เผย 'ทักษิณ' ยื่น 'วิษณุ เครืองาม' อดีตรองนายกรัฐมนตรี กำกับดูแลกระทรวงยุติธรรม เป็นพยานไต่สวนคดีชั้น 14 รพ.ตำรวจ ในวันที่ 30 ก.ค. 2568
NBT Connext รายงานเมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม 2568 ว่า ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง มีคำสั่งนัดไต่สวนคดีหมายเลขดำที่ บค.1/2568 กรณีการบังคับโทษนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่มีอัยการสูงสุด และ ป.ป.ช.เป็นโจทย์ยื่นฟ้อง เป็นการไต่สวนพยานนัดที่ 5 ซึ่งช่วงเช้าไต่สวนพยานไปจำนวน 3 ปาก และต่อช่วงบ่ายอีก 3 ปาก ประกอบด้วย พล.ต.ต. สามารถ ม่วงศิริ รองนายแพทย์ใหญ่โรงพยาบาลตำรวจ, พล.ต.ต. ศุภฤกษ์ พัฒนปรีชากุล นายแพทย์ (สบ 7) แพทย์สาขาโรคหัวใจ และ พล.ต.ท.สุรพล เกษประยูร ที่ปรึกษาแผนกศัลยประสาทกระดูก ซึ่งเป็นแพทย์ผู้ทำการผ่าตัดนิ้วล็อคและเอ็นไหล่ขวาฉีกขาดให้นายทักษิณ
โดยแพทย์ที่มาไต่สวนทั้งหมด ครั้งนี้เป็นหมอเฉพาะทางที่ทำการรักษานายทักษิณ ศาลจึงได้สอบถามเกี่ยวกับกระบวนการในการ ผ่าตัดรวมถึงการรักษา อาการหลังการผ่าตัดและระยะเวลาในการพักฟื้น และการเขียนใบความเห็นของแพทย์หรือใบรับรองแพทย์เกี่ยวกับอาการป่วยของนายทักษิณ
ศาลยังสอบถามถึงการให้ความเห็นในใบรับรองแพทย์ เพื่อนำไปใช้ในการขอขยายเวลารักษา 120 วัน โดยพยานปฎิเสธไม่ทราบว่าเป็นใบรับรองแพทย์และไม่ทราบมีการนำไปใช้เพื่อขอขยายระยะเวลาการพักรักษา ทั้งนี้ศาลรับเอกสารเป็นหลักฐานเพิ่มเติมของ นายแพทย์สุรพล เกษประยูร แพทย์ศัลยกรรมกระดูกและข้อ ซึ่งเป็นข้อมูลเกี่ยวกับการรักษาซึ่งเป็นเอกสารภาษาอังกฤษ โดยศาลให้แปลเอกสารเป็นภาษาไทย ภายใน 7 วัน
สำหรับการไต่สวนพยานนัดต่อไปในวันที่ 25 กรกฎาคม เวลา 09:00 น. จะเป็นการไต่สวนตัวแทนจากแพทยสภา ที่ศาลสั่งให้ส่งแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับโรคของนายทักษิณ เบิกความต่อศาล และศาลได้มีคำสั่งอนุญาตตามคำขอของทนายจำเลย เสนอพยานฝ่ายจำเลย 1 ปาก คือ นาย วิษณุ เครืองาม อดีตรองนายกรัฐมนตรี กำกับดูแลกระทรวงยุติธรรม เข้าไต่สวนในวันที่ 30 กรกฎาคม 2568 เวลา 09:30 น.
'ทักษิณ' แจงหมอให้การห้องพักไม่ตรงกัน
ด้าน สำนักข่าวไทย รายงานว่านายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่นายแพทย์โรงพยาบาลตำรวจ เข้าเบิกพยานให้ปากคำกับศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ในคดีชั้น 14 และมีการหลั่งน้ำตาออกมา โดยตอบคำถามว่า เป็นเรื่องที่ตนไม่เข้าใจเหมือนกัน พอหมอรักษาคนหาย ไม่ได้รับรางวัล ต้องหมอรักษาคนตายหรืออย่างไร
ส่วนคำให้การที่ไม่ตรงกันของนายแพทย์ใหญ่โรงพยาบาลตำรวจ ที่ระบุว่าห้องที่พักรักษาตัวเป็นห้องพิเศษ แต่อีกคนกลับระบุว่าเป็นห้องธรรมดา เรื่องนี้ นายทักษิณ นิ่งไปครู่หนึ่ง แล้วระบุเพียงว่า “มันมีช่วง เป็นช่วงของห้องอยู่
