Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

'เมอร์เรย์ ฮันเตอร์' นักข่าวออสเตรเลีย ถูกจับที่สนามบินสุวรรณภูมิและถูกยึดพาสปอร์ต เมื่อช่วงเดือนกันยายน หลังเขียนบทความวิจารณ์หน่วยงานกำกับสื่อมาเลเซีย Human Rights Watch ชี้เป็นตัวอย่างการปราบปรามข้ามพรมแดน เรียกร้องไทยยกเลิกข้อหาทันที


เมอร์เรย์ ฮันเตอร์ (Murray Hunter) นักข่าวชาวออสเตรเลีย | ภาพโดย: ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน

เว็บไซต์ Human Rights Watch รายงานเมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน 2025 ว่า เมอร์เรย์ ฮันเตอร์ (Murray Hunter) นักข่าวชาวออสเตรเลีย ถูกจับกุมที่สนามบินสุวรรณภูมิเมื่อวันที่ 29 กันยายน 2025 ขณะรอขึ้นเครื่องไปฮ่องกง (Hong Kong) เขาถูกตั้งข้อหาหมิ่นประมาทโดยการโฆษณาตามมาตรา 328 ของประมวลกฎหมายอาญาไทย รวม 4 กระทง จากการเขียนบทความวิจารณ์คณะกรรมการสื่อสารและมัลติมีเดียแห่งมาเลเซีย (Malaysian Communications and Multimedia Commission)

แต่ละกระทงมีโทษจำคุกสูงสุด 2 ปี และปรับไม่เกิน 200,000 บาท รวมแล้วเขาอาจติดคุกนานถึง 8 ปี ฮันเตอร์ถูกควบคุมตัว 24 ชั่วโมงก่อนได้รับการประกันตัว แต่ถูกยึดพาสปอร์ตห้ามออกนอกประเทศ

องค์กรสิทธิมนุษยชน Human Rights Watch เรียกร้องให้ทางการไทยยกเลิกข้อหานี้ทันที

ต้นตอของคดี

เมื่อเดือนเมษายน 2024 ฮันเตอร์เขียนบทความ 4 ชิ้นลงในจดหมายข่าว Substack ของเขา วิพากษ์วิจารณ์คณะกรรมการสื่อสารฯ ของมาเลเซียอย่างรุนแรง ตัวแทนทางกฎหมายของคณะกรรมการในไทยจึงแจ้งความดำเนินคดี

วันที่ 17 พฤศจิกายน อัยการไทยสั่งฟ้องฮันเตอร์อย่างเป็นทางการ คดีนัดขึ้นศาลอาญากรุงเทพใต้ในวันที่ 22 ธันวาคม

รัฐบาลมาเลเซียปิดกั้นเสรีภาพสื่อ

รัฐบาลมาเลเซียจำกัดเสรีภาพในการแสดงออกอย่างหนัก โดยใช้กฎหมายที่มีถ้อยคำกว้างและคลุมเครือเล่นงานผู้วิจารณ์ เมื่อเดือนธันวาคม 2024 รัฐสภามาเลเซียผ่านการแก้ไขพระราชบัญญัติการสื่อสารและมัลติมีเดีย พ.ศ. 2541 ให้เข้มงวดยิ่งขึ้น คณะกรรมการสื่อสารฯ เคยสั่งบล็อกเว็บข่าวหลายแห่งเพื่อปิดกั้นเสียงวิจารณ์

อย่างไรก็ตาม การแจ้งความดำเนินคดีในไทยถือเป็นก้าวใหม่ของรัฐบาลมาเลเซียในการปิดปากนักวิจารณ์

ไทยร่วมมือปราบปรามข้ามพรมแดน

Human Rights Watch ระบุว่าคดีนี้สะท้อนให้เห็นว่ารัฐบาลไทยยินดีละเมิดสิทธิเสรีภาพในการแสดงออกเพื่อช่วยเหลือรัฐบาลต่างชาติที่ต้องการเล่นงานผู้วิจารณ์นอกประเทศ เมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ทางการไทยยังยอมนำงานศิลปะเกี่ยวกับฮ่องกง ทิเบต และซินเจียง ออกจากนิทรรศการที่หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร ตามคำขอของสถานทูตจีน

ตลอดทศวรรษที่ผ่านมา ทางการไทยดูเหมือนจะร่วมมือกับรัฐบาลต่างชาติในการปราบปรามนักวิจารณ์ที่อาศัยอยู่ในไทย ซึ่งเรียกว่า "การปราบปรามข้ามพรมแดน"

สถิติที่น่าตกใจ

ไทยเป็นสมาชิกคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (UN Human Rights Council) แต่เพิกเฉยต่อข้อเสนอแนะเรื่องเสรีภาพในการแสดงออกจากการทบทวนสถานการณ์สิทธิมนุษยชน (Universal Periodic Review) เมื่อปี 2021 นับตั้งแต่รัฐประหารปี 2014 รัฐบาลไทยดำเนินคดีกับประชาชนเกือบ 2,000 คนจากการใช้สิทธิเสรีภาพในการแสดงออก รวมถึงชาวต่างชาติอย่างพอล แชมเบอร์ส (Paul Chambers) นักวