ถึงโค้งสุดท้าย SEA เริ่มจากการคัดค้านนิคมอุตสาหกรรมจะนะ สู่การเตรียมนำเสนอร่างรายงานการประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์ และร่างแผนแม่บทการพัฒนาสงขลา-ปัตตานี มี 8 ประเด็นการพัฒนา 29 กิจกรรม ไม่มีอุตสาหกรรมปิโตรเคมี ปัตตานีเน้นพัฒนาคนและการมีส่วนร่วม สงขลาเพิ่มประสิทธิภาพโครงสร้างพื้นฐานเดิม เน้นกระจายการพัฒนา ปิดข้อกังวลสงขลาได้ประโยชน์มากกว่าปัตตานี
การจัดทำ SEA มีจุดเริ่มต้นมาจากการคัดค้านโครงการนิคมอุตสาหกรรมจะนะ จ.สงขลา มูลค่า 18,680 ล้านบาทของชาวบ้าน ‘เครือข่ายจะนะรักษ์ถิ่น’ และมีข้อเสนอให้มีการประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์ หรือ SEA (Strategic Environmental Assessment) เมื่อปี 2564 วันนี้ การทำ SEA สำหรับแผนแม่บทการพัฒนาเชิงพื้นที่ จ.สงขลาและ จ.ปัตตานี ก็มาถึงโค้งสุดท้ายแล้ว
โครงการนิคมอุตสาหกรรมจะนะเนื้อที่กว่า 16,700 ไร่ อยู่ภายใต้โครงการเมืองต้นแบบ ‘สามเหลี่ยมมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน’ โดยผลักดันอำเภอจะนะ จ.สงขลา เป็น “เมืองต้นแบบอุตสาหกรรมก้าวหน้าแห่งอนาคต” โดยศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) เป็นผู้ขับเคลื่อนหลัก มีผู้ลงทุนหลักเป็นบริษัทเอกชน ได้แก่ TPIPP และ IRPC ซึ่งรัฐบาลอนุมัติโครงการมาตั้งแต่ปี 2562
อย่างไรก็ตาม โครงการนี้ก็ถูกคัดค้านจากประชาชน ภาคประชาสังคมและนักวิชาการอย่างหนัก เพราะเชื่อว่าจะส่งผลกระทบสิ่งแวดล้อม พื้นที่ชายฝั่งทะเล การทำประมงและวิถีชีวิตของชุมชน โดยเฉพาะจากอุสาหกรรมปิโตรเคมี และยังมองว่า โครงการใหญ่ขนาดนี้จะทำการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) และผลกระทบด้านสุขภาพ(EHIA) คงไม่พอ ต้องมีการประเมินผลกระทบในระดับยุทธศาสตร์ด้วย
โดยรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา รับข้อเสนอนี้เมื่อเดือนธันวาคม 2564 และให้ชะลอโครงการนิคมอุตสาหกรรมจะนะไว้ก่อน จนกว่ามีการทำ SEA จากนั้นสำนักงานพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์) รับไปดำเนินการ โดยว่าจ้างมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ตั้งแต่ปี 2565 เป็นต้นมา
ขณะนี้ การทำ SEA สำหรับแผนแม่บทการพัฒนาเชิงพื้นที่ของจังหวัดสงขลาและปัตตานี ดำเนินกระบวนการมาแล้วเกือบ 3 ปี โดยจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นจากภาคส่วนต่างๆ ไปแล้ว 43 เวทีในทั้งสองจังหวัด มีผู้เข้าร่วมจากภาคส่วนต่างๆ ทั้งภาคประชาชน ภาคเอกชน ภาคราชการและภาคประชาสังคม รวมแล้วมากกว่า 3,000 คน
โดยเวทีสุดท้ายจะมีขึ้นในวันที่ 22 สิงหาคมนี้ที่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ คือการปัจฉิมนิเทศ เพื่อนำเสนอร่างรายงาน SEA และร่างแผนแม่บทดังกล่าว เป็นเวทีใหญ่รวมทั้งสองจังหวัดเพื่อให้ผู้เข้าร่วมแสดงความคิดเห็นครั้งสุดท้าย รวมทั้งเป็นวันสุดท้ายของการฟังความคิดเห็นทางออนไลน์ด้วย ทางเพจ SEA สำหรับแผนแม่บทการพัฒนาเชิงพื้นที่ของจังหวัดสงขลาและปัตตานี
ข้อกังวลเรื่องการติดตามและประเมินผล
ดร.สินาด ตรีวรรณไชย ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายบริหารและยุทธศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
ดร.สินาด ตรีวรรณไชย ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายบริหารและยุทธศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เปิดเผยว่า ในเวทีสุดท้ายจะนำเสนอร่างรายงาน SEA และร่างแผนแม่บทฯ ที่เป็นประเด็นสำคัญๆ ให้ผู้เข้าร่วมได้แสดงความคิดเห็น มีประเด็นอะไรตกหล่นบ้าง
จากนั้นหลังปรับปรุงขั้นสุดท้าย ร่างรายงาน SEA และร่างแผนแม่บทฯ ที่เสร็จสมบูรณ์จะส่งให้สภาพัฒน์พิจารณา และนำเสนอต่อคณะรัฐมนตรีต่อไป จากนั้นอาจจะมีการออกแบบกระบวนการติดตามและประเมินผลอีกครั้ง
ส่วนข้อกังวลว่า แผนแม่บทแล้วจะนำไปสู่การปฏิบัติได้จริงหรือไม่อย่างไรนั้น ดร.สินาด กล่าวว่า ในการจัดทำ SEA มีการทำร่างแผนการติดตามและประเมินผลด้วย เพื่อให้หน่วยงานที่รับแผนแม่บทไปจะขับเคลื่อนต่อในเบื้องต้น
