เครือข่ายนิรโทษกรรมประชาชนรวมตัวที่ลานประชาชน รัฐสภา จับตาการลงมติรับหลักการร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมประชาชนของ สส. โดยสภามีมติไม่รับหลักการร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมประชาชน เห็นชอบ 149 เสียง ไม่เห็นชอบ 306 เสียง งดออกเสียง 20 เสียง และไม่ลงคะแนนเสียง 0 หลังผลการลงมติออกมายิ่งชีพในฐานะผู้ชี้แจงร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ของภาคประชาชนกล่าวว่า ในช่วง 2 – 3 สัปดาห์ที่ผ่านมา ตนเองและทีมก็พอจะรับรู้ว่าร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมประชาชน จะไม่ผ่าน พรรคเพื่อไทย, ภูมิใจไทย, รวมไทยสร้างชาติ ก็ไม่มีทางโหวตรับร่าง พ.ร.บ. ดังกล่าวของภาคประชาชน ซึ่งก็เป็นไปตามคาด แต่ที่ผ่านมาภาคประชาชนได้ทำดีที่สุดแล้วสำหรับยกนี้ เพื่อปูทางไปต่อในยกหน้า และดูว่าในระหว่างทางภาคประชาชนยังเหลือใครร่วมทางด้วย ส่วนใครจะโหวตอย่างไรก็เป็นภาระของคนนั้น
16 ก.ค. 2568 เวลา 10.30 น. ที่ลานประชาชน รัฐสภา เครือข่ายนิรโทษกรรมประชาชน นัดรวมตัวเพื่อจับตาและส่งเสียงสนับสนุนร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมประชาชน เนื่องในสภาผู้แทนราษฎรมีวาระการพิจารณากฎหมายนิรโทษกรรมและลงมติกันในวันนี้
iLaw เมื่อเวลา 12.11 น. สภาผู้แทนราษฎรลงมติไม่รับหลักการร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมประชาชน โดยมีเสียงเห็นชอบ 149 เสียง ไม่เห็นชอบ 306 เสียง งดออกเสียง 20 เสียง และไม่ลงคะแนนเสียง 0 หลังจากการลงมติภาคประชาชนที่จัดกิจกรรมจับตาอยู่ในลานประชาชนยังคงเดินหน้าทำกิจกรรมต่อเนื่องด้วยหวังว่า วันหนึ่งท้องฟ้าจะสดใสและจำเลยคดีทางการเมือง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ม.112 จะได้มีอิสรภาพอีกครั้ง
ภายในงานมีจำเลยคดี ม.112 ทั้งในอดีตและปัจจุบันมาแลกเปลี่ยนความรู้สึกและความเห็นต่อการลงมติดังกล่าว เช่น พอร์ท ไฟเย็น และบี๋ นิราภรณ์ อ่อนขาว หลังจากนั้นผู้ชี้แจงได้แก่ พูนสุข พูนสุขเจริญ, ยิ่งชีพ อัชฌานนท์, เบนจา อะปัญ และพวงทอง ภวัครพันธุ์ มาพูดคุยกล่าวขอบคุณ “เพื่อนร่วมทาง” ทุกคนทั้งที่มาร่วมกิจกรรมในวันนี้และติดตามจากทางบ้าน มีผู้แทนจากพรรคประชาชนและผู้นำฝ่ายค้านมาแลกเปลี่ยนความรู้สึกและจุดยืน
เรื่องที่เกี่ยวข้อง



ยิ่งชีพในฐานะผู้ชี้แจงร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ของภาคประชาชนกล่าวว่า ในช่วง 2 – 3 สัปดาห์ที่ผ่านมา ตนเองและทีมก็พอจะรับรู้ว่าร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมประชาชน จะไม่ผ่าน พรรคเพื่อไทย, ภูมิใจไทย, รวมไทยสร้างชาติ ก็ไม่มีทางโหวตรับร่าง พ.ร.บ. ดังกล่าวของภาคประชาชน ซึ่งก็เป็นไปตามคาดพรรคการเมืองเหล่านั้นก็ไม่โหวตให้ แต่ที่ผ่านมาภาคประชาชนได้ทำเต็มที่แล้ว และทำดีที่สุดแล้วสำหรับยกนี้ เพื่อปูทางไปต่อในยกหน้า และดูว่าในระหว่างทางภาคประชาชนยังเหลือใครร่วมทางด้วย ส่วนใครจะโหวตอย่างไรก็เป็นภาระของคนนั้น
เบนจาระบุเช่นกันว่า พอจะเห็นมาสักพักแล้วว่าจะมีคว่ำไม่รับร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมประชาชน ก็รู้สึกหดหู่ มีแค่เสียงของพรรคประชาชนพรรคเดียวที่โหวตให้ แต่อย่างน้อยประชาชนก็ได้ลงมือกระทำอะไรบางอย่างแล้ว และจะได้รู้ว่าใครที่ยืนอยู่ข้างประชาชน ที่เหลือก็ไปต่อกับพรรคที่กล้าโหวตให้ร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมประชาชน
พูนสุขกล่าวว่า เครือข่ายนิรโทษกรรมประชาชนรวมตัวกันเมื่อปี 2566 เพื่อขับเคลื่อนการนิรโทษประชาชน และดำเนินการรวบรวมรายชื่อเสนอร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมประชาชน ต้นปี 2567 ตอนนั้นรุ้ง ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล ยังร่วมอยู่ด้วย ผ่านมา 2 ปี มีคนต้องหายไปหายคน ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาทุกคนทำเต็มที่มาก ทั้งที่รู้ว่าการโดนคดี ม.112 เป็นไปได้ยากมากที่จะได้รับการนิรโทษกรรม แม้ สส. ส่วนใหญ่จะเห็นถึงปัญหา แต่ก็ยังไม่มีความกล้าพอที่จะโหวตให้และยืนยันว่า ม.112 ควรได้รับการแก้ไขและรวมอยู่ในการนิรโทษกรรม วันนี้เป็นบทพิสูจน์แล้วว่าตอนที่เราอยู่ในสภาเราได้รับความเห็นใจและเข้าใจมากมายจาก สส. แต่สุดท้ายไม่กล้าที่จะโหวตให้ร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมประชาชน ได้ไปต่อในวาระที่ 2 เชื่อว่า สส. ในสภาทุกคนในวันนี้เห็นถึงปัญหาของ ม.112 แต่อาจจะมีความกลัวบางอย่าง พูนสุขทิ้งท้ายว่า คนที่เลือกตัวเองก่อนเป็นอันดับแรกและไม่เห็นใจประชาชนไม่ควรเป็น สส. ด้วยซ้ำ




ในตอนท้ายเครือข่ายนิรโทษกรรมประชาชนได้อ่านแถลงการณ์มีข้อเรียกร้องสามข้อ ที่สำคัญที่สุดคือ ความหวังสำหรับนักโทษการเมืองในคดี ม.112 ที่จะได้ออกจากเรือนจำและพ้นความผิดยังไม่หมดลง เพียงแต่อาจใช้เวลาเพิ่มขึ้น ในระหว่างนี้จึงต้องขอให้ประชาชนที่ยังพร้อมสนับสนุนช่วยกัน “ประคับประคอง” แรงใจและแรงกายของผู้ที่อยู่ในเรือนจำและครอบครัวไปด้วยกันก่อน และเมื่อถึงวันที่มีการเลือกตั้งสส. ครั้งถัดไป ขอให้ประชาชนทุกคนลงคะแนนเลือกเฉพาะพรรคการเมืองที่ลงมติให้นิรโทษกรรมแก่คดีการเมือง “ทุกคดี”


