แม้ศาลสหรัฐฯ จะมีคำตัดสินจากว่ามาตรการกำแพงภาษีของ “ทรัมป์” ผิดกฎหมาย แต่สงครามการค้าก็ยังคงดำเนินต่อไป โดยที่ศาลอุทธรณ์สหรัฐฯ สั่งให้กลับมาบังคับใช้มาตรการภาษีศุลกากรของทรัมป์เป็นการชั่วคราว ทั้งนี้ก็มีการประเมินว่าถึงแม้ศาลจะระงับมาตรการกำแพงภาษีของทรัมป์ในที่สุด มีโอกาสสูงที่ทรัมป์จะหันมาออกกฎหมายอื่นเกี่ยวกับภาษีที่มีความคลุมเครือมากขึ้น
8 มิ.ย. 2568 ก่อนหน้านี้ศาลพาณิชย์ของสหรัฐฯ ในนิวยอร์กตัดสินว่า มาตรการกำแพงภาษีของทรัมป์ หรือที่ทรัมป์เรียกว่า "ภาษีตอบโต้ทั่วโลก" เป็นมาตรการที่ผิดกฎหมาย นับเป็นการที่ประธานาธิบดีใช้อำนาจเกินขอบเขต และถือเป็นการขัดหลักการรัฐธรรมนูญ นักวิเคราะห์มองว่าคำตัดสินนี้อาจจะเป็นการสั่นคลอนนโยบายของทรัมป์
คำตัดสินของศาลพาณิชย์ยังครอบคลุมไปถึงภาษีศุลกากรก่อนหน้านี้ที่ประกาศใช้เมื่อต้นปี 2568 ที่ผ่านมา ที่นำมาใช้กับ แคนาดา, เม็กซิโก และจีน ด้วย
ทรัมป์อ้างว่าการบังคับใช้มาตรการภาษีของเขาเป็นไปเพื่อดึงดูดให้ภาคการผลิตกลับสู่สหรัฐฯ และเพื่อลดการขาดดุลการค้ากับประเทศอื่นๆ โดยเฉพาะกับจีน ซึ่งทรัมป์มองว่าเรื่องนี้เป็นวิกฤตระดับชาติ
ผู้พิพากษาระบุในคำตัดสินว่าพวกเขาไม่ได้ตัดสินเรื่องนี้บนฐานที่ว่ามาตรการของทรัมป์นั้นได้ผลจริงหรือไม่ แต่ที่ตัดสินยับยั้งมาตรการนี้เป็นเพราะว่ามันละเมิดกกฎหมายสหรัฐฯ
ศาลระบุว่า การที่ทรัมป์อ้างอิงกฎหมายอำนาจเศรษฐกิจฉุกเฉินระหว่างประเทศ หรือ IEEPA ในการแก้ปัญหาสิ่งที่เขามองว่าเป็นภัยระดับชาติในแบบที่ "แปลกและพิเศษ" เช่นนี้ถือเป็นการใช้กฎหมายอย่างไม่ถูกต้อง โดยมองว่าคำสั่ง "ภาษีตอบโต้ทั่วโลก" ของทรัมป์นั้น เป็นการใช้อำนาจเกินขอบเขตจากที่กฎหมาย IEEPA กำหนดให้แก่ประธานาธิบดี
นักวิเคราะห์มองว่า ถ้าหากคำตัดสินดังกล่าวนี้ยังคงมีผลอยู่ก็อาจจะทำให้เกิดปัญหาต่อยุทธศาสตร์ของทรัมป์ ที่ต้องการอาศัยการขึ้นภาษีเพื่อเป็นเครื่องมือต่อรองกับคู่ค้าของตัวเอง นอกจากนี้ยังจะสร้างปัญหาความไม่แน่นอนกับการเจรจาการค้าและข้อตกลงการค้ากับสหภาพยุโรป กับจีน และกับประเทศอื่นๆ ด้วย
อย่างไรก็ตาม แพม บอนดี รัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรมที่ได้รับการแต่งตั้งจากทรัมป์กล่าวว่าการฟ้องร้องในเรื่องนี้ควรจะถูกไม่สั่งฟ้องตั้งแต่แรก เพราะผู้ที่มีสิทธิฟ้องร้องเรื่องเกี่ยวกับการประกาศใช้กฎหมาย IEEPA ควรจะเป็นสภาคองเกรสเท่านั้น ไม่ใช่ธุรกิจเอกชน
คำตัดสินของศาลในครั้งนี้มีที่มาจากการฟ้องร้องของกลุ่มไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใดทางการเมืองที่ชื่อ ศูนย์ลิเบอตีจัสติส โดยที่พวกเขาเป็นตัวแทนของธุรกิจขนาดเล็ก 5 แห่ง ที่ได้รับผลกระทบจากการนำเข้าสินค้าจากประเทศที่เผชิญกับมาตรการภาษีของทรัมป์
แบกมาตรการภาษีต่อด้วยกฎหมายที่กำกวมกว่านี้?
ทว่าในวันถัดจากนั้นคือวันที่ 29 พฤษภาคม 2568 ศาลอุทธรณ์กลางสหรัฐฯ ก็ได้ออกคำสั่งให้มาตรการภาษีศุลกากรของทรัมป์กลับมาบังคับใช้ได้อีกเป็นการชั่วคราว
อย่างไรก็ตามมีการวิเคราะห์ว่า ต่อให้ไม่มีคำสั่งจากศาลอุทธรณ์ตามมา แต่มาตรการภาษีของทรัมป์ก็มีโอกาสสูงมากที่จะยังดำเนินต่อไป
โฮวาร์ด ลุตนิค รัฐมนตรีกระทรวงพาณิชย์ของสหรัฐฯ ได้ประกาศในเชิงไม่ให้ความสำคัญต่อคำสั่งของศาลพาณิชย์ โดยบอกว่ามาตรการขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าประเทศต่างๆ จะ "ยังคงมีอยู่ต่อไป" โดยถ้าหากว่าทรัมป์อุทธรณ์ไม่สำเร็จพวกเขาก็จะหาวิธีอ้างกฎหมายหรืออำนาจเกี่ยวกับภาษีในมุมอื่นๆ เพื่อบังคับใช้มาตรการนี้ต่อไปแทนที่ IEEPA
โมนา พอลเซน ผู้ช่วยศาสตราจารย์ด้านกฎหมายเศรษฐกิจนานาชาติที่วิทยาลัยเศรษฐศาสตร์ลอนดอน ระบุว่า เป็นไปได้ที่รัฐบาลทรัมป์อาจจะอ้างใช้กฎหมายการค้าที่กำกวมกว่านี้เพื่อดำเนินมาตรการตัวเองต่อ
พอลเซนมองว่า ถ้าหากรัฐบาลทรัมป์จะหันไปใช้กฎหมายอื่น ทางเลือกหนึ่งของพวกเขาคือ "มาตรา 338 ของกฎหมายภาษีศุลกากรปีค.ศ. 1930" ซึ่งเป็นกฎหมายที่จะอนุญาตให้ขึ้นภาษีศุลกากรกับประเทศที่ "กีดกันทางการค้าต่อสหรัฐฯ" เพิ่มสูงสุดร้อยละ 50 เทียบกับที่มีอยู่เดิม
เรียบเรียงจาก
Trump’s tariffs ruled illegal: Will this end US trade war?, Aljazeera, 29-05-2025
Federal appeals court temporarily reinstates Trump tariffs, Aljazeera, 29-05-2025
Trump's tariffs are 'not going away' amid legal battles, White House says, USA Today, 01-06-2025
