Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

'ธำรงศักดิ์โพล' สำรวจ 5,300 คน ช่วงเดือน ต.ค. 68 ว่าคนจะเลือก สส.บัญชีรายชื่อจากพรรคการเมืองใดในการเลือกตั้งครั้งหน้า ปี 2569 พบส่วนใหญ่ไม่แสดงความเห็น ในส่วนที่แสดงความเห็น พรรคประชาชนนำ ตามด้วยพรรคเพื่อไทย และพรรคภูมิใจไทย

7 ธันวาคม 2568 งานวิจัยส่วนบุคคลของ รองศาสตราจารย์ ดร.ธำรงศักดิ์ เพชรเลิศอนันต์ ผู้อำนวยการหลักสูตรรัฐศาสตรมหาบัณฑิต คณะรัฐศาสตร์ ม.รังสิต เก็บข้อมูลแบบสอบถามจากคนทั้งประเทศ จำนวน 5,300 คน เก็บแบบสอบถามระหว่าง 4-19 ตุลาคม 2568 โดยนักศึกษาปริญญาตรี-โท-เอก คณะรัฐศาสตร์ ม.รังสิต 160 คน เก็บแบบสอบถามใน 53 จังหวัด 101 อำเภอและเขต 
    
1.ข้อคำถามว่า “ในการเลือกตั้งทั่วไปครั้งหน้า ท่านคิดว่าจะเลือก สส. บัญชีรายชื่อจากพรรคการเมืองใด” ผลการวิจัยพบว่า (มี 5,291 คนตอบคำถามข้อนี้)                            

  • พรรคเพื่อไทย  ร้อยละ 9.52 (504 คน)
  • พรรคประชาชน  ร้อยละ  26.08 (1,380 คน)
  • พรรคภูมิใจไทย ร้อยละ 5.65 (299 คน)
  • พรรคประชาธิปัตย์ ร้อยละ 1.89 (100 คน) 
  • พรรครวมไทยสร้างชาติ ร้อยละ 2.98 (158 คน)
  • พรรคพลังประชารัฐ ร้อยละ 2.17 (115 คน)
  • พรรคชาติไทยพัฒนา ร้อยละ 0.83 (44 คน)
  • พรรคประชาชาติ ร้อยละ 0.90 (47 คน)
  • พรรคกล้าธรรม ร้อยละ 0.60 (31 คน)
  • พรรคอื่นๆ ร้อยละ 8.54 (452 คน)
  • ไม่แสดงความเห็น  ร้อยละ 40.84 (2,161 คน)

บทวิเคราะห์

เมื่อพิจารณจากการสำรวจของ “ธำรงศักดิ์โพล” ในเดือนตุลาคม 2568 เปรียบเทียบกับผลเลือกตั้ง สส. บัญชีรายชื่อเมื่อปี 2566 พบว่า

พรรคประชาชน : นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ได้รับความนิยม ร้อยละ 8.75 ทว่าความนิยมต่อพรรคประชาชนมีมากกว่า คือร้อยละ 26.08 และความนิยมต่อนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล ยังมีสูงถึง ร้อยละ 34.28 หากพิจารณาจากผลเลือกตั้งปี 2566 พรรคประชาชนได้คะแนนบัญชีรายชื่อ 14.43 ล้านเสียง คิดเป็นร้อยละ 38.48 ของผู้เลือกตั้งที่ให้คะแนนบัญชีรายชื่อ 37.52 ล้านคน (มาใช้สิทธิเลือกตั้ง 39.51 ล้านคน คิดเป็น 75.71% ของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง) ดังนั้น จึงต้องมียุทธศาสตร์เพื่อสร้างความนิยมต่อพรรคประชาชนให้เพิ่มขึ้นอีกอย่างน้อย 13% ในสนามเลือกตั้งปี 2569 จึงจะบรรลุการรักษาสถานภาพเดิมที่จะได้ สส. บัญชีรายชื่อ 39 คน

พรรคเพื่อไทย : นายทักษิณ ชินวัตร ได้รับความนิยม ร้อยละ 4.84 ทว่าความนิยมต่อพรรคเพื่อไทยมีร้อยละ 9.52 หากพิจารณาจากผลเลือกตั้งปี 2566 พรรคเพื่อไทยได้คะแนนบัญชีรายชื่อ 10.96 ล้านเสียง คิดเป็นร้อยละ 29.21 ของผู้เลือกตั้งที่ให้คะแนนบัญชีรายชื่อ ดังนั้น ยุทธศาสตร์เพื่อสร้างความนิยมต่อพรรคเพื่อไทยให้เพิ่มขึ้นอีกอย่างน้อย 20% ในสนามเลือกตั้งปี 2569 จึงจะบรรลุการรักษาสถานภาพเดิมที่จะได้ สส. บัญชีรายชื่อ 29 คน  

