Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

โพลสำรวจคน กทม. 400 คน เมื่อเดือน เม.ย. 2568 ต่อประเด็น "ความพึงพอใจของประชาชนต่อการบริหารงานของ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ในรอบ 3 ปี" พบมีระดับมากค่าเฉลี่ย 3.74 โดยพึงพอใจด้านสิ่งแวดล้อมมากที่สุด

27 กันยายน 2568 งานวิจัยของนายประชารัตน์ โพธิ์น้อย นักศึกษาปริญญาตรี คณะรัฐศาสตร์ ม.รังสิต (ในที่ปรึกษาของ รองศาสตราจารย์ ดร.ธำรงศักดิ์ เพชรเลิศอนันต์ ผู้อำนวยการหลักสูตรรัฐศาสตรมหาบัณฑิต) เก็บข้อมูลแบบสอบถามจากประชากรกรุงเทพมหานคร จำนวน 400 คน เก็บแบบสอบถามระหว่าง 11-24 เมษายน 2568

1.ผลการวิจัย

ประชาชนกรุงเทพมหานครมีความพึงพอใจ                            
อันดับที่ 1 ด้านสิ่งแวดล้อม ค่าเฉลี่ย 3.80    ระดับมาก
อันดับที่ 2 ด้านคมนาคม ค่าเฉลี่ย 3.75    ระดับมาก
อันดับที่ 3 ด้านการบริหารจัดการ ค่าเฉลี่ย 3.65  ระดับมาก
ความพึงพอใจของประชาชนต่อการบริหารงานของ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ในรอบ 3 ปี ค่าเฉลี่ย 3.74 ระดับมาก

2. พิจารณารายด้าน

2.1 ด้านสิ่งแวดล้อม
1) มีความพึงพอใจต่อการจัดการจัดเก็บขยะ ค่าเฉลี่ย 3.89 ระดับมาก
2) มีความพึงพอใจต่อความสะอาดในพื้นที่สาธารณะ ค่าเฉลี่ย 3.86 ระดับมาก
3) มีความพึงพอใจต่อข่าวสารและการแก้ไขปัญหาฝุ่นละออง PM 2.5 ค่าเฉลี่ย 3.86 ระดับมาก
4) มีความพึงพอใจต่อการขุดลอกและทำความสะอาดท่อระบายน้ำและแม่น้ำลำคลอง ค่าเฉลี่ย 3.77 ระดับมาก
5) มีความพึงพอใจต่อการลดปริมาณรถควันดำ ค่าเฉลี่ย 3.67 ระดับมาก

โฆษณา - Advertising

2.2 ด้านการคมนาคม
1) มีความพึงพอใจต่อการซ่อมแซมและจัดระเบียบพื้นที่ทางเท้า ค่าเฉลี่ย 3.84 ระดับมาก
2) มีความพึงพอใจต่อความสว่างในพื้นที่สาธารณะ ค่าเฉลี่ย 3.83 ระดับมาก
3) มีความพึงพอใจต่อการแก้ปัญหาการจราจร ค่าเฉลี่ย 3.61 ระดับมาก

2.3 ด้านการบริหารจัดการ
1) มีความพึงพอใจต่อการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมขังถนนตรอกซอยในฤดูฝน ค่าเฉลี่ย 3.89 ระดับมาก
2) มีความพึงพอใจต่อการบริหารงานในภัยพิบัติแผ่นดินไหว ค่าเฉลี่ย 3.73 ระดับมาก
3) มีความพึงพอใจต่อการแก้ไขปัญหาการทุจริตคอร์รัปชันของหน่วยงาน กทม. ค่าเฉลี่ย 3.36 ระดับปานกลาง

3. สรุป 

จากคำถาม 11 ข้อย่อยต่อความพึงพอใจของประชาชนต่อการบริหารงานของ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ในรอบ 3 ปี พบว่า ห้าอันดับความพึงพอใจสูงสุด ได้แก่
อันดับที่ 1 การแก้ไขปัญหาน้ำท่วมขังถนนตรอกซอยในฤดูฝน ค่าเฉลี่ย 3.89 ระดับมาก
และการจัดการจัดเก็บขยะ ค่าเฉลี่ย 3.89 ระดับมาก
อันดับที่ 2 ความสะอาดในพื้นที่สาธารณะ ค่าเฉลี่ย 3.86 ระดับมาก
และข่าวสารและการแก้ไขปัญหาฝุ่นละออง PM 2.5 ค่าเฉลี่ย 3.86 ระดับมาก
อันดับที่ 3 การซ่อมแซมและจัดระเบียบพื้นที่ทางเท้า ค่าเฉลี่ย 3.84 ระดับมาก
อันดับที่ 4 ความสว่างในพื้นที่สาธารณะ ค่าเฉลี่ย 3.83 ระดับมาก
อันดับที่ 5 การขุดลอกและทำความสะอาดท่อระบายน้ำและแม่น้ำลำคลอง ค่าเฉลี่ย 3.77 ระดับมาก

สำหรับสามอันดับของความพึงพอใจที่ได้รับน้อยที่สุด ได้แก่
น้อยที่สุดอันดับที่ 1 การแก้ไขปัญหาการทุจริตคอร์รัปชันของหน่วยงาน กทม. ค่าเฉลี่ย 3.36 ระดับปานกลาง
น้อยที่สุดอันดับที่ 2 การแก้ปัญหาการจราจร ค่าเฉลี่ย 3.61 ระดับมาก
น้อยที่สุดอันดับที่ 3 การลดปริมาณรถควันดำ ค่าเฉลี่ย 3.67 ระดับมาก

4. คล้ายคลึงกับผลสำรวจของ “ธำรงศักดิ์โพล” 

เก็บข้อมูลแบบสอบถามจากคนกรุงเทพฯ จำนวน 1,552 คน ระหว่าง 5-24 เมษายน 2568 คำถามว่า “ท่านพึงพอใจการบริหารงานของนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ในรอบสามปี ระดับใด”
ผลการสำรวจ (เผยแพร่ 3 พฤษภาคม 2568) พึงพอใจ มากที่สุด ร้อยละ 35.89, พึงพอใจ มาก ร้อยละ 34.60, พึงพอใจ ปานกลาง ร้อยละ 23.39, พึงพอใจ น้อย ร้อยละ 3.74, พึงพอใจ น้อยที่สุด ร้อยละ 2.38
โดยสรุป ประชาชนกรุงเทพมหานครมีระดับความพึงพอใจทิศทางมาก (มาก-มากที่สุด) รวมเป็นร้อยละ 70.49 มีระดับความพึงพอใจทิศทางน้อย (น้อย-น้อยที่สุด) รวมเป็นร้อยละ 6.12 มีความพึงพอใจระดับปานกลาง ร้อยละ 23.39

หมายเหตุ
การแปลความหมายคะแนนเฉลี่ยที่ให้ระดับความสำคัญเป็น 5 ระดับ ได้แก่
ค่าเฉลี่ย     4.21 – 5.00     หมายถึง     มีความคิดเห็นอยู่ในระดับมากที่สุด 
ค่าเฉลี่ย     3.41 – 4.20     หมายถึง     มีความคิดเห็นอยู่ในระดับมาก  
ค่าเฉลี่ย     2.61 – 3.40     หมายถึง     มีความคิดเห็นอยู่ในระดับปานกลาง 
ค่าเฉลี่ย     1.81 – 2.60     หมายถึง     มีความคิดเห็นอยู่ในระดับปานน้อย 
ค่าเฉลี่ย     1.00 – 1.80     หมายถึง     มีความคิดเห็นอยู่ในระดับน้อยที่สุด

ข้อมูลพื้นฐานของผู้ตอบแบบสอบถาม

เพศ : หญิง 225 คน (56.30%) ชาย 156 คน (39.00%) เพศหลากหลาย 19 คน (4.8%)
อายุ : Gen Z (18-28 ปี) 90 คน (22.50%) Gen Y (29-45 ปี) 167 คน (41.80%) Gen X (46-60 ปี) 92 คน (23.00%) Gen Baby Boomer ขึ้นไป (61 ปีขึ้นไป) 51 คน (12.80%)
    
การศึกษา : ประถมศึกษาหรือต่ำกว่า 30 คน (7.50%) มัธยมศึกษาหรือเทียบเท่า 50 คน (12.50%) อนุปริญญาหรือเทียบเท่า 23 คน (5.80%) ปริญญาตรีหรือเทียบเท่า 267 คน (66.80%) สูงกว่าปริญญาตรีหรือเทียบเท่า 30 คน (7.50%)

อาชีพ : นักเรียนนักศึกษา 38 คน (9.50%)  เกษตรกร 1 คน (0.30%)  พนักงานเอกชน 148 คน (37.00%) รับจ้างทั่วไป/ผู้ใช้แรงงาน 58 คน (14.50%) เจ้าของธุรกิจ/อาชีพอิสระ 53 คน (13.30%) ข้าราชการ/พนักงานของรัฐ/รัฐวิสาหกิจ 56 คน (14.00%) พ่อบ้าน/แม่บ้าน/เกษียณอายุ/ว่างงาน 38 คน (9.50%) อื่นๆ 8 คน (2.00%)
    
รายได้ต่อเดือน : ไม่มีรายได้ 46 คน (11.50%) รายได้ไม่เกิน 10,000 บาท 44 คน (11.00%) รายได้ 10,001-20,000 บาท 80 คน (20.00%) รายได้ 20,001-30,000 บาท 118 คน (29.50%) รายได้ 30,001- 40,000 บาท 80 คน (20.00%) รายได้ 40,001 บาทขึ้นไป 32 คน (8.00%)

หมายเหตุ : งานวิจัยนี้เป็นการวิจัยส่วนบุคคล ทัศนะจากงานวิจัยไม่เกี่ยวข้องกับสถาบันการศึกษาใดๆ ทั้งสิ้น และขอบคุณเพื่อนอาจารย์และนักศึกษาทุกคนเป็นอย่างสูงที่ช่วยเหลือในการวิจัยครั้งนี้

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง
โฆษณา - Advertising