เจ้าหน้าที่ตำรวจไทยจับกุม "เมอร์เรย์ ฮันเตอร์" นักข่าวชาวออสเตรเลียที่พำนักในประเทศไทยและเตรียมเดินทางจากสนามบินสุวรรณภูมิไปยังฮ่องกง ด้วยข้อหาหมิ่นประมาททางอาญา มีการยึดหนังสือเดินทางระหว่างที่เขารอขึ้นศาลในช่วงกลางเดือนพฤศจิกายนนี้ โดยเชื่อว่าทำตามคำร้องขอของหน่วยงานกำกับสื่อของมาเลเซีย MCMC จุดประเด็นการปราบปรามเสรีภาพข้ามพรมแดนในอาเซียน หลังจากได้รับการประกันตัวฮันเตอร์ระบุว่า ตำรวจไทยถูก MCMC วานให้ใช้กฎหมายหมิ่นประมาทเล่นงานเขา นักข่าวในไทยไม่ปลอดภัยแล้ว หากประเทศที่สามร้องขอให้ไทยช่วยจัดการกับคนที่พวกเขาไม่ชอบ
1 ต.ค. 2568 ตามรายงานของ Asia Sentinel เจ้าหน้าที่ตำรวจไทยจับกุม "เมอร์เรย์ ฮันเตอร์" นักข่าวชาวออสเตรเลีย ที่พำนักในประเทศไทย ด้วยข้อหาหมิ่นประมาททางอาญา โดยเชื่อว่าทำตามคำร้องขอของมาเลเซีย ทำให้เกิดเสียงวิจารณ์ว่าเป็นการปราบปรามเสรีภาพข้ามพรมแดนในอาเซียน
การจับกุมเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 29 กันยายน ระหว่างที่ฮันเตอร์จะเดินทางจากสนามบินสุวรรณภูมิไปยังฮ่องกง โดยมีการระบุว่ามีคำสั่งจากคณะกรรมาธิการการสื่อสารและมัลติมีเดียมาเลเซีย (MCMC) สร้างความตื่นตระหนกในแวดวงสื่อมวลชนต่างประเทศที่พำนักอยู่ในประเทศไทย ซึ่งถือเป็นศูนย์รวมของผู้สื่อข่าวต่างชาติที่รายงานสถานการณ์ภูมิภาครอบบ้านอย่างกัมพูชา ลาว และพม่า
มีการเปรียบเทียบการจับกุมครั้งนี้กับเหตุการณ์ในเดือนพฤษภาคม ที่มาเลเซียร่วมมือกับกัมพูชาในการส่งตัวแรงงานหญิงกัมพูชากลับประเทศหลังเธอโพสต์วิจารณ์ผู้นำรัฐบาลบนโซเชียลมีเดีย ขณะที่รัฐบาลไทยชุดก่อนหน้านี้ก็เคยส่งตัวหญิง 4 คนและชาย 2 คนชาวกัมพูชา กลับประเทศในปี 2567 หลังรัฐบาลกัมพูชาฟ้องข้อหากบฏจากการโพสต์วิจารณ์นโยบายรัฐบาล และยังเคยส่งผู้ลี้ภัยชาติอื่นกลับจีนด้วย
“นี่แหละคือความย้อนแย้งของอาเซียน” ทนายในกัวลาลัมเปอร์รายหนึ่งซึ่งไม่ประสงค์ออกนามกล่าว “แม้จะประกาศยึดมั่นสิทธิมนุษยชน แต่ความจริงคือ 10 ประเทศต่างร่วมมือกันจับกุม ดำเนินคดี หรือส่งตัวผู้วิจารณ์รัฐบาล แม้ในรัฐที่ลงมือจะไม่มีอาชญากรรมเกิดขึ้นเลย”

"เมอร์เรย์ ฮันเตอร์" นักข่าวชาวออสเตรเลีย
องค์กรฟรีดอมเฮาส์ซึ่งตั้งอยู่ในลอนดอน ระบุว่า นักข่าวคือเป้าหมายหลักของการปราบปรามข้ามพรมแดน “ตั้งแต่ปี 2014 มีรัฐบาล 26 ประเทศ ก่อเหตุปราบปรามนักข่าวพลัดถิ่นอย่างน้อย 124 ครั้ง”
ฮันเตอร์อาศัยอยู่ในจังหวัดภาคใต้ของไทย เล่าว่าถูกควบคุมตัวที่สนามบินสุวรรณภูมิเมื่อเวลา 07.30 น. วันที่ 29 ก.ย. 2568 ขณะเตรียมขึ้นเครื่องไปฮ่องกง “ผมช็อกมาก ไม่ได้ทำผิดอะไรในประเทศไทยเลย” เขากล่าว
ฮันเตอร์ให้สัมภาษณ์ Asia Sentinel ว่า “เพิ่งออกจากคุกมาและได้ประกันตัวในชั้นตำรวจ โดยต้องไปรายงานตัว (ที่ศาล) ในวันที่ 17 พ.ย. นี้ ตำรวจไทยถูก MCMC วานให้ใช้กฎหมายหมิ่นประมาทเล่นงานผม นักข่าวในไทยไม่ปลอดภัยแล้ว หากประเทศที่สามร้องขอให้ไทยช่วยจัดการกับคนที่พวกเขาไม่ชอบ”