พรรคภูมิใจไทย : นายอนุทิน ชาญวีรกูล ได้รับความนิยม ร้อยละ 7.27 ส่วนพรรคภูมิใจไทยได้รับความนิยม ร้อยละ 5.65 หากพิจารณาจากผลเลือกตั้งปี 2566 พรรคภูมิใจไทยได้คะแนนบัญชีรายชื่อ 1.14 ล้านเสียง คิดเป็นร้อยละ 3.03 ของผู้เลือกตั้งที่ให้คะแนนบัญชีรายชื่อ ดังนั้น ยุทธศาสตร์รักษาความนิยมต่อพรรคภูมิใจไทยให้คงอยู่ในระดับตามผลสำรวจนี้ในสนามเลือกตั้งปี 2569 จะบรรลุการรักษาสถานภาพเดิมและเพิ่มจำนวน สส. บัญชีรายชื่อจาก 3 คน เพิ่มเป็นอย่างน้อย 5 คน

พรรครวมไทยสร้างชาติ : พรรคได้รับความนิยม ร้อยละ 2.98 หากพิจารณาจากผลเลือกตั้งปี 2566 พรรครวมไทยสร้างชาติได้คะแนนบัญชีรายชื่อ 4.76 ล้านเสียง คิดเป็นร้อยละ 12.70 ของผู้เลือกตั้งที่ให้คะแนนบัญชีรายชื่อ ดังนั้น ยุทธศาสตร์เพื่อสร้างความนิยมต่อพรรครวมไทยสร้างชาติให้เพิ่มขึ้นอีกอย่างน้อย 10% ในสนามเลือกตั้งปี 2569 จึงจะบรรลุการรักษาสถานภาพเดิมที่จะได้ สส. บัญชีรายชื่อ 13 คน

พรรคประชาธิปัตย์ : พรรคได้รับความนิยม ร้อยละ 1.89 หากพิจารณาจากผลเลือกตั้งปี 2566 พรรคประชาธิปัตย์ได้คะแนนบัญชีรายชื่อ 0.92 ล้านเสียง คิดเป็นร้อยละ 2.46 ของผู้เลือกตั้งที่ให้คะแนนบัญชีรายชื่อ ดังนั้น ยุทธศาสตร์เพื่อสร้างความนิยมต่อพรรคประชาธิปัตย์ให้เพิ่มขึ้นอีกอย่างน้อย 1% ในสนามเลือกตั้งปี 2569 จึงจะบรรลุการรักษาสถานภาพเดิมที่จะได้ สส. บัญชีรายชื่อ 3 คน

พรรคประชาชาติ : พรรคได้รับความนิยม ร้อยละ 0.9 หากพิจารณาจากผลเลือกตั้งปี 2566 พรรคประชาชาติได้คะแนนบัญชีรายชื่อ 0.60 ล้านเสียง คิดเป็นร้อยละ 1.60 ของผู้เลือกตั้งที่ให้คะแนนบัญชีรายชื่อ ดังนั้น ยุทธศาสตร์เพื่อสร้างความนิยมต่อพรรคประชาชาติให้เพิ่มขึ้นอีกอย่างน้อย 1% ในสนามเลือกตั้งปี 2569 จึงจะบรรลุการรักษาสถานภาพเดิมที่จะได้ สส. บัญชีรายชื่อ 2 คน

พรรคพลังประชารัฐ : พรรคได้รับความนิยม ร้อยละ 2.17 หากพิจารณาจากผลเลือกตั้งปี 2566 พรรคพลังประชารัฐได้คะแนนบัญชีรายชื่อ 0.53 ล้านเสียง คิดเป็นร้อยละ 1.43 ของผู้เลือกตั้งที่ให้คะแนนบัญชีรายชื่อ ดังนั้น ยุทธศาสตร์เพื่อสร้างความนิยมต่อพรรคพลังประชารัฐให้เพิ่มขึ้นอีกอย่างน้อย 1% ในสนามเลือกตั้งปี 2569 จึงจะบรรลุการรักษาสถานภาพเดิมที่จะได้ สส. บัญชีรายชื่อ 1 คน  

หมายเหตุ : งานวิจัยนี้เป็นการวิจัยส่วนบุคคล ทัศนะจากงานวิจัยไม่เกี่ยวข้องกับสถาบันการศึกษาใดๆ ทั้งสิ้น และขอบคุณเพื่อนอาจารย์และนักศึกษาทุกคนเป็นอย่างสูงที่ช่วยเหลือในการวิจัยครั้งนี้

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง