สื่อ The Irrawaddy ของพม่ารายงานว่า ‘อองซานซูจี’ สุขภาพทรุดหนัก ในเรือนจำรัฐบาลทหาร บุตรชายของเธอเรียกร้องให้ประชาคมโลกช่วยเรียกร้องให้เธอได้รับการปล่อยตัวโดยเร็ว

ที่มาภาพ: The Irrawaddy
สื่อ The Irrawaddy รายงานเมื่อวันที่ 5 กันยานยน 2568 ว่า อองซานซูจี อดีตผู้นำรัฐบาลพลเรือนของพม่า อายุ 80 ปี สุขภาพทรุดลงอย่างมากจากโรคหัวใจ ขณะอยู่ในเรือนจำของรัฐบาลทหาร บุตรชายของเธอเรียกร้องให้ประชาคมโลกช่วยเรียกร้องให้เธอได้รับการปล่อยตัวโดยเร็ว
คิม แอริส บุตรชายของอองซานซูจี แสดงความกังวลว่า "เป็นเรื่องที่น่ากังวลใจอย่างยิ่งเมื่อได้ยินว่าสุขภาพของแม่ของข้าพเจ้าพลิกผันทรุดลง" ทั้งนี้ เขาเปิดเผยว่าสิ่งที่มารดาเขาต้องการ และได้เคยร้องขอไปแล้ว คือการได้พบกับแพทย์โรคหัวใจจากนอกเรือนจำ แม้ยังไม่ได้รับการยืนยันว่าข้อเรียกร้องได้รับการตอบสนองหรือไม่
บุตรชายของอองซานซูจียังกล่าวด้วยว่าการปรนนิบัตรต่อมารดาของเขาโดยรัฐบาลทหารนั้น "โหดร้ายทารุณ อันตรายต่อชีวิต และไม่อาจยอมรับได้" รวมถึงขาดความโปร่งใสและปราศจากเมตตาธรรมอย่างน่าตกใจ ทั้งนี้ เขาขอเรียกร้องให้ประชาคมโลกเข้าช่วยเหลือ เพื่อให้มารดาของเขาไดัรับการปล่อยตัวโดยเร็ว
“เธออายุ 80 แล้ว และต้องการการรักษา สำคัญที่สุดคือเธอต้องการถูกปล่อยตัว และไม่ต้องการเป็นนักโทษทางการเมือง จากการยืนหยัดเพื่อประชาธิปไตยและเสรีภาพของประเทศของเธออีกต่อไป"
อดีตรัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศของอังกฤษ วิลเลียม เฮก ร่วมแสดงความกังวลระบุว่า "เป็นเวลาที่เหมาะสมอย่างยิ่งแล้วที่อองซานซูจีควรจะได้รับการปล่อยตัว และเป็นความจำเป็นเร่งด่วนในทางศีลธรรมและมนุษยธรรมอีกด้วยที่เธอควรได้เข้าถึงการรักษาทางการแพทย์อย่างเหมาะสมโดยทันที"
อองซานซูจี ผู้นำพรรคสันนิบาตชาติเพื่อประชาธิปไตยถูกควบคุมตัวในห้องขังเดี่ยวตั้งแต่การรัฐประหารของ พล.อ. อาวุโส มินอ่องหล่าย เมื่อ ก.พ. 2564 นับเป็นครั้งที่ 4 แล้ว ที่เธอถูกจองจำโดยรัฐบาลทหารพม่าหลายยุคหลายสมัย ตั้งแต่ พ.ศ. 2532 รวมเวลาที่อยู่ในเรือนจำจนถึงปัจจุบันทั้งหมด 19 ปีเต็ม
เมื่อไม่นานมานี้ รัฐบาลทหารพม่าสั่งจำคุกเธอเป็นเวลากว่า 27 ปี ในข้อหาทุจริตซึ่งถูกวิจารณ์จากหลายฝ่ายว่าเป็นการดำเนินคดีที่กุขึ้น และถูกผลักดันด้วยแรงจูงใจทางการเมือง เมื่อกลาง มิ.ย. ที่ผ่านมา จ่อซวาโม บรรณาธิการบริหารของอิรวดียกย่องอองซานซูจีในบทความของเธอว่าเป็นสตรีที่นายพลพม่าไม่สามารถเอาชนะได้
นอกจากอองซานซูจีแล้ว ยังมีผู้นำของพรรคสันนิบาตชาติเพื่อประชาธิปไตยซึ่งมาจากการเลือกตั้งอีกหลายคนถูกตัดสินจำคุกด้วย บางคนเสียชีวิตขณะถูกควบคุมตัวหรือถูกปล่อยตัวในช่วงวิกฤติก่อนการเสียชีวิตเพียงไม่กี่ชั่วโมง
สมาคมช่วยเหลือนักโทษการเมืองระบุว่า นับตั้งแต่รัฐบาลเป็นต้นมา มีผู้ถูกจับกุมหรือกักขังแล้ว 29,628 คน และมีผู้เสียชีวิตแล้ว 7,182 คน จำนวนนี้เป็นเด็ก 890 คน และผู้หญิง 1,806 คน
