'รักชนก' นำทีม กมธ.งบประมาณ หารือ สปส. ปม สตง. ไม่ให้ความเห็นงบประมาณสำนักงานประกันสังคม เหตุมีตัวเลขคลาดเคลื่อน ยังไม่พบการทุจริต เป็นเรื่องความผิดพลาดส่วนบุคคล เปรยเลือกตั้งบอร์ดฯ ยอดลงทะเบียนสูง พร้อมเชิญชวนคนใช้สิทธิเยอะๆ
2 มิ.ย. 2569 เพจเฟซบุ๊ก The Reporters ถ่ายทอดสดออนไลน์วันนี้ เวลาประมาณ 13.26 น. รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน และประธานคณะกรรมาธิการงบประมาณ สภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 27 แถลงข่าวต่อสื่อมวลชน หลังการประชุมกับสำนักงานประกันสังคม เรื่องที่สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน หรือ สตง. ไม่แสดงความคิดเห็นต่องบประมาณของ สปส. เนื่องจากมีข้อผิดพลาด ปัญหาเรื่องแอปพลิเคชันของ สปส. และเชิญชวนประชาชนมาร่วมเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม ในปลายเดือน ก.ย.นี้
รักชนก ศรีนอก (ที่มา สำนักงานประกันสังคม)
รักชนก เผยว่า การหารือมีด้วยกัน 3 เรื่องหลักๆ โดยเรื่องแรกคือ กรณีที่ สตง. ไม่แสดงความเห็นเรื่องงบประมาณสำนักงานประกันสังคม (สปส.) เนื่องจากมีงบประมาณตัวเลขคลาดเคลื่อน โดยเอกสารล่าสุดชี้แจงว่าประกันสังคมยังตามหาสินทรัพย์ไม่เจอทั้งหมด ซึ่งทาง กมธ.งบประมาณ ต้องการสอบถามถึงไทม์ไลน์ว่าสุดท้ายแล้วจะเสร็จสิ้นเมื่อไร การแก้ไขระบบ หรือการตามหาทรัพย์สินกลับมาเข้าระบบตามเดิมจะเป็นอย่างไร
อย่างไรก็ดี จากการประชุมทำให้เข้าใจว่าเรื่องนี้ไม่ได้เกี่ยวกับการทุจริตคอร์รัปชัน แต่เป็นความผิดพลาดส่วนบุคคล (Human Error) ในเรื่องการบันทึกบัญชีที่มีข้อผิดพลาด ซึ่งทางสำนักงานประกันสังคมกำลังดำเนินการเรื่องนี้อยู่ โดยจะทำงานร่วมกันกับ สตง. และส่งรายงานให้ รมต.ทุกเดือน ขณะที่ทาง สส.พรรคประชาชน จะมีการติดตามเรื่องนี้ต่อเนื่อง แต่ยังไม่แน่ใจว่าจะสามารถเสร็จสิ้นเมื่อไร หรืออาจจะต้องเชิญสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินมาร่วมหารือด้วย เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องการบันทึกบัญชี และการบันทึกพัสดุภาครัฐ
ต่อมา สส.พรรคประชาชน กล่าวว่า เรื่องแอปพลิเคชัน “SSO+” ซึ่งมีปัญหาว่าตัวเลขเงินสมทบของผู้ประกันตนหายไป ตัวเลขค่าใช้จ่ายใน 7 กรณีเบิกไม่ได้ หรือตัวเลขมีปัญหาต่างๆ ซึ่งเราได้รับแจ้งว่าจะมีการเรียกค่าปรับผู้รับเหมาในโครงการนี้ โดยการคำนวณเรายังมีข้อถกเถียงในรายละเอียด ซึ่ง กมธ.งบประมาณ มีข้อสังเกตและข้อเสนอแนะว่าให้มีการปรับอย่างตรงไปตรงมา และรักษาผลประโยชน์ของผู้ประกันตนเป็นที่ตั้ง
