รัฐบาลออกแถลงการณ์ฉบับ 2 กรณีพิพาทไทย-กัมพูชา ยืนยันชัดไทยประกาศไม่ยอมรับในเขตอำนาจของศาลโลกมาตั้งแต่ พ.ศ.2503 จนถึงปัจจุบัน หวังเจรจาไทยกัมพูชาผ่านกลไกการประชุม JBC วันที่ 14 มิ.ย. นี้ที่กัมพูชา กระทรวงการต่างประเทศย้ำประเด็นเขตแดนไทยกัมพูชาถูกแก้ผ่านการทำงานของ JBC มาตลอด 26 ปีที่ผ่านมา สามารถแก้ไขปัญหาสำเร็จในหลายพื้นที่ พื้นที่ ส่วนประเด็นที่กัมพูชาต้องการนำคดีขึ้นสู่ศาลโลกนั้นไทยมีความมุ่งมั่นแก้ปัญหาบนพื้นฐานกฎหมายระหว่างประเทศ และสนธิสัญญาต่างๆ ไทยจะพยายามไม่พาเรื่องไปถึงจุดนั้น
5 มิ.ย. 2568 เวลา 17.00 น. จิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เผยว่า รัฐบาลออกแถลงการณ์ฉบับ 2 กรณีพิพาทไทย-กัมพูชา ระบุ นับตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ปะทะที่บริเวณช่องบก จ.อุบลราชธานี เมื่อวันที่ 28พ.ค. 2568 ทั้งสองฝ่ายได้หารือและตกลงกันที่จะใช้กลไกทวิภาคีที่มีอยู่ในการแก้ปัญหา ได้แก่ คณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม (Joint Border Commission: JBC) คณะกรรมการชายแดนทั่วไปไทย-กัมพูชา (General Border Committee: GBC) และคณะกรรมการชายแดนส่วนภูมิภาค (Regional Border Committee: RBC) บนพื้นฐานของความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างไทย กัมพูชา ซึ่งเป็นผลมาจากการหารือระหว่างผู้บัญชาการทหารบกของทั้งสองฝ่ายเมื่อวันที่ 29 พ.ค. 2568
ทั้งนี้ ตามที่กัมพูชาแสดงความตั้งใจที่จะใช้กลไกของศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (International Court of Justice: ICJ) นั้น ประเทศไทยประกาศไม่ยอมรับในเขตอำนาจของ ICJ มาตั้งแต่ปี พ.ศ.2503 จนถึงปัจจุบัน โดยทั้งสองฝ่ายมีกลไกทวิภาคีในการจัดการประเด็นปัญหาชายแดนอยู่แล้ว ซึ่งเป็นสิ่งที่ได้ตกลงกันตั้งแต่แรก สิ่งที่สำคัญคือ ทั้งสองฝ่ายต้องแก้ไขปัญหาในบริเวณที่มีการกระทบกระทั่งกันเท่านั้น ไม่ขยายประเด็นปัญหาออกไป ซึ่งจะสร้างความซับซ้อนของปัญหามากขึ้น

ในแถลงการณ์รัฐบาลยืนยันไทยไม่ต้องการเห็นฝ่ายใดได้รับความสูญเสียใดๆ และไทยกัมพูชามีกลไกเรื่องเขตแดนอยู่แล้ว กลไกดังกล่าวโดยเฉพาะการทำงานของ JBC ในช่วง 26 ปีที่ผ่านมา ก็มีความคืบหน้าในหลายพื้นที่อย่างเห็นได้ชัด เช่นกรณีสะพานมิตรภาพไทย - กัมพูชา (บ้านหนองเอี่ยน ตำบลท่าข้าม อำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว -และบ้าน สตึงบทตำบลปอยเปต อำเภอโอโจรว จังหวัดบันเตียเมียนเจย) และการก่อสร้างสะพานข้ามพรมแดนแห่งใหม่ ไทย-กัมพูชาที่บริเวณจุดผ่านแดนถาวรบ้านผักกาด จังหวัดจันทบุรี กับบ้านปรม จังหวัดไพลิน กัมพูชา
ประเทศไทยมีความพร้อมที่จะเข้าร่วมการประชุม JBC ในวันที่ 14 มิ.ย. นี้ และหวังว่ากัมพูชาจะแสดงถึงความปรารถนาเช่นเดียวกันในการร่วมมือกับไทยในลักษณะที่สะท้อนเจตนารมณ์ร่วมกันของเราในสันติภาพ เสถียรภาพ และการเคารพซึ่งกันและกัน
ไทยพีบีเอส นิกรเดช พลางกูร อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ แถลงสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ระบุ เป้าหมายของการหารือกันของกระทรวงการต่างประเทศคือ การปกป้องอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของไทยอย่างเต็มที่ ทั้งนี้กระทรวงการต่างประเทศย้ำว่าไทยจะใช้การแก้ไขปัญหาความขัดแย้งด้วยสันติวิธีผ่านการประชุมคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม (JBC) คณะกรรมการชายแดนทั่วไปไทย-กัมพูชา (GBC) และคณะกรรมการชายแดนส่วนภูมิภาค (RBC) ในการประชุม JBC ร่วมกันในวันที่ 14 มิ.ย. นี้ กระทรวงการต่างประเทศ จะใช้กลไก JBC อย่างเต็มที่ ควบคู่กับการใช้ประโยชน์กลไก GBC และ RBC
กระทรวงการต่างประเทศยืนยันว่า กลไก JBC ถูกใช้อย่างมีประสิทธิภาพมาตลอดในช่วงเวลา 26 ปีที่ผ่านมา และแก้ไขปัญหาสำเร็จในหลายพื้นที่ ส่วนประเด็นที่กัมพูชาต้องการนำคดีขึ้นสู่ศาลโลกนั้นไทยมีความมุ่งมั่นแก้ปัญหาบนพื้นฐานกฎหมายระหว่างประเทศ สนธิสัญญาต่าง ๆ เช่น MOU 2543 รวมถึงภาพถ่ายดาวเทียม ย้ำว่าไทยพร้อมเจรจาผ่านกลไกทวิภาคี โดยเฉพาะ JBC GBC และ RBC ไทยไม่ได้ยอมรับเขตอำนาจศาลโลกและจะพยายามไม่พาเรื่องไปถึงจุดนั้น