ฮันเตอร์เคยใช้ชีวิตในมาเลเซียและไทยมานาน และเป็นที่รู้จักกว้างขวางจากการวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลผสมปากาตัน ฮารัปปันของนายกรัฐมนตรีอันวาร์ อิบราฮิม เขาเคยสอนที่มหาวิทยาลัยในรัฐปะลิส ทางตอนเหนือของมาเลเซีย และเขียนบทความให้สื่อมากมายทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงมีหนังสือหลายเล่ม
ปัญหาของเขากับ MCMC เริ่มตั้งแต่กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เมื่อถูกฟ้องหมิ่นประมาทจากการกล่าวหาว่า MCMC ใช้อำนาจเกินขอบเขตและถูกครอบงำทางการเมือง ขณะที่ทาง MCMC ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา
ผู้สื่อข่าวประชาไทรายงานเพิ่มเติมว่า ในเอกสารของตำรวจ ระบุว่ามูลเหตุฟ้องหมิ่นประมาทภายใต้ประมวลกฎหมายอาญา เกี่ยวกับบทความของเขาเกี่ยวกับ MCMC ในมาเลเซีย เผยแพร่ในเว็บบล็อก Substack (ซึ่งถูกปิดกั้นในมาเลเซียแล้ว) บทความเผยแพร่วันที่ 13, 19, 25, 29 เมษายน 2567 และ 21 มิถุนายน 2567 กรณีบทความที่โพสต์เมื่อวันที่ 21 มิถุนายน 2567 พนักงานสอบสวนระบุว่าเป็นการโพสต์ที่โรงแรมแห่งหนึ่งซึ่งอยู่ในพื้นที่ สน.ยานนาวา โดยคดียังอยู่ในชั้นพนักงานสอบสวน สน.ยานนาวา และถูกหน่วยงาน MCMC มอบอำนาจให้ผู้รับมอบอำนาจ มาฟ้องคดีหมิ่นประมาทภายใต้ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 328
โดยมีการขอหมายจับศาลอาญากรุงเทพใต้ที่ 404/2568 ลงวันที่ 27 มีนาคม 2568 เขาถูกจับกุมวันที่ 29 กันยายน 2568 ระหว่างที่เขาเตรียมเดินทางจากสนามบินสุวรรณภูมิไปยังฮ่องกง โดยหลังจากถูกคุมขังที่ สน.ยานนาวา 48 ชั่วโมง จึงได้รับการปล่อยตัวหลังวางเงินประกัน 20,000 บาท และถูกยึดหนังสือเดินทางระหว่างรอพิจารณาคดี ทำให้ไม่สามารถเดินทางออกนอกประเทศไทยได้ โดยคดียังอยู่ในชั้นพนักงานสอบสวน เขาต้องมารายงานตัวกับศาลเป็นระยะ โดยศาลอาญากรุงเทพใต้ นัดรายงานตัวครั้งต่อไป 17 พฤศจิกายน 2568
รายงานเพิ่มเติมใน AP เมื่อ 3 ต.ค. 68 ฮันเตอร์กล่าวว่าเคยมีหมายจับหนึ่งส่งไปที่บ้านของเขาที่จังหวัดหนึ่งในภาคใต้ แต่ตอนนั้นเขาเดินทางไปอยู่ภาคอื่น และตำรวจท้องที่ที่เขาอาศัยอยู่แนะนำเขาว่า สำเนาหมายจับที่เพื่อนบ้านถ่ายรูปส่งมาให้นั้นเหมือนจะเป็นเอกสารของพวกสแกมเมอร์
รายงานใน Asia Sentinel ระบุว่า ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เขาถูก MCMC ปิดกั้นพื้นที่บล็อกของเขาบน Substack และขัดแย้งกับซาลิม ฟาตี ดิน อดีตรักษาการประธาน MCMC และสมาชิกอาวุโสพรรคอัมโน
แม้อันวาร์มีภาพลักษณ์เสรีนิยม แต่รัฐบาลของเขาก็ถูกมองว่ากำลังเข้มงวดขึ้นต่อเสรีภาพสื่อ บล็อกถูกปิด นักข่าวถูกข่มขู่ ตัวอย่างเช่น ฟาห์มี ฟัสซิล รัฐมนตรีกระทรวงการสื่อสาร เคยขู่ผู้สื่อข่าวในปี 2566 ว่า “อย่าโกรธผมนะ ถ้ามีรถสายตรวจมาจอดหน้าบ้าน เรากำลังจับตาดูอยู่”
เมื่อต้นเดือนนี้ MCMC ยังสั่งปรับสำนักพิมพ์สื่อใหญ่สองแห่งคือ นสพ.ซินจิวเดลี และซินา ฮารีอัน รวม 200,000 ริงกิต (ราว 1.9 ล้านบาท) จากการเผยแพร่ภาพธงชาติมาเลเซียที่ไม่สมบูรณ์ และข้อมูลที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นเท็จเกี่ยวกับผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ
