“ภูมิใจไทย” มาตามสัญญา รวมรายชื่อพรรคร่วมรัฐบาลยื่นวันนอร์ ขอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ม.256 เปิดทางให้มี สสร. ผ่านตัวแทนจังหวัดและผู้เชี่ยวชาญด้านต่างๆ พริษฐ์ โฆษกพรรคประชาชน แนะโมเดล สสร. พรรคภูมิใจไทย-พรรคเพื่อไทย ควรเปิดให้ประชาชนมีส่วนร่วมให้มากกว่านี้ ป้องกันการผูกขาดกินรวบ สสร.
24 ก.ย. 2568 ที่อาคารรัฐสภา พรรคภูมิใจไทย นำโดยแนน บุณย์ธิดา สมชัย สส. อุบลราชธานี พรรคภูมิใจไทย และกรวีร์ ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย เข้ายื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 256 ต่อวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร
แนนกล่าวว่า ในนามพรรคร่วมรัฐบาลได้มายื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ตามมาตรา 256 ซึ่งมี 100 กว่ารายชื่อที่รวบรวมมา เพื่อเสนอประธานสภาบรรจุลงระเบียบวาระต่อไป และเป็นประเด็นที่พรรคภูมิใจไทยส่วนหนึ่งได้มีการนําเสนอไปแล้ว และวันนี้ก็มีการยื่นเป็นที่เรียบร้อยแล้ว รอเพียงการบรรจุเข้าระเบียบวาระ เพื่อพิจารณาพร้อมๆ กับของพรรคอื่นๆ ต่อไป
สำหรับสาระสำคัญหลักๆ เป็นเรื่องที่มาของสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) ที่จะมีสัดส่วนทั้งการเลือกโดยรัฐสภา ซึ่งสมัครผ่านตัวแทนจังหวัด และอีกส่วนหนึ่งจะเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านต่างๆ เช่น นิติศาสตร์ รัฐศาสตร์ ผู้ที่เคยร่างรัฐธรรมนูญ ร่าง สสร. หรือผู้เชี่ยวชาญรัฐธรรมนูญด้วย ส่วนจะเอาร่างของพรรคใดเป็นร่างหลักนั้น คงต้องมีการพูดคุยกันอีกครั้งหนึ่ง แต่ในวันนี้พรรคภูมิใจไทยพร้อมยื่นตามที่ได้ให้สัญญาไว้ ว่าจะทำเรื่องนี้ ซึ่งไม่ใช่สัดส่วนเฉพาะพรรคภูมิใจไทย แต่เป็นพรรคร่วมรัฐบาลทุกพรรคที่ร่วมลงชื่อ

ภาพ กรรมกรข่าว
ด้านพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ และโฆษกพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนถึงกรณีที่พรรคภูมิใจไทยเสนอโมเดลตั้ง สสร. โดยให้ผู้สนใจสมัครเข้ามาและให้รัฐสภาคัดเลือกว่า ร่างรัฐธรรมนูญฉบับพรรคประชาชนได้ยื่นกับประธานรัฐสภาไปแล้ว แต่ร่างของพรรคเพื่อไทยและพรรคภูมิใจไทยตนยังไม่เห็น แต่ได้ทราบถึงรายละเอียด ซึ่งมีข้อสังเกต 2 ข้อ ต่อร่างของทั้ง 2 พรรคการเมือง
ข้อสังเกตแรก ต้องการให้ประชาชนมีส่วนร่วมได้มากที่สุด ตราบเท่าที่ไม่ขัดต่อคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ โดยเห็นว่าโมเดลของพรรคภูมิใจไทยและพรรคเพื่อไทยควรเปิดให้ประชาชนมีส่วนร่วมให้ได้มากกว่านี้ ซึ่งเห็นว่าพรรคเพื่อไทยมีการเปิดให้ประชาชนเลือกตั้งผู้แทน 200 คน ก่อนจะให้รัฐสภาเลือก แต่อีกส่วนที่มาจากวิชาชีพต่างๆ ตนเข้าใจว่าประชาชนไม่ได้มีส่วนร่วมในการเลือกหรือออกเสียงเลย ขณะที่พรรคภูมิใจไทย ตามข้อมูลที่ปรากฏเมื่อวานนี้ (22 ก.ย. 2568) เห็นได้ว่าใช้วิธีการเปิดรับสมัคร โดยที่ประชาชนไม่ได้มีส่วนร่วมในการคัดสรรรายชื่อที่จะส่งต่อมาที่รัฐสภา จึงอยากเห็นการมีส่วนร่วมของประชาชนมากกว่าที่เป็นอยู่
ข้อสังเกตข้อที่สอง ต้องการทำให้ความเสี่ยงของการที่ฝ่ายใดจะกินรวบหรือผูกขาด สสร. หรือคณะกรรมาธิการยกร่างมีความเสี่ยงต่ำที่สุด หัวใจของเรื่องนี้คือการออกแบบวิธีการให้รัฐสภาคัดเลือกผู้สมัครหรือผู้ที่ถูกสรรหาอย่างไร ซึ่งโมเดลของพรรคประชาชนคณะกรรมาธิการยกร่างจะให้รัฐสภาคัดจากตัวแทนที่ประชาชนเลือกมา 70 คน ให้เหลือ 35 คน แต่วิธีการคัดเลือกให้แบ่งตามสัดส่วน สส., สว. และพรรคการเมือง