กาญจนา พูลแก้ว เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม เผยว่า เรื่องค่าปรับจะมีในส่วนการส่งงานล่าช้า และค่าปรับรับเหมาช่วง ค่าเสียหายที่เกิดขึ้น ตอนนี้มีกระบวนการ แต่ตัวเลขยังไม่นิ่ง ซึ่งจะขอไปดู และรายงานต่อประธาน กมธ.งบประมาณต่อไป แต่ยืนยันว่าต้องปรับแน่
รักชนก กล่าวเสริมว่า ส่วนความเรียบร้อยของแอปฯ ทาง สปส. รับปากว่าภายในไตรมาส 3 ของปี 2569 น่าจะเสร็จเรียบร้อยประมาณ 95% แต่ยังไม่ 100% เพราะเราเผื่อไว้ว่าอาจจะมีข้อผิดพลาดเล็กๆ น้อยๆ ที่อาจเกิดขึ้นได้ แต่เรามองว่าภายใน ก.ย. 2569 ตัวเลขจะเป็นปกติ และเกิดความผิดพลาดน้อยลง และเท่าที่เข้าใจคือตอนนี้ปัญหามันน้อยลงไปเรื่อยๆ และทางประกันสังคมเองพยายามเร่งมือในการแก้ไขปัญหา ซึ่งต้องขอบคุณทาง สปส. ที่ให้ความร่วมมือและแก้ไขเป็นอย่างดี
รักชนก กล่าวถึงกรณีการลงทะเบียนเลือกตั้งคณะกรรมการประกันสังคม ตัวแทนฝ่ายผู้ประกันตน และนายจ้าง ที่จะมีขึ้นวันที่ 27 ก.ย.นี้ว่า ยอดลงทะเบียนวันแรก ถือว่าประสบความสำเร็จอย่างมาก เนื่องจากยอดลงทะเบียนมีจำนวนมาก และคาดว่าจะเป็นอัตราลงทะเบียนสูงขึ้นเรื่อยๆ
ทั้งนี้ เมื่อเทียบกับการลงทะเบียนเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมเมื่อปี 2566 มีผู้มีสิทธิลงทะเบียนลงเลือกตั้งประมาณ 11 ล้านราย แต่มีคนลงทะเบียนมาเพียง 900,000 รายเท่านั้น พอเช็กสิทธิจริงๆ เหลือ 800,000 ราย แต่คนมาเลือกตั้งจริงๆ 100,000 คนเท่านั้น
สำหรับตัวเลขฝั่งนายจ้าง มีคนลงทะเบียน 4,000 คน แต่มีคนมาใช้สิทธิประมาณ 1,000 คน จากนายจ้างที่มีสิทธิเลือกตั้งประมาณ 400,000-500,000 ราย
“เราอยากเชิญชวนสื่อ ทุกๆ คนทำข่าวเรื่องนี้ทุกสัปดาห์ จะได้มีคนมาลงทะเบียนเยอะ ๆ และช่วงโค้งสุดท้ายที่จะมีการเลือกตั้ง อยากให้ช่วยกันประชาสัมพันธ์ใช้สิทธิเยอะๆ ถ้าท่านเห็นว่าการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม มันส่งผลต่อความมั่นคงในชีวิตของท่าน มันส่งผลต่อสิทธิประโยชน์ที่ท่านจะได้รับ หรือเลือกไปแล้ว ท่านเห็นจริงๆ ว่ามันเกิดความเปลี่ยนแปลง ก็อยากให้ท่านให้ความสำคัญกับสิ่งนี้” รักชนก กล่าว
รักชนก เผยว่า มีการฝากโจทย์ถึง สปส. 2 เรื่องหลักๆ คือ ก็ฝากท่านเลขาฯ นำไปเป็นนโยบายคืออยากให้มี dashboard แสดงตัวเลขจำนวนคนมาใช้สิทธิเลือกตั้ง ซึ่งทางเลขาฯ สำนักงานประกันสังคมจะรับไปพิจารณาให้ ก็ต้องขอบคุณมาก
เรื่องที่ 2 สืบเนื่องจากเลขาฯ สปส. ท่านเก่า ว่าจะทำเรื่องการเปิดเผยข้อมูลรายงานการประชุมคณะกรรมการประกันสังคม ผลมติการประชุมของบอร์ดประกันสังคม และอนุกรรมการด้านต่างๆ ตอนนี้ความคืบหน้ายังไม่ถึงไหน เราเลยอยากย้ำถึงเลขาฯ อีกครั้งหนึ่งว่าอยากให้นำสิ่งนี้ไปเป็นนโยบาย เพราะมันจะช่วยให้ภาพลักษณ์ประกันสังคมดีขึ้น ก็อยากให้เรื่องการเปิดเผยข้อมูล และทำให้ทุกอย่างโปร่งใส มันจะได้เป็นผลงานของท่านเองด้วย
กาญจนา เผยว่า เรื่อง ‘dashboard’ การเลือกตั้ง เป็นเรื่องที่สำนักงานให้ความสำคัญอยู่แล้ว และก็เรากำลังไปดูประเด็นว่า เราจะสามารถดึงข้อมูลมารายงานได้อย่างไร ซึ่งทุกคนสามารถเข้าไปดูว่ามีผู้ประกันตนเข้ามาใช้สิทธิ หรือนายจ้าง เข้ามาใช้สิทธิเท่าไร ซึ่งมันก็เป็นการกระตุ้นให้ผู้ประกันตนออกมาใช้สิทธิไปในตัว
กาญจนา พูลแก้ว (ที่มา: สำนักงานประกันสังคม)
นอกจากนี้จะมีการประชาสัมพันธ์เป็นระยะ ในกรณีที่ผู้ประกันตนไม่สะดวกไปใช้สิทธิหน่วยเลือกตั้งประจำอำเภอ และต้องการเปลี่ยนหน่วยเลือกตั้ง ซึ่งช่วงลงทะเบียน 1 มิ.ย. จนถึง 15 ก.ค. 2569 สมมติว่าเลือกหน่วยเลือกตั้งไปแล้ว แต่ต้องการเปลี่ยนแปลงสถานที่ ไม่สะดวก เราจะมีการดำเนินการเป็นระยะ และจะมีการทำประชาสัมพันธ์เชิงรุกตามพื้นที่ต่างๆ เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชนให้ได้มากที่สุด
เลขาฯ สปส. ระบุว่า เรื่องการเปิดเผยข้อมูลเราพยายามดำเนินการอยู่แล้ว และข้อสังเกตของประธาน กมธ.งบประมาณ ทาง สปส.จะรับไปดูศึกษาว่าอันไหนที่เราทำได้ เพราะว่าบางเรื่องมันอาจจะมีผลกระทบต่อคนอื่นในที่ประชุม เราก็อึดอัดใจ แต่เราพยายามจะทำทุกอย่างให้เปิดเผย และโปร่งใสให้เต็มที่
เลขาฯ สปส. ระบุว่าการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม ใช้งบประมาณทั้งหมด 275 ล้านบาท แต่ว่าไม่ใช่งบฯ ประชาสัมพันธ์ทั้งหมด มันรวมถึงงบฯ สถานที่เลือกตั้งด้วย ประเด็นคือคณะกรรมการดำเนินการเลือกตั้ง คณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง ตรงนี้เรากระจายให้ กกต.ท้องที่ และก็ในส่วนของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่เข้ามาร่วมดำเนินการ ส่วนใหญ่งบฯ จะเป็นค่าตรงนี้มากกว่า ซึ่งเราจัดที่เลือกตั้ง 1 หน่วยเลือกตั้งต่อ 1 อำเภอ
