"ทวี" เปิดประเด็นเขากระโดงศาลปกครองก็สั่งแล้ว่าเป็นที่ดินการรถไฟฯ ด้าน มท.1 แย้งศาล 3 คดีไม่มีศาลไหนบอกว่าที่ดินเป็นของการรถไฟฯ ทวีสวนเอาคณะผู้พิพากษามาดูยังเห็นว่าทำให้คำพิพากษาเป็นแค่เศษกระดาษ ลั่นเรื่องนี้ไม่จบแค่นี้
29 ก.ย.2568 ในการแถลงนโยบายของรัฐบาลอนุทิน ต่อที่ประชมรัฐสภา พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชาติและอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวว่า ดูจากนโยบายที่แถลงรัฐบาลเหมือนจะขับเคลื่อนประเทศไปอีก 4 ปี โดยเฉพาะอย่างยิ่ง พ.ร.บ. งบประมาณ พ.ศ. 2569 ที่มีวงเลินสูงถึง 3.78 ล้านล้านบาท ที่จะมีผลใช้ในวันที่ 1 ต.ค. 2568 - วันที่ 30 ก.ย. 2569 แม้การแถลงนโยบายกับเงินงบประมาณเป็นคนละเรื่องกัน แต่พ.ต.อ.ทวี ขอเรียกนโยบายเหล่านี้ว่าเป็นนโยบายของคนโกหก หรือเป็นเรื่องโกหกของนโยบาย สิ่งที่สำคัญที่รัฐบาลจะต้องคิดภายใน 4 เดือนก่อนที่จะยุบสภา คือรัฐบาลควรทำอะไร กับรัฐบาลต้องไม่ทำอะไร
เรื่องที่ควรทำรัฐบาลจะต้องประกาศให้เห็นว่าคณะรัฐมนตรีต้องมีความซื่อสัตย์สุจริต ขณะที่สิ่งที่รัฐบาลต้องไม่ทำคือการทุจริต การที่รัฐบาลต้องไม่ใช้กฎหมายอยู่เหนือความยุติ ไม่ใช้อำนาจไปแทรกแซง
พ.ต.อ.ทวีระบุ รัฐบาลได้แถลงนโยบายด้านสังคม ข้อ 9 จะรักษาหลักนิติธรรมอย่างเคร่ดครัด โดยให้ถือว่าการกระทำของเจ้าหน้าที่รัฐในกรณีเหล่านี้เป็นความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรง และต้องดำเนินการทางอาญาเด็ดขาด ในข้อ 9.2 รัฐบาลบอกว่า การใช้กฎหมายของเจ้าหน้าที่เพื่อประโยชน์ทางการเมือง ในหลักของความเป็นจริงกฎหมายจะดีแค่ไหน นโยบายจะดีแค่ไหน แต่ถ้าคนที่เข้ามาไม่ซื่อสัตย์สุจริตก็เท่านั้น สิ่งที่เห็นก็คือมีรายชื่อของคณะรัฐมนตรีหลายคนมีความน่าสงสัยในซื่อสัตย์สุจริต มีพฤติกรรมที่ไม่ปฎิบัติตามจริยธรรมอย่างร้ายแรง โดยส่วนตัว พ.ต.อ.ทวี มีความกังวลในคณะรัฐมนตรี 7-8 คน ที่เกี่ยวโยงถึงเสถียรภาพของฝ่ายนิติบัญญัติ ฝ่ายบริหาร และฝ่ายตุลาการ
ที่ดินเขากระโดงเป็นเรื่องแรกที่อยากจะฝากถึงนายกรัฐมนตรี ประเด็นที่ดินเขากระโดงที่อยู่ในความดูแลรับผิดชอบของกระทรวงมหาดไทย กรมที่ดิน ข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายเรามีคำพิพากษาของศาลยุติธรรมและศาลปกครองจำนวน 9 ฉบับ ผู้พิกษาทั้งหมดทุกศาลจำนวน 24 คน ได้ตัดสินว่า ที่ดินเขากระโดง 5,083 ไร่ เป็นที่ดินของการรถไฟการออกเอกสารสิทธิ์ไปทับที่ดินดังกล่าวของการรถไฟไม่สามารถกระทำได้
ที่ดินของการรถไฟเกิดมาก่อนประมวลกฎหมายที่ดิน โดยประมวลกฎหมายที่ดิน ม.10 ระบุไว้ว่าที่ดินที่เกิดมาก่อน ไม่ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน นอกจากนี้ที่หวงห้ามไม่สามารถออกเอกสารสิทธิ์ได้ ในคำพิพากษาของศาลทั้งหมดได้ชี้ชัดแล้วว่าที่ดินทั้งหมดเป็นที่ดินของการรถไฟที่รัชกาลที่ 6 พระราชทานไว้ให้ พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า ศาลที่สั่งคดีล่าสุดคือศาลปกครอง โดยที่คู่ความไม่ได้อุทธรณ์ไปยังศาลปกครองสูงสุด
สนอง เทพอักษรณรงค์ สส. บุรีรัมย์ เขต1 พรรคภูมิใจไทย ลุกขึ้นโต้แย้ง พ.ต.อ.ทวี ระบุว่า วันนี้นายกรัฐมนตรีแถลงนโยบายต่อรัฐสภาไม่มีประเด็นเรื่องที่ดินเขากระโดงแต่อย่างใด อยากขอให้ยุติการกล่าวหาว่าจะมีผู้ใดเข้าไปแทรกแซงคดีที่ดินเขากระโดง ตัว พ.ต.อ.ทวี ต่างหากที่แทรกแซงจนถูกศาลสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ ตอนนี้เราควรมุ่งดูว่าเรื่องที่รัฐบาลจะทำในอีก 4 เดือนต่อไปข้างหน้านี้ ฝ่ายค้านมองเห็นอะไร แล้วค่อยมาอภิปรายไม่ไว้วางใจกัน
พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า ประเด็นที่ดินเขากระโดงมีความเกี่ยวข้องต่อตัวนายกรัฐมนตรีอนุทินโดยตรง เมื่อปี 2567 และในวันนี้นายกรัฐมนตรีได้กลับมานั่งดูแลกระทรวงมหาดไทยอีก
คดีเขากระโดงศาลปกครองสั่งเมื่อวันที่ 30 มี.ค. 2566 ให้ดำเนินการตาม ม.61 ประมวลกฎหมายที่ดิน ซึ่งระบุชัดว่าให้เพิกถอนเอกสารสิทธิ์ในที่ดินด้วย ปรากฎว่าเมื่อวันที่ 21 ต.ค. 2567 มีการสั่งยุติการสำรวจทั้งที่การรถไฟกับผู้สำรวจฝ่ายต่างๆ กำลังสำรวจพื้นที่อยู่ แต่ต่อมาการรถไฟและผู้สำรวจก็กระทำสำเร็จเหลือเพียงแต่ไปเพิกถอน จนภูมิธรรม เวชยชัย อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยสมัยรัฐบาลแพทองธาร ได้มาตรวจพบว่ายังไม่มีการทำเพิกถอนตามคำพิพกษาศาลฎีกา ทั้งนี้ผู้ว่าการรถไฟก็ได้ไปรับรองแนวเขตแล้ว เหลือแค่ไปเพิกถอน แต่ระหว่านี้มีผู้ไปร้องทุกข์ว่าสนามกีฬาช้างอารีน่าที่บุรีรัมย์สร้างทับที่สาธารณะ ผู้ว่าการรถไฟก็ไปร้องทุกข์ในวันที่ 3 ก.ย. 2568 ขณะที่เรามีการเลือกนายกฯ กันในวันที่ 5 ก.ย. 2568 และได้อนุทินมาเป็นนายกฯ โดยที่วันที่ 5 ก.ย. 2568 ผู้ว่าการรถไฟก็เซ็นหนังสือยืนยันไปกับกรมที่ดิน
พ.ต.อ.ทวี ระบุว่า หลังจากมีนายกฯ (อนุทิน) กระทรวงมหาดไทยไปสั่งยุติ
สนอง สส. บุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย ลุกขึ้นโต้แย้ง พ.ต.อ.ทวี ระบุว่า ขณะนี้ทราบข่าวว่าการรถไฟจะดำเนินการฟ้องเป็นรายบุคคล เป็นรายแปลง เป็นเรื่องของศาลที่จะดำเนินการไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับผู้ที่อภิปรายอยู่เลย ควรยุติการพูดเรื่องเขากระโดงได้แล้ว ขอประท้วงตามข้อ 45 อภิปรายวนเวียนซ้ำซาก
แนน บุณย์ธิดา สมชัย สส. อุบลราชธานี พรรคภูมิใจไทย ลุกขึ้นเรียกร้องให้ประธานวินิจฉัยตามที่ สส. สนอง ประท้วง พร้อมก่อนว่าการอภิปรายต้องอยู่ในวาระที่หารือกันวันนี้
ประธานในที่ประชุมวินิจฉัยว่าตอนนี้รัฐบาลยังไม่ได้บริหารราชการแผ่นดิน ขอให้อภิปรายให้เกี่ยวกับการแถลงนโยบาย
พ.ต.อ.ทวี ยืนยันว่า รัฐบาลมีการแถลงนโยบายไว้ว่าจะไม่มีการใช้กฎหมายเพื่อประโยชน์ทางการเมือง
ซึ่งประโยชน์ในทางการเมืองก็คือนายกฯ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และนายกฯ ก็ไปมีบ้านอยู่บ้านเลขที่ 30/2 หมู่ 4 ต.อิสาณ อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ ด้วย อยากฝากนายกฯ ให้ดูแลใส่ใจประเด็นเขากระโดงด้วย เป็นการบ่อทำลายหลักนิติธรรมนิติรัฐที่รัฐบาลได้ประกาศไว้ และเป็นความเหลื่อมล้ำทางกระบวนการยุติธรรม
อ้างศาลไม่ได้สั่งที่ดินเป็นของ 'รฟท.'
ทรงศักดิ์ ทองศรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ตอบประเด็นเรื่องคดีเขากระโดงที่ทวีอภิปรายไว้ว่าถ้าเป็นที่หลวงจริงใครจะครอบครองกี่ปีก็เป็นเจ้าของไม่ได้ แต่ก็มีการอ้างถึงว่าเป็นที่พระราชทานให้กับการรถไฟฯ เท่ากับการรถไฟเป็นเจ้าของตั้งแต่พ.ศ. 2462 แล้วก้มีต่อเนื่องมาจนถึงออก สค.1 ใน พ.ศ.2498 ตอนมีประมวลกฎหมายที่ดินแล้วเกิดข้อพิพาทจนกระทั่งมีคำพิพากษา ซึ่งเขาก็ได้ท้วงติงทวีว่าเมื่อพูดแล้วก็ต้องพูดให้ครบ เพราะถึงจะบอกว่าต้องทำตามคำพิพากษาแต่คดีที่เกี่ยวกับเขากระโดงมีอยุ่ 3คดีด้วยกัน
ทรงศักดิ์อธิบายว่า ทั้ง 3 คดีที่มีคำตัดสินของศาลไปแล้วนั้น แต่ไม่มีคดีใดที่ศาลตัดสินว่าเป็นที่ดินของการรถไฟเพราะคนที่ไปฟ้องคดีจนกระทั่งมีคำพิพากษาของศาลฎีกา เขาตัดสินอันสืบเนื่องจากคนมีที่ดิน สค.1 หรือ นส.3 อยากออกโฉนดก็ไปฟ้องศาลเพื่อให้กรมที่ดินออกโฉนดให้ แล้วการรถไฟก็ไปคัดค้าน แต่ประเด็นที่ศาลตัดสินออกมามีเพียงว่าที่ดินเป็นที่ดินที่ไม่สามารถออกเอกสารสิทธิ์ได้ แต่เมื่อถูกเอาไปพูดในสื่อว่ามีคำพิพากษาของศาลออกมาแล้วแต่กรมที่ดินไม่ดำเนินการอะไร ทั้งที่ดำเนินการตามคำพิพากษาหมดแล้ว
- คดีแรกคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 876/2560 ลงวันที่ 16 ก.พ.2560 กรมที่ดินก็ยกเลิกคำร้องขอออกโฉนดทำให้คนที่มาขอออกโฉนดไม่ได้รับโฉนดแล้วเป็นไปตามคำพิพากษาของศาลแล้ว
- คดีที่สอง 8027/2561ลงวันที่ 22 พ.ย.2561 ก็เป็นคดีในทำนองร้องขอออกโฉนดเพราะมีบางส่วนเป็น นส.3 ข บางส่วน นส. 3 ก. เมื่อศาลตัดสินไม่ให้ออกโฉนด กรมที่ดินก็ยกเลิกคำขอ
- คดีที่สามที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3 คดีหมายเลขแดงที่ 112/2563 ลงวันที่ 2 เม.ย.2563 เป็นคดีที่การรถไฟฟ้องราษฎรขับไล่ในที่พิพาทในโฉนดที่ดินที่ 2971 เมื่อศาลมีคำสั่งว่าให้เพิกถอนกรมที่ดินก็ดำเนินการเพิกถอนแล้วเรียบร้อย
“เรื่องเขากระโดงทุกคดี กรมที่ดินเองได้ดำเนินการตามคำพิพากษาของศาลเป็นที่เรียบร้อย แต่ไม่ได้หมายความว่าให้ที่ดินทั้งหมดเป็นที่ของการรถไฟ อันนี้ไม่มี” รมว.มหาดไทยกล่าว
ทรงศักดิ์กล่าวว่า ส่วนประเด็นอื่นๆ ในคำพิพากษาคือ ให้อธิบดีกรมที่ดินตั้งคณะกรรมการสอบสวนว่าที่ดินที่มีการพิพาทกันทั้งหมดนั้นเพิกถอนได้หรือไม่ แล้วคณะกรรมการที่ตั้งมาตามกฎหมายนี้ก็ได้ทำสำรวจแล้วก็ให้ทางฝ่ายการรถไฟฯ ไปชี้แนวเขต ปรากฏว่าไม่สามารถชี้แนวเขตได้อย่างชัดเจนแล้วขอให้การรถไฟแสดงการได้ที่ดินมาของการรถไฟ ซึ่งปกติการรถไฟฯ ได้ที่ดินด้วยกฎหมายเฉพาะของตัวเองตามพระราชกฤษฎีกาจัดวางรางทางหลวง ไม่ได้มีกฎหมายการครอบครองที่ดินของตนเองการครอบครองเป็นเรื่องของประชาชน ทำให้คณะกรรมการเมื่อได้ข้อมูลแล้วจึงไม่สามารถเพิกถอนได้ แล้วก็ออกคำสั่งไม่เพิกถอนมาผ่ากระทรวงแล้ว สุดท้ายการรถไฟฯ ก็ไปฟ้องให้เพิกถอนคำสั่งทางปกครอง ตอนนี้คดีก็อยู่ในศาล แล้วภูมิธรรมตอนเป็น รมว.มหาดไทยก็ตั้งคณะกรรมการที่ไม่มีกฎหมายรองรับขึ้นมาแล้วบอกว่าให้เพิกถอนโฉนดต่างๆ 5,083 ไร่เศษ แต่จนตอนนีก็ยังไม่มีการเพิกถอน จึงขออธิบายให้เข้าใจว่ากรมที่ดินดำเนินการตามคำพิพากษาของศาลแล้วเรียบร้อย และตนก็ได้เน้นย้ำกับกรมที่ดินให้ดำเนินการไปตามกฎหมาย
ทวี ลุกโต้แย้งที่ตนถูกพาดพิงว่า สำหรับประเทศไทยศาลมี 2 ระบบคือศาลยุติธรรมและศาลปกครองและทั้ง 2 ศาลนี้ก็ศักดิ์เท่ากัน โดยในคดีนี้คำพิพากษาของศาลปกครองที่ระบุว่าการรถไฟเข้าครอบครองที่ดินตั้งแต่พ.ศ. 2462 ขณะนั้นประเทศไทยยังใช้ระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์จนกระทั่งที่ดิน 5083 ไร่เป็นที่ดินของการรถไฟซึ่งศาลได้วินิจฉัยเป็นที่สิ้นสุดแล้วโดยคดีนี้เป็นการฟ้องที่ดินทั้งหมด 5,000 กว่าไร่ไม่ใช่รายแปลงแล้วศาลก็สั่งให้กรมที่ดินและอธิบดีกรมที่ดินไปดูแลโดยรัฐต้องจัดให้โดยบังคับใช้กฎหมายตามมาตรา 61 ประมวลกฎหมายที่ดินเพราะอันนี้เป็นที่ดินของการรถไฟ
“ทั้งหมดนี้ผมเอาคณะผู้พิพากษามาดูทั้งหมดทุกคนยังเห็นว่าทำยังไงให้คำพิพากษาเป็นเศษกระดาษเหมือนทิชชู่ แล้วเอาคนกลุ่มหนึ่งมาชี้แจง แล้วท้ายที่สุดเขาปฏิบัติตามคำพิพากษาส่งแผนที่รับรองไปแล้ว(มหาดไทย) ก็มายุติอีก ซึ่งเรื่องนี้มันไม่จบแค่นี้หรอกครับ” ทวีกล่าว
คดีเขากระโดงควรจบนานแล้ว แต่ถูกเตะถ่วง
จุลพงศ์ อยู่เกษ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน อภิปรายถึงกรณีคดีที่ดินเขากระโดง โดยระบุว่าหนึ่งในสามนโยบายหลักที่รัฐบาลอนุทิน ชาญวีรกูลกล่าวไว้ คือนโยบายยึดมั่นในหลักนิติธรรม การบังคับใช้กฎหมายอย่างเป็นธรรมและการบริหารราชการแผ่นดินบนพื้นฐานของธรรมาภิบาล เหมาะเจาะมากที่ท่านเขียนนโยบายนี้ลงในคำแถลง เพราะเมื่อคุณอนุทินขึ้นมาเป็นนายกฯ คนใหม่ ปฏิเสธไม่ได้ว่าหลายคนจับตาดูว่าการบังคับใช้กฎหมายและหลักนิติธรรมในยุคของท่านจะเป็นอย่างไร โดยเฉพาะเรื่องที่ดินเขากระโดง จังหวัดบุรีรัมย์
เรื่องที่ดินเขากระโดงที่จริงควรจบไปนานแล้ว คำพิพากษาทุกศาล ทั้งศาลยุติธรรมและศาลปกครอง ยืนยันว่าที่ดินเขากระโดงเป็นของการรถไฟแห่งประเทศไทย แต่ทุกรัฐบาลที่ผ่านมาเหมือนจงใจเตะถ่วงและปล่อยให้เรื่องนี้คาราคาซังอยู่ที่เดิมมานับสิบๆ ปี เดี๋ยวการรถไฟฯ ก็ไปร้องกรมที่ดิน เดี๋ยวกรมที่ดินก็ตั้งคณะกรรมการแล้วสรุปว่าไม่เพิกถอน ให้การรถไฟฯ ไปฟ้องศาลเพิกถอนโฉนดเอาเอง การรถไฟฯ ก็ไม่ยอมฟ้องเพิกถอน แต่เดินอ้อมไปฟ้องศาลปกครองให้กรมที่ดินเพิกถอนโฉนดเอง แล้วก็เอาเรื่องนี้มากดดันหรือต่อรองทางการเมือง
จนถึงตอนนี้กรมที่ดินยังไม่ยอมใช้อำนาจทางปกครองเพิกถอนโฉนดคืนให้กับการรถไฟฯ แล้วรอศาลปกครองว่าจะสั่งให้กรมที่ดินต้องเพิกถอนทั้ง 995 แปลง หรือบางแปลงทันที หรือจะให้ทำอย่างไร ซึ่งถ้าศาลปกครองสั่งให้กรมที่ดินตั้งกรรมการเพื่อเพิกถอนโฉนด มันก็จะวนไปเหมือนเดิมอีก
ส่วนกรณี พิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.คมนาคม ที่เพิ่งออกมาประกาศเมื่อสัปดาห์ก่อน ว่าจะให้การรถไฟฯ ฟ้องเป็นคดีแพ่งเพื่อเพิกถอนโฉนดรายแปลงบนที่เขากระโดงทั้ง 995 แปลง รวมเนื้อที่ 5,000 กว่าไร่นั้น ตนคิดว่ากำลังทำให้เป็นเรื่องใหญ่เกินไป สร้างแรงต่อต้านจากชาวบ้านจำนวนมาก ดังนั้นระหว่างกรมที่ดินรอคำสั่งจากศาลปกครอง ตนขอเสนอให้นายกฯ และ รมว.คมนาคม คนใหม่ แทนที่จะสั่งฟ้องเหมาเข่งทีเดียว 900 กว่าแปลง ท่านต้องจัดลำดับความสำคัญ โดยให้การรถไฟฯ ฟ้องเพิกถอนโฉนดบางแปลงที่ชัดเจนแล้วว่าเป็นที่ดินรถไฟแน่นอน 100% ก่อน การรถไฟฯ สามารถฟ้องได้เลยทันทีภายใน 4 เดือนนี้ ชนะคดีแน่นอน แล้วเมื่อมีคำสั่งจากศาลยุติธรรมเป็นรายแปลง อย่างไรกรมที่ดินก็ปฏิเสธไม่ได้
จุลพงศ์ยกตัวอย่างที่ดิน 2 แปลงที่เป็นจุดเริ่มต้นของมหากาพย์เขากระโดง คือที่ดินแปลง 3466 และที่ดินแปลง 8564 รวมกัน 44 ไร่ ถ้าจะเอาที่ดินเขากระโดงคืนให้การรถไฟฯ ต้องเริ่มจากที่ดิน 2 แปลงนี้ ซึ่งที่จริงเรื่องนี้ควรจะจบตั้งแต่ปี 2554 เพราะในปีนั้นคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้ชี้ว่าการออกโฉนดที่ดินแปลง 3466 และ 8564 นั้นมิชอบด้วยกฏหมาย เป็นการออกโฉนดทับที่ดินของการรถไฟฯ แต่ปรากฏว่าพอ ป.ป.ช. บอกดังนั้น กรมที่ดินก็ดื้อไม่ยอมเพิกถอน กลับดึงเรื่องไปถามอัยการสูงสุดว่าตัวเองต้องทำอย่างไร อัยการสูงสุดเลยตอบกลับกรมที่ดินว่าให้ไปแจ้งการรถไฟฯ ในฐานะผู้เสียหาย ให้การรถไฟฯ ไปฟ้องศาลเอาที่ดิน 2 แปลงนั้นคืน แต่ไม่รู้ว่าเพราะอะไร การรถไฟฯ ไม่ยอมไปฟ้องเสียที
กรมที่ดินไม่ทำหน้าที่ของตัวเอง การรถไฟฯ ไม่ยอมฟ้องเอาที่ดินคืนมา ทุกรัฐบาลตั้งแต่สมัยนายกฯ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร, ประยุทธ์ จันทร์โอชา, เศรษฐา ทวีสิน, แพทองธาร ชินวัตร ต้องรอจนกระทั่งพรรคภูมิใจไทยพ้นจากพรรคร่วมรัฐบาล ก่อนหน้านี้กระทรวงมหาดไทยถึงทำท่าทางเอาจริงเอาจัง ตั้งโต๊ะแถลงข่าวดิบดีเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ว่าจะเพิกถอนโฉนดที่ดินเขากระโดงทั้งหมด
เหมือนเรื่องจะจบลงด้วยดี แต่สุดท้ายไม่มี เพราะเรื่องแดงออกมาว่าภูมิธรรม เวชยชัย ไม่ได้มีคำสั่งให้เพิกถอนที่ดินเขากระโดงแม้แต่คำเดียว ส่วน สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.คมนาคม คนก่อนหน้านี้ ก็เกรงอกเกรงใจไม่สั่งให้การรถไฟฯ ฟ้องศาลเพิกถอนโฉนดที่ดินเองเสียที วนกลับไปศาลปกครองอีก ล่าสุดยังไม่ทันโปรดเกล้าฯ นายกฯ คนใหม่เสียด้วยซ้ำ ข้าราชการมหาดไทยก็ดาหน้ากันออกมาปกป้องที่ดินเขากระโดง ทั้งปลัดกระทรวงมหาดไทย รองปลัดกระทรวงที่เคยเป็นอธิบดีกรมที่ดินควงคู่กับอธิบดีกรมที่ดินคนใหม่ รีบตั้งโต๊ะแถลงเลยว่าไม่เพิกถอนแล้ว จะรอศาลปกครองตัดสินคดีที่การรถไฟฯ ไปฟ้องมหาดไทย
ดังนั้นระหว่างรอศาลปกครอง ตนขอย้ำว่าสิ่งที่รัฐบาลชุดใหม่สามารถทำได้ทันทีใน 4 เดือนนี้ หลังจากแถลงนโยบายครั้งนี้เสร็จ รมว.คมนาคม สามารถสั่งการให้การรถไฟฯ เริ่มฟ้องเพิกถอนที่ดินทั้ง 2 แปลงนี้ได้ทันที คือแปลง 3466 และแปลง 8564 โดยเหตุผลที่ตนเสนอให้การรถไฟฯ ไปฟ้องร้องเพิกถอนที่ดินกับศาลยุติธรรมได้เลย เพราะเคยมีกรณีที่การรถไฟฯ ชนะคดีในศาลฎีกามาแล้วตามคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8027/2561
จุลพงศ์กล่าวว่า หากนายกฯ และรัฐบาลชุดนี้มีความจริงใจที่จะทำให้ปัญหาที่ดินเขากระโดงได้ข้อยุติและไม่เป็นที่กังขา ไม่ต้องไล่ฟ้องทั้ง 995 แปลงตามที่ รมว.คมนาคม ออกมาให้สัมภาษณ์ขึงขังเมื่อสัปดาห์ก่อน ตนขอเสนอให้นายกฯ อนุทิน หรือรัฐมนตรีพิพัฒน์ ประกาศ ณ ตรงนี้เลยว่าจะให้การรถไฟฯ ดำเนินการฟ้องเพิกถอนโฉนดที่ดิน 2 แปลงที่ ป.ป.ช. ชี้แล้วว่าออกโฉนดโดยมิชอบ ถ้าศาลตัดสินจนถึงที่สุดว่าที่ดินเป็นของการรถไฟฯ รัฐก็ได้ที่ดินคืนมา แต่ถ้าศาลตัดสินเป็นอย่างอื่น เรื่องจะได้จบ
เรื่องนี้ไม่ยากเกินความสามารถ เพราะการรถไฟฯ มีพยานหลักฐานและแนวทางการต่อสู้คดีที่เคยทำให้ชนะคดีในศาลฎีกามาแล้ว ที่สำคัญเรื่องที่ดินเขากระโดงจะเป็นข้อพิสูจน์อย่างดีเลยว่ารัฐบาลภายใต้การนำของอนุทิน ชาญวีรกูล จะบริหารบ้านเมืองภายใต้หลักนิติธรรมหรือใช้ระบบพวกพ้องกันแน่
