ระยะแรกของการพัฒนาอุตสาหกรรม การจ้างงานยังไม่มีแบบแผนแน่ชัด ผู้ใช้แรงงานจึงทำงานหนัก ยาวนานชั่วโมงได้รับค่าจ้างที่ต่ำเป็นอย่างมาก กรรมกรทั่วโลกได้ต่อสู้ให้ได้ค่าจ้างและชั่วโมงการทำงานที่เป็นธรรม จนกลายเป็นกฎหมายแรงงานที่ทำให้การจ้างงานมีแบบแผน ในมิติความสัมพันธ์นายจ้างและลูกจ้าง แต่สำหรับนายจ้างซี่งแสวงหากำไรสูงสุดและสะสมทุนให้มากที่สุดจึงมักหลีกเลี่ยงกฎหมายแรงงาน ด้วยรูปแบบการจ้างงานที่หลากหลายมากยิ่งขึ้นที่เอื้อประโยชน์ให้นายจ้างไม่ต้องรับผิดชอบต่อกฎหมายแรงงาน
พัฒนาการเทคโนโลยีก่อให้เกิดรูปแบบการจ้างงานแบบออนไลน์ ผู้บริโภคได้ติดต่อผู้ให้บริการผ่านแอปพลิเคชันเป็นตัวกลางที่คอยจับคู่ ความต้องการของผู้ขายสินค้าและบริการกับความต้องการของผู้ซื้อสินค้า เจ้าของแพลตฟอร์มได้กำไรจากการหักเก็บค่าใช้บริการจากผู้บริโภคและจ่ายค่าตอบแทนการทำงานให้ต่ำมากที่สุด
การทำงานผ่านแพลตฟอร์มเพิ่มขีดความสามารถในการเข้าถึงงานได้สะดวกรวดเร็ว ไม่มีข้อจำกัดในเรื่องเพศ วัย ทำงานได้ทุกที่ ทุกเวลา จำนวนคนทำงานขยายตัวนับล้านคน คนทำงานเหล่านี้ถูกเรียกว่า “ แรงงานกึ่งอิสระ “ จึงถูกกีดกันออกจากกฎหมายแรงงาน กลายเป็นแรงงานนอกระบบ ไม่มีหลักประกันในรายได้และชั่วโมงการทำงาน หากเจ็บป่วยจากการทำงานไม่มีเงินทดแทนและประกันสังคมเหมือนกับแรงงานทั่วไป
คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ(กสม)วินิจฉัยว่า เมื่อ ผู้ประกอบการแพลตฟอร์มเปิดรับสมัครไรเดอร์เพื่อส่งพัสดุ-อาหาร โดยจ่ายค่าตอบแทน เข้าลักษณะของสัญญาจ้างแรงงาน ไม่ใช่สัญญาจ้างทำของ รวมทั้งข้อเท็จจริงที่ว่า ผู้ประกอบการแพลตฟอร์มมีอำนาจบังคับบัญชาด้วยการกำหนดระเบียบข้อบังคับการทำงาน หากพวกไรเดอร์ไม่ปฏิบัติตามก็จะถูกลงโทษ ไรเดอร์จึงมีฐานะเป็นลูกจ้าง ส่วนผู้ประกอบการแพลตฟอร์มคือนายจ้าง ไม่ว่าจะเรียกชื่อเป็นอย่างอื่นก็ตาม (29.3.2024)
การคุ้มครองแรงงานไรเดอร์และแรงงานแพลตฟอร์ม
ไรเดอร์จำนวนมากเคยทำงานในระบบที่มีแบบแผนแบบเข้มงวดการทำงานมาก่อนจึงเกรงว่า การคุ้มครองแรงงานนั้นจะทำให้การทำงานผ่านแพลตฟอร์มขาดความอิสระ ขาดความยืดหยุ่น ในความเป็นจริงเทคโนโลยีแบบปัญญาประดิษฐ์ของแอปพลิเคชั่นนั้นทำให้เกิดการทำงานแบบยืดหยุ่นในการเลือกที่จะทำงานเวลาใดก็ได้ สถานที่ตรงไหนก็ได้ เลือกที่จะรับหรือปฏิเสธการทำงานได้เช่นเดิมดังนั้นการคุ้มครองแรงงานจึงต้องคุ้มครองแบบยืดหยุ่นและมีความเป็นอิสระการทำงาน เช่น
(1.)ระหว่างการเปิดจนถึงปิดแอปพลิเคชั่น คือชั่วโมงการทำงานที่ต้องได้รับหลักประกันในเรื่องค่าจ้างขั้นต่ำที่คำนวณเป็นรายชั่วโมง ดังนั้นเท่ากับว่ายังมีความเป็นอิสระจะทำงานวันละกี่ชั่วโมงก็ได้
(2)ส่วนค่ารอบการทำงานที่ถูกกำหนดจากจุดเริ่มต้นจนสิ้นสุดการทำงาน คือค่าตอบแทนการทำงานตามระยะทางที่กำหนด จึงต้องคุ้มครองรายได้ขั้นต่ำที่เป็นต้นทุนพลังงานและค่าเสื่อมราคาในอุปกรณ์การทำงานรวมทั้งคุ้มครองไม่ให้บริษัทหักเงินค่าบริการแพลตฟอร์มหรือค่าคอมมิชชั่นเกินไป รวมทั้งการคุ้มครองรายได้ของงานพ่วงให้ได้ค่าตอบแทนที่เป็นธรรมอีกด้วย
การคุ้มครองแรงงานไรเดอร์เช่นนี้อยู่ในอำนาจรัฐมนตรีกระทรวงแรงงานในการออกกฎกระทรวงตามมาตรา 6 พรบ.คุ้มครองแรงงาน 2541 เป็นไปตามการวินิจฉัยและข้อแนะนำของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
การเรียกไรเดอร์ว่าเป็นพาร์ทเนอร์และแรงงานกึ่งอิสระจึงเป็นการบิดเบือนสถานะภาพแท้จริงของแรงงานไรเดอร์ เป็นเพียงการใช้ถ้อยคำใหม่ เพื่อหลีกเลี่ยงกฎหมายแรงงานและความรับผิดชอบทางสังคมของเจ้าของแพลตฟอร์ม ทำให้คนทำงานผ่านแพลตฟอร์มกลายเป็นกลุ่มแรงงานเปราะบางที่ถูกเอาเอารัดเอาเปรียบ ผลก็คือ บริษัทเจ้าของแพลตฟอร์มกำไรมหาศาล เพราะไม่ต้องลงทุนในด้านชีวิตความเป็นอยู่ของแรงงานไรเดอร์ นอกจากนี้แล้วแรงงานไรเดอร์ยังต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายที่เป็นต้นทุนการทำงานเอง เช่น ค่าน้ำมัน ค่าเครื่องแบบ ค่าเสื่อมสภาพ ซ้ำร้ายยังไม่มีการคุ้มครองกรณีอุบัติเหตุจากการทำงานอีกด้วย
ร่างกฎหมายทำลายสิทธิแรงงานแต่กลับเอื้อประโยชน์ธุรกิจแพลตฟอร์ม
ในช่วงของนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ เป็นรัฐมนตรีกระทรวงแรงงาน(2566-2568) ได้มีการยกร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมและคุ้มครองแรงงานอิสระ ขึ้นมา ด้วยเหตุผลที่ต้องการจะคุ้มครองแรงงานแพลตฟอร์ม แต่ทว่า ร่างกฎหมายนี้ไม่ได้มีสาระสำคัญในการคุ้มครองสิทธิประโยชน์ของแรงงานแพลตฟอร์มกล่าวคือ 1. ไม่มีการกำหนดอัตราค่าตอบแทนการทำงานที่เป็นธรรม 2.ไม่มีการคุ้มครองค่ารอบการทำงานและค่าตอบแทนพิเศษ 3.ไม่มีการคุ้มครองเงินทดแทนการเจ็บป่วยและอันตรายจากการทำงาน และ4.ไม่มีการประกันสังคม 5.ไม่สามารถ รวมตัว กันเป็นสหภาพแรงงานและการเจรจาต่อรอง
ร่างพรบ.ส่งเสริมและคุ้มครองแรงงานอิสระยังกำหนดนิยามที่ผิดเพี้ยนไปจากพรบ.คุ้มครองแรงงาน2541 เป็นการทำลายสถานภาพความเป็นลูกจ้างที่มีหลักประกันรายได้และสิทธิแรงงานให้หายไป และกำหนดนิยามใหม่ให้เป็น “แรงงานกึ่งอิสระ” ที่เป็นแรงงานแบบตัวเปล่าเล่าเปลือยไม่มีหลักประกันรายได้และสิทธิแรงงานโดยเรียก แรงงานไรเดอร์ว่าเป็น แรงงานกึ่งอิสระ ที่ไม่มีการคุ้มครองแรงงาน แต่กลับเรียกเก็บเงินจัดตั้งกองทุนที่กระทรวงแรงงานเป็นผู้ควบคุม
ร่างพรบ.นี้จะเก็บเงินจากรายได้อันน้อยนิดของแรงงานแพลตฟอร์มมาจัดตั้ง”กองทุนส่งเสริมและคุ้มครองแรงงานกึ่งอิสระ “ โดยจะเรียกเก็บเงินจากแรงงานแพลตฟอร์มในอัตราร้อยละสาม ของค่าตอบแทนที่ผู้ประกอบอาชีพกึ่งอิสระได้รับแต่ละครั้งนำส่งเข้ากองทุน เพื่อใช้เงินกองทุนนี้ในการคุ้มครองสุขภาพหรือฝึกอาชีพอื่นๆ
เมื่อเป็นเช่นนี้ ร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมและคุ้มครองแรงงานอิสระของกระทรวงแรงงาน จึงเอื้อประโยชน์ให้กับเจ้าของแพลตฟอร์มที่เป็นนายจ้าง เพราะไม่ต้องจ่ายค่าจ้างและสวัสดิการตามกฎหมายแรงงาน ไม่ต้องจ่ายเงินกองทุนทดแทนเพื่อคุ้มครองกรณีเจ็บป่วยหรืออันตรายจากการทำงาน ไม่ต้องจ่ายเงินสมทบประกันสังคม ฯลฯ ส่วนแรงงานแพลตฟอร์มที่เป็นลูกจ้างตามนิยามของกฎหมายคุ้มครองแรงงาน จะกลายสภาพเป็นแรงงานกึ่งอิสระที่เปราะบางและเปล่าเปลือยโดยชอบด้วยกฎหมายของร่างพรบ.ส่งเสริมและคุ้มครองแรงงานอิสระ
แรงงานไรเดอร์เสนอกฎกระทรวงคุ้มครองรายได้
เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2568 สหภาพคนทำงานและตัวแทนแรงงานไรเดอร์ได้เข้าพบรัฐมนตรีกระทรวงแรงงานนายพงศ์กวิน จึงรุ่งเรืองกิจ เพื่อให้ทบทวนร่างพรบ.ส่งเสริมและคุ้มครองแรงงานอิสระและเสนอร่างกฎกระทรวง อาศัยอำนาจตามมาตรา 6 พรบ.คุ้มครองแรงงาน2541 ที่ระบุว่าให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานมีอำนาจออกกฎกระทรวงและประกาศเพื่อปฏิบัติการตามพรบ.คุ้มครองแรงงาน2541 สาระสำคัญกล่าวคือ
1. กำหนดให้เจ้าของแพลตฟอร์มเป็นนายจ้างและให้ผู้ประกองอาชีพกึ่งอิสระที่ทำงานผ่านแพลตฟอร์มเป็นลูกจ้างตามนิยามของพรบ.คุ้มครองแรงงาน 2541
2. เป็นการคุ้มครองค่าจ้างขั้นต่ำระหว่างที่เปิด-ปิดแอปพลิเคชั่นโดย คำนวณตามอัตราค่าจ้างค่าจ้างขั้นต่ำเป็นรายชั่วโมง เป็นการรักษาความเป็นอิสระในเรื่องชั่วโมงการทำงานที่มีหลักประกันรายได้ที่แน่นอน
3. เป็นการคุ้มครองค่ารอบการทำงาน จากจุดเริ่มต้นจนสิ้นสุดการทำงานให้ค่ารอบคำนวณจากค่าเฉลี่ยของค่าพลังงานและค่าเสื่อมเครื่องมือการทำงาน โดยกำหนดไม่ให้เรียกเก็บค่าคอมมิชชั่นจากแรงงานแพลตฟอร์มเกินกว่าร้อยละยี่สิบ
4.คุ้มครองรายได้จากงานพ่วงระหว่างรอบการทำงานให้ไม่ต่ำกว่าร้อยละเจ็ดสิบห้าของค่ารอบการทำงาน
ร่างกฎกระทรวงนี้จะเป็นไปตามบทบัญญัติของพรบ.คุ้มครองแรงงาน ที่ทำให้มีความชัดเจนในการคุ้มครองแรงงานตามลักษณะและรูปแบบการทำงานแพลตฟอร์มที่เปลี่ยนแปลงไป ซึ่งจะทำให้มีการคุ้มครองกรณีเจ็บป่วยและได้รับอันตรายจากการทำงานจากกองทุนทดแทนและประกันสังคมไปด้วย โดยไม่ต้องไปออกกฎหมายใหม่ที่ไปทำลายสิทธิแรงงานแพลตฟอร์ม
ผลงานตราบาปพรรคเพื่อไทย
รัฐมนตรีกระทรวงแรงงานนายพงศ์กวิน จึงรุ่งเรืองกิจ ได้รับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอร่างกฎกระทรวงแรงงานของสหภาพคนทำงานและตัวแทนไรเดอร์เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2568 แต่ปรากฏว่า ยังคงยืนยันจะผลักดันร่างพรบ.ส่งเสริมและคุ้มครองแรงงานอิสระดังกล่าวโดยจะให้ผ่านความเห็นชอบเป็นกฎหมายภายในสามเดือนให้ได้ ทั้งๆที่ร่างกฎหมายนี้ไม่ได้คุ้มครองแรงงานอย่างแท้จริง และเป็นร่างกฎหมายที่เป็นการแบ่งแยกแรงงานออกจากกัน โดยได้รับการคุ้มครองแรงงานไม่เหมือนกัน เท่ากับเป็นการออกกฎหมายคุ้มครองความเปราะบางและตัวเปล่าเล่าเปลือยของแรงงานแพลตฟอร์มอันเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน ตามการวินิจฉัยของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ จึงเท่ากับว่า ร่างพรบ. ส่งเสริมและคุ้มครองแรงงานอิสระของกระทรวงแรงงานจะเป็นตราบาปของของพรรคเพื่อไทย