แต่อย่างไรก็ตาม ในเวทีมีความเห็นว่าในการติดตามและประเมินผลไม่น่าจะให้หน่วยงานภาครัฐทำอย่างเดียว แต่ควรจะมีอีกกลไกหนึ่งที่มีส่วนร่วมจากภาคเอกชน ภาคประชาชนหรือภาคประชาสังคม ฯลฯ ที่เคยเข้าร่วมกระบวนการ SEA หรือกลุ่มใหม่ๆ ที่เกี่ยวข้องกับแผนแม่บทได้มีส่วนร่วมด้วยในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง เช่น คณะกรรมการหรือคณะอนุกรรมการ
8 ประเด็นการพัฒนา 29 กิจกรรม ไม่มีอุตสาหกรรมปิโตรเคมี
สำหรับการจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ 13 และ 14 สิงหาคมที่ผ่านมา คือเวทีที่ 42(สงขลา) และ 43 (ปัตตานี) มีการรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับแผนงานและกิจกรรมการพัฒนาเชิงพื้นที่ที่เป็นผลสรุปมาจากเวทีที่ผ่านๆ มา รวม 29 กิจกรรม ครอบคลุมทั้งการพัฒนาการเกษตร อุตสาหกรรม การท่องเที่ยว การค้าการคมนาคม การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม การลดความเสี่ยงและผลกระทบจากภัยพิบัติ การจัดการขยะและมลพิษ และการพัฒนาเมือง
สำหรับหัวข้อการพัฒนาอุตสาหกรรม ในเอกสารประกอบการรับฟังซึ่งสรุปมาจากข้อเสนอจากเวทีที่ผ่านมา ได้ระบุกิจกรรมต่างๆที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ อุตสาหกรรมแปรรูปสินค้าเกษตร อุตสาหกรรมแปรรูปยางพารา อุตสาหกรรมไม้และผลิตภัณฑ์จากไม้ อุตสาหกรรมอาหารและอาหารฮาลาล อุตสาหกรรมยา ยาสมุนไพร เวชสำอางค์และอาหารสุขภาพ อุตสาหกรรมเบาและนวัตกรรม และ อุตสาหกรรมพลังงานทดแทน
ปัตตานีเน้นพัฒนาคนและการมีส่วนร่วม สงขลาเพิ่มประสิทธิภาพโครงสร้างพื้นฐานเดิม
โดย ดร.สินาด ตรีวรรณไชย ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายบริหารและยุทธศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เปิดเผยว่า ในเวทีของปัตตานีครั้งล่าสุดว่า มีความเห็นค่อนข้างไปในทิศทางที่เดียวกันคืออยากจะให้พัฒนาปัตตานีอย่างเข้มข้น มีผลในวงกว้างและสร้างการเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจนในด้านการพัฒนา ไม่ใช่ด้านความมั่นคงอย่างเดียว เน้นการพัฒนาแรงงาน ให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมของประชาชนอย่างหลากหลายและครอบคลุมกลุ่มคนเปราะบาง และอื่นๆ ที่เป็นประเด็นเชิงสังคมวัฒนธรรม
ส่วนเวทีของสงขลามีการระดมสมองในหลายประเด็นมากกว่า เนื่องจากสงขลามีโครงการพัฒนาเยอะอยู่แล้ว และมีความขัดแย้งมาก แต่ที่เห็นร่วมกันคือการใช้โครงสร้างพื้นฐานที่มีอยู่ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เช่น นิคมอุตสาหกรรม และเร่งโครงการที่มีอยู่ให้รวดเร็วมากขึ้น เช่น โครงการรถไฟทางคู่ ถนนมอเตอร์เวย์ ด่านชายแดน และการพัฒนาเมืองหลัก เช่น หาดใหญ่ สงขลา หรือเมืองรองอื่นๆ เช่น จะนะ เทพา คาบสมุทรสทิงพระ เป็นต้น
เน้นกระจายการพัฒนา ปิดข้อกังวลสงขลาได้ประโยชน์มากกว่าปัตตานี
อย่างไรก็ตาม ในส่วนของปัตตานีมีข้อกังวลที่ว่าทุกครั้งที่มีแผนพัฒนาที่มีจังหวัดปัตตานีและสงขลารวมอยู่ด้วย สงขลามักได้ประโยชน์มากกว่าทั้งที่ปัตตานีมีปัญหามากกว่า เช่น การอาศัยเงื่อนไขด้านการลงทุนหรือสิทธิพิเศษต่างๆ SEA จะช่วยแก้ปัญหาตรงนี้ได้อย่างไร
ดร.สินาด อธิบายว่า สงขลามีขนาดพื้นที่ จำนวนประชากร รวมทั้งกิจกรรมทางเศรษฐกิจใหญ่กว่าปัตตานี แต่ในการทำแผนแม่บทการพัฒนา เราได้บทเรียนและข้อเสนอแนะที่สำคัญ คือ แม้ว่าปัตตานีจะมีเศรษฐกิจเล็กกว่า และมีปัญหาด้านความมั่นคง ความยากจนและสุขภาพ จะต้องมีความระมัดระวังและไม่หลงลืมประเด็นนี้
“ในการส่งเสริมและการกระจายผลประโยชน์ ปัตตานีจะต้องได้จากแผนแม่บทนี้ และน่าจะเข้าไปส่งเสริมการลงทุนในเรื่องสำคัญๆ ด้วย เพราะฉะนั้นแผนแม่บทนี้จะพยายามให้เกิดภาพจำหรือการกระจายกิจกรรมการพัฒนาที่ทำได้และพื้นที่มีความต้องการค่อนข้างเจนว่า ถ้าลงทุนแล้วประโยชน์ก็จะเกิดขึ้นจริง” ดร.สินาด กล่าว
