนอโครงการที่เกี่ยวข้อง เช่น โครงการเกี่ยวกับการจัดการน้ำ ภายในวันศุกร์ที่ 23 พ.ค. 2568 เวลา 16:00 น. หรือเมื่อวานนี้ เพียง 3 วันหลังมติ ครม. เท่านั้น
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
แม้การให้ท้องถิ่นเสนอโครงการที่เห็นว่าตอบโจทย์พื้นที่ จะเป็นเรื่องที่พอมีเหตุผล แต่คำถามที่ตามมาคือภายในเวลาแค่ 3 วัน รัฐบาลจะได้โครงการแบบไหนเสนอขึ้นมา? จะตอบโจทย์การขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ ณ วันนี้ได้จริงหรือไม่?
หรือทั้งหมดเป็นเพียงกระบวนท่าที่รัฐบาลเคยใช้ก่อนหน้านี้ คือการกำหนดให้ท้องถิ่นเสนอโครงการภายในระยะเวลาสั้นๆ กระชั้นชิดมากๆ จนทำให้มีเพียงบาง อปท. ที่เป็นพรรคพวกกับผู้มีอำนาจที่ “รู้ล่วงหน้า” ยื่นโครงการได้ทัน เป็นพฤติการณ์พิรุธเดิมๆ ในอดีตที่รัฐบาลเคยทำ ไม่ว่าจะเป็น
๐ โครงการฝายดินซีเมนต์ ในงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2567 ที่ให้ อปท. ยื่นโครงการของบประมาณภายใน 12 วัน โดยที่ 90% ของโครงการคือโครงการที่ใช้งบประมาณไม่เกิน 500,000 บาท
๐ แม้แต่เร็วๆนี้ การใช้งบประมาณกลางปี 2568 เมื่อเดือน เมษายนที่ผ่านมา เพื่อแก้ปัญหาภัยแล้งจำนวน 7,404 ล้านบาท ที่ก็มีพิรุธ ที่ในช่วงเวลาที่มีการคาดการณ์จากหน่วยงานจัดการน้ำของรัฐออกมาเองว่ามีแนวโน้มที่น้ำจะเยอะ และ อปท. ที่ได้รับงบประมาณส่วนนี้ก็อยู่ในพื้นที่ที่ไม่ได้มีปัญหาภัยแล้ง โดยที่ 1,000 จากทั้งหมด 2,748 โครงการ เป็นโครงการที่มีวงเงินงบประมาณน้อยกว่า 500,000 บาท (อีกแล้ว)
ซึ่งความพิเศษของโครงการที่มีมูลค่าไม่เกิน 500,000 บาท คือการที่หน่วยงานรัฐเจ้าของโครงการไม่จำเป็นต้องเปิดประมูล ใช้วิธีจัดจ้างแบบเฉพาะเจาะลง หรือก็คือจิ้มเลือกผู้รับเหมาตามใจชอบได้เลย เปิดช่องให้เกิดการทุจริตได้อย่างสะดวก
เราจึงอดตั้งคำถามไม่ได้ ว่าการเปลี่ยนแปลงของดิจิทัลวอลเล็ตเป็นการ “ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ” ที่ออกมาพร้อมคำสั่งหลุดโลกให้ อปท. เสนอโครงการภายใน 3 วัน จะกลายเป็นเพียงฉากหน้าของโครงการอภิมหาเงินทอน ที่เปิดช่องให้บางเครือข่ายหรือผู้รับเหมาที่ถูกล็อกไว้แล้ว เข้าไปตักตวงผลประโยชน์จากภาษีประชาชนอีกหรือไม่?
นี่คือเรื่องที่เราต้องติดตามกันต่อไป เมื่อเริ่มมีการเผยแพร่ข้อมูลของโครงการต่างๆ เหล่านี้ออกมา ซึ่งเราหวังเป็นอย่างยิ่งว่ามันจะไม่เข้าอีหรอบเดิมอีก
ในช่วงเวลาที่ประชาชนต้องดิ้นรนจากเศรษฐกิจที่ซบเซาและไม่แน่นอน รัฐบาลต้องใช้เงินภาษีทุกบาทจากหยาดเหงื่อแรงกายของประชาชนเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างรอบคอบ สร้างการเปลี่ยนแปลงที่จับต้องได้ สร้างงาน สร้างรายได้ให้คนส่วนใหญ่ ไม่ใช่กลายเป็นเงินทอนก้อนโตเข้ากระเป๋าคนไม่กี่คน