ส่วนเรื่องการลงทะเบียนใช้สิทธิเลือกตั้งวันแรก มีผู้เข้ามาลงทะเบียนประมาณ 1 แสนกว่าราย ซึ่งเป็นเพราะสื่อต่างๆ และที่เราพยายามทำ ตื่นตัวมากขึ้น ถือว่าเป็นนิมิตรหมายอันดีที่มีคนเข้ามามีส่วนร่วมมากขึ้น เพื่อทำให้ความโปร่งใส และการดำเนินการประกันสังคมดีมากขึ้นเรื่อยๆ
ต่อประเด็นที่สื่อถามว่ากังวลหรือไม่ที่ถูกตรวจสอบจาก กมธ.งบประมาณ กาญจนา มองว่า ไม่ได้เป็นกังวล เพราะว่าเราชี้แจงบนข้อเท็จจริง แต่บางเรื่องเราไม่ได้ชี้แจงได้ทั้งหมด เพราะว่าเราไม่ได้อยู่ในยุคนั้น ดังนั้น สิ่งที่เราพยายามทำ คือพยายามเคลียร์สิ่งที่ชัดเจนที่สุด ก็เป็นภายใต้กรอบอำนาจหน้าที่ และ พ.ร.บ.ให้ตรงที่สุด และมองว่า การที่ รักชนก มีข้อสังเกตต่างๆ มันเป็นเหมือนมุมมองจากภายนอก มองเข้ามาในประกันสังคม ถือว่าเป็นประโยชน์กับ สนง.ในการปรับปรุงมากกว่า
รักชนก มองว่า เธอไม่เคยมองข้าราชการเป็นคู่ขัดแย้ง และต่อให้ข้าราชการไม่อยากจะทำ แต่ก็ไม่มีสิทธิที่จะไปต้านทานอะไรได้ ดังนั้น เราก็บอกว่าตรงไปตรงมา ถ้าเราขอข้อมูลไป ก็ขอให้ท่านส่งข้อมูลให้เรา และเราจะเป็นหลังพิงให้กับท่าน และเราก็จะได้เข้าใจบทบาทของแต่ละคน และเราอยากร่วมมือกันทำงานไปอย่างราบรื่น ไม่อยากให้กลับไปเป็นภาพบรรยากาศเดิม
ต่อกรณีที่สื่อถามว่าจะสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ประกันตน ต่อสำนักงานประกันสังคมได้อย่างไร รักชนก มองว่า ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับสำนักงานประกันสังคมที่ผ่านมา ประกันสังคมยังคงเป็นประกันในรูปแบบที่คุ้มค่ามากที่สุด ท่านอาจจะกังวลเรื่องการรักษาพยาบาลที่อาจจะยังน้อยอยู่ แต่ช่วงที่ผ่านมาก็มีการขยายสิทธิประโยชน์มากขึ้น
"อยากจะบอกว่ามันคือเบาะพิง หรือเบาะรอง ในวันที่ผู้ประกันตนประสบอุบัติเหตุ หรือเจอเรื่องไม่คาดฝัน ต้องตกงาน หรือมีอีก 1 ชีวิตเกิดขึ้นมาในครอบครัว มีลูก หรือทุพลภาพขึ้นมา มันจะเป็นเสมือนเบาะรอง ที่เมื่อล้มลงไปแล้ว ผู้ประกันตนจะไม่เจ็บมาก มันอาจจะไม่ใช่เงินมากมายมหาศาลที่ทำให้ตั้งตัวได้ แต่มันเป็นเงินที่ทำให้หายใจหายคอ วันที่ตกงาน ท่านจะได้รับเงินว่างงานระหว่างหางานถัดไป เงินบำนาญชราภาพในยามเกษียณ
"ประกันสังคมจะเป็นหลังพิงสุดท้ายที่ดีมากๆ ไม่ว่าจะเชื่อมั่นหรือไม่กับการบริหารกองทุนฯ แต่เราอยากให้ท่านส่งต่อ เพื่อให้บั้นปลายของชีวิตทุกคนจะได้มีเบาะรองตรงนี้ไปใช้ ในส่วนของฝ่ายการเมือง ในฐานะกรรมาธิการติดตามงบประมาณ จะขอยืนยันว่าเราจะพยายามทำทุกวิถีทาง ที่จะยืดระยะเวลาการล่มสลายของกองทุนออกไป เพื่อให้ทุกท่านมีความมั่นคงในชีวิต" รักชนก กล่าว
