สื่ออิรวดีของพม่ารายงานว่า ฝ่ายทางการจีนที่รับผิดชอบเกี่ยวกับพม่ามีความกังวลเกี่ยวกับปัญหาสุขภาพของอองซานซูจี แต่ภายในยังคงมีความเห็นต่างว่าควรดำเนินการอย่างไร
แหล่งข่าวของสื่อพม่าระบุว่า ฝ่ายทางการจีนที่รับผิดชอบเกี่ยวกับพม่าดูเหมือนว่าจะมีความเห็นแบ่งออกเป็นสองฝ่าย ฝ่ายหนึ่งเห็นว่าอองซานซูจีควรถูกนำตัวมารักษาที่กรุงปักกิ่ง ขณะที่อีกฝ่ายหนึ่งเห็นว่าไม่ควรเข้าไปเกี่ยวข้อง
เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว คิม อาริส บุตรชายของอองซานซูจีได้ออกมาเรียกร้องให้ปลดปล่อยแม่ของเขาจากการถูกควบคุมตัว “ที่โหดร้ายและเป็นอันตรายต่อชีวิต” ของรัฐบาลทหารโดยทันที เนื่องจากอองซานซูจีกำลังสุขภาพทรุดลงอย่างต่อเนื่องจากปัญหาโรคหัวใจ และต้องการความช่วยเหลือทางการแพทย์อย่างเร่งด่วน
ซินมาอ่อง รมต. ต่างประเทศของรัฐบาลเอกภาพแห่งชาติพม่า (NUG) ของฝ่ายต่อต้านทหาร ให้สัมภาษณ์กับสื่ออิรวดีว่า NUG ทราบดีถึงความกังวลของจีนเกี่ยวกับสุขภาพที่ทรุดลงของอองซานซูจี และรู้สึกขอบคุณที่ฝ่ายทางการจีนบางส่วนต้องการนำตัวอองซานซูจีไปรักษาตัวที่ปักกิ่ง
เธอเสริมว่า “ในฐานะกัลยาณมิตรของพม่า จีนควรกดดันรัฐบาลทหารพม่า” ให้ปฏิบัติต่ออองซานซูจีตามหลักมนุษยธรรม เพราะขณะนี้เธออายุ 80 ปี และถูกตัดขาดจากโลกภายนอกมากว่า 5 ปีแล้ว แม้แต่สมาชิกครอบครัวก็ไม่สามารถติดต่อหรือเข้าพบได้
หลังอองซานซูจีถูกจับในปี 2564 มีรายงานว่าทางการจีนเคยขออนุญาตส่งคณะทูตเพื่อเข้าพบอองซานซูจี เนื่องจากเธอมีบทบาทสำคัญในการเมืองของพม่า แต่คำขอไม่เคยได้รับการอนุมัติจากรัฐบาลทหาร
ขณะที่ยังเป็นผู้นำฝ่ายค้าน อองซานซูจี ได้เดินทางเยือนกรุงปักกิ่งและเข้าพบประธานาธิบดีสีจิ้นผิง ไม่กี่เดือนก่อนการเลือกตั้งในปี 2558 น่าสังเกตว่าการที่จีนเชิญผู้นำฝ่ายค้านของต่างประเทศให้เข้าพบกับผู้นำของตนเองเป็นสิ่งที่พบเห็นได้ไม่บ่อย
ในช่วงที่อองซานซูจีดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีตั้งแต่ปี 2559 จนถึงการรัฐประหาร เธอได้เดินทางเยือนจีนถึงสามครั้ง และได้พบกับประธานาธิบดีสีจิ้นผิงในการเยือนทุกครั้ง
สีจิ้นผิงเดินทางเยือนพม่าอย่างเป็นทางการในปี 2563 ระหว่างการเดินทาง อองซานซูจีเป็นประธานในการลงนามบันทึกความเข้าใจระหว่าง 33 ภาคส่วน (MOU) ในฐานะส่วนหนึ่งของโครงการระเบียงเศรษฐกิจจีน-พม่า ซึ่งเป็นโครงการหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทางของจีนในพม่า
สถานการณ์สุขภาพของอองซานซูจีเป็นประเด็นที่ชาติอื่นๆ ให้ความสนใจเช่นกัน นักการทูตจากประเทศในเอเชียที่ประจำอยู่ในย่างกุ้งบางคนระบุว่ากำลังพยายามค้นหาข้อมูล เท่าที่ทราบจากแหล่งข้อมูลทางอ้อมต่างๆ เข้าใจว่าอย่างน้อยในขณะนี้ดูเหมือนสุขภาพของเธอจะยังอยู่ในระดับพอใช้ แต่เมื่อพิจารณาถึงอายุของเธอแล้ว อีกไม่นานเธออาจจำเป็นต้องเข้ารับการรักษา หรือต้องให้คนนอกเข้าเยี่ยม หรือต้องได้รับการปล่อยตัวโดยเร่งด่วนอย่างแน่นอน
รัฐบาลทหารพม่ายืนยันอองซานซูจีไม่ได้ป่วย
หลังบุตรชายของอองซานซูจีออกมาเรียกร้องให้มีปล่อยตัวผู้เป็นมารดาผ่านสื่อนานาชาติ NUG ได้เรียกร้องให้ประชาคมโลกและรัฐบาลต่างๆ สนับสนุนให้อองซานซูจีได้รับการรักษา
ขณะที่สถานทูตของประเทศต่างๆ ในย่างกุ้งก็กำลังพยายามหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับสุขภาพของเธอ วิลเลียม เฮก อดีตรัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศของอังกฤษ ได้ออกมาเรียกร้องให้เธอได้รับการปล่อยตัวเช่นกัน อย่างไรก็ตาม รัฐบาลทหารดูเหมือนจะไม่ผ่อนปรนท่าทีต่ออองซานซูจีแม้แต่น้อย
เสาร์ที่ 8 ก.ย. 68 พลโทซอมินตุน หัวหน้าทีมข้อมูลสภาความมั่นคงและกลาโหมแห่งชาติ และโฆษกรัฐบาลทหารพม่าออกมาปฏิเสธว่ารายงานเกี่ยวกับปัญหาสุขภาพของอองซานซูจีไม่เป็นความจริง พร้อมระบุว่า “อองซานซูจีสุขภาพแข็งแรงดี”
พลโทซอมินตุนกล่าวอีกว่ารายงานสถานการณ์สุขภาพของอองซานซูจีจัดทำขึ้นโดย บุคคลที่ “ขัดขวางการพัฒนาของพม่า” และมีวัตถุประสงค์เพื่อกลบข่าวที่ พล.อ. อาวุโส มินอ่องหล่าย ผู้นำรัฐบาลทหารพม่า ได้มีโอกาสเข้าร่วมการประชุมระดับสูงกับจีน รวมถึงการประชุมองค์การความร่วมมือเซี่ยงไฮ้ และการรำลึกชัยชนะของจีนในสงครามโลกครั้งที่ 2 เนื่องในโอกาสครบรอบ 80 ปี
หลังรัฐประหารยึดอำนาจในปี 2564 รัฐบาลทหารพม่าสั่งจำคุกอองซานซูจี 27 ปี แม้มีรายงานเบาะแสจากหลายฝ่าย แต่ยังไม่มีใครสามารถยืนยันได้ว่าปัจจุบันว่าเธอถูกคุมขังอยู่ที่ใด
นักวิเคราะห์บางส่วนแสดงความกังวลว่ารัฐบาลทหารพม่าอาจกักขังหน่วงเหนี่ยวเธอตลอดชีวิต
อ้างอิงจาก:
