ศาลบุรีรัมย์มีคำพิพากษา “ชูวิทย์” มีความผิดฐานหมิ่นประมาท “ศักดิ์สยาม–เนวิน” หลังแถลงข่าวให้สัมภาษณ์สื่อเมื่อปี 2566 กล่าวหาศักดิ์สยามและเนวินทุจริตโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม เปลี่ยน TOR รับเงินทอน 30,000 ล้านบาท และกล่าวหาเนวินฮุบที่ดินการรถไฟเขากระโดงกว่า 5,000 ไร่ ศาลชี้การกระทำของจำเลยเป็นการใส่ความโจทก์ต่อสื่อ พิพากษาลงโทษจำคุกกระทงละ 6 เดือน รวม 12 เดือน ลดโทษเหลือ 6 เดือน แต่เห็นว่าจำเลยอายุมาก มีโรคประจำตัว จึงเปลี่ยนโทษจำคุกเป็นปรับ 200,000 บาท พร้อมสั่งให้ลงโฆษณาขอขมาโจทก์ในสื่อสิ่งพิมพ์ 7 วันติดต่อกัน
มติชน ศาลจังหวัดบุรีรัมย์มีคำพิพากษาในคดีที่ศักดิ์สยาม ชิดชอบ (โจทก์ที่ 1) และเนวิน ชิดชอบ (โจทก์ที่ 2) ฟ้องชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ เป็นจำเลยในข้อหาหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 328
คดีนี้เกิดจากการที่ชูวิทย์จัดแถลงข่าวและให้สัมภาษณ์ต่อสื่อช่วงก่อนการเลือกตั้งปี 2566 กล่าวหาโจทก์ทั้งสองว่าเกี่ยวข้องกับการทุจริตโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม โดยระบุว่ามีการเปลี่ยน TOR โดยมิชอบ วิ่งเต้นศาลปกครอง และรับเงินทอน 30,000 ล้านบาท
นอกจากนี้ยังมีการกล่าวหาเนวินฮุบที่ดินการรถไฟฯ เขากระโดงกว่า 5,000 ไร่ และใช้เงินหลวงสร้างสนามกีฬา ทั้งที่ข้อเท็จจริงโครงการดำเนินการโดย รฟม. ตามมติ ครม. และคณะกรรมการตามกฎหมาย โดยรัฐมนตรีไม่มีอำนาจแทรกแซง ส่วนที่ดินเขากระโดงเป็นที่พิพาทที่ยังอยู่ในขั้นตอนการตรวจสอบสิทธิ์ของราษฎรทั่วไป
ศาลพิจารณาแล้วเห็นว่าคำกล่าวหาของจำเลยไม่มีพยานหลักฐานสนับสนุน เป็นการใส่ความโจทก์ต่อสื่อมวลชน ใช้ถ้อยคำเหยียดหยาม เสียดสี และก่อให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงต่อชื่อเสียงของโจทก์ทั้งสอง จำเลยให้การรับสารภาพในชั้นพิจารณา ศาลจึงพิพากษาลงโทษจำคุกกระทงละ 6 เดือน รวม 12 เดือน ลดโทษเหลือ 6 เดือน และเห็นว่าจำเลยอายุมาก มีโรคประจำตัว จึงเปลี่ยนโทษจำคุกเป็นปรับ 200,000 บาท พร้อมสั่งให้ลงโฆษณาขอขมาโจทก์ในสื่อสิ่งพิมพ์ 7 วันติดต่อกัน และจำเลยให้คำมั่นต่อศาลว่าจะไม่กล่าวหาหรือใส่ความโจทก์และครอบครัวอีก
