Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

'กรมพระศรีสวางควัฒนฯ' เปิด 'กองทุนหทัยทิพย์' มอบทุนตั้งต้น 1 ล้าน ช่วยเหลือและบรรเทาความทุกข์ยากของทหารแนวหน้าและประชาชน เห็นควรสนับสนุนการสร้างกำแพง-บังเกอร์ตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชาเพื่อความปลอดภัย ด้าน 'ณัฐพล' ซาบซึ้ง แต่ขอใช้งบประมาณแผ่นดินเป็นหลัก

 

26 ก.ย. 2568 ยูทูบ “NEWSNBT2HD” และสื่อ TOP News รายงานข่าวพระราชสำนักประจำวันที่ 24 ก.ย. 2568 รายงานว่า 11.55 น. ที่มูลนิธิจุฬาภรณ์ เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ทรงเปิดโครงการ "กองทุนหทัยทิพย์" ภายใต้มูลนิธิจุฬาภรณ์ ซึ่งมีดำริให้จัดตั้งขึ้น และทรงรับเป็นประธานบริหารกองทุนฯ ทั้งพระราชทานทุนจำนวน 1 ล้านบาท เพื่อเป็นทุนตั้งต้นในการขับเคลื่อนการดำเนินงาน และจะแสวงหาทุนมาสมทบเพิ่มเติมอีกจำนวน 20 ล้านบาท เพื่อให้กองทุนฯ สามารถเริ่มดำเนินกิจการต่างๆ ได้อย่างรวดเร็ว

ทั้งนี้ กองทุนหทัยทิพย์ ภายใต้มูลนิธิจุฬาภรณ์ เกิดขึ้นจากพระมหากรุณาธิคุณ และปณิธานอันแน่วแน่ของเจ้าฟ้าหญิงจุฬาภรณ์ฯ ที่ทรงมุ่งมั่นสร้างความเจริญมั่นคง และสร้างความผาสุขแก่ประเทศชาติ และประชาชนชาวไทย และในยามที่ประเทศเผชิญวิกฤตโดยเฉพาะสถานการณ์ชายแดน เพื่อบรรเทาความทุกข์ยาก และความเดือดร้อนของเหล่าทหารที่ปฏิบัติภารกิจป้องกันตามแนวชายแดน และประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากความไม่สงบในพื้นที่ ให้สามารถดำเนินชีวิต และก้าวผ่านวิกฤตครั้งนี้ไปได้อย่างปลอดภัยในเร็ววัน

สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ฯ มีพระดำรัสเปิดกองทุนหทัยทิพย์ ความตอนหนึ่งว่า “กองทุนหทัยทิพย์ เป็นความตั้งใจของข้าพเจ้า ที่จะให้การสนับสนุนการดำเนินงานของภาครัฐและเอกชนในการป้องกันและแก้ไขปัญหาวิกฤตความมั่นคงและความปลอดภัยของประชาชนและประเทศชาติ อันเกิดจากปัญหาความไม่สงบ หรือเหตุการณ์ที่ก่อให้เกิดภยันตรายแก่ชีวิตและทรัพย์สินและอธิปไตยของชาติ และยกระดับคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้น ข้าพเจ้าขอมอบเงินส่วนตัวจำนวนหนึ่งล้านบาทสมทบ "กองทุนหทัยทิพย์" เพื่อเป็นเงินทุนตั้งต้นในการขับเคลื่อนการดำเนินงานในกิจกรรมหรือโครงการสาธารณประโยชน์ต่างๆ ตามวัตถุประสงค์ของการจัดตั้งกองทุนฯ สร้างความปลอดภัย และบรรเทาผลกระทบต่อประชาชนและเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานให้สามารถดำรงชีวิตต่อไปอย่างปกติสุข”

นอกจากนี้ ในสถานการณ์ปัจจุบันมีความน่าเป็นห่วงอย่างยิ่ง ถึงความปลอดภัยในกำลังพลแนวหน้า และประชาชนที่อยู่บริเวณชายแดน จึงเห็นควรสนับสนุนการสร้างกำแพง และบังเกอร์ เป็นอันดับต้น

จากนั้น ได้พระราชทานพระวโรกาสให้ ชูศักดิ์ นิ่มสกุล รองประธานสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ ฝ่ายบริหารและอาคารสถานที่ นำคณะบุคคลเข้าเฝ้าถวายเงิน ประกอบด้วย สถาบันปิโตรเลียมและพลังงานแห่งชาติ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) สมาคมนิสิตเก่ามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ในพระบรมราชูปถัมภ์ ธนาคารกรุงเทพจำกัด (มหาชน) ผู้บริหารสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ กรรมการมูลนิธิจุฬาภรณ์ คณะกรรมการบริหารกองทุนหทัยทิพย์ บุคลากรในสังกัดสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ สถาบันบัณฑิตศึกษาจุฬาภรณ์ และราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์

'ณัฐพล' ซาบซึ้ง แต่ขอใช้งบประมาณแผ่นดินเป็นหลัก

ยูทูบ TOP News รายงานเมื่อ 25 ก.ย. 2568 ระบุว่า ณัฐพล นาคพาณิชย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ป้ายแดง ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวว่า การสร้างรั้วชายแดนไทย-กัมพูชา สามารถสร้างขึ้นได้ทันที แต่จะเน้นในช่วงที่เขตแดนมีความชัดเจน

ณัฐพล กล่าวว่า ต้องเริ่มต้นในจุดที่ชัดเจน แต่ช่วงบ้านหนองจาน อ.โคกสูง จ.สระแก้ว เขตแดนมันยังไม่ชัดเจน โดยทางการจะเริ่มสร้างกำแพงจากแนวชายแดนที่ชัดเจนก่อนช่วง 800 กม. ซึ่งคาดว่าปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นมาก่อนหน้านี้จะลดน้อยลง ทีนี้ต้องพิจารณาอีกว่ารูปแบบสร้างจะสร้างแบบไหน ถ้าเราสร้างแบบมั่นคงจนเกินไปมันจะใช้งบประมาณสูง แต่ขณะที่เขาขอมาล่าสุด 10 กม. ใช้งบประมาณ 8.7 ล้านบาท ทีนี้งบประมาณก็ต้องมานั่งดูภาวะเศรษฐกิจ และงบประมาณของรัฐบาลซึ่งมีจำกัด ถ้ามีเงินก็ทำได้หมด

ณัฐพล เผยด้วยว่า เรื่องกองทุนหทัยทิพย์ นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณที่พระองค์ท่านทรงเมตตา แต่เราคงต้องมองที่งบประมาณแผ่นดินเป็นหลัก 

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง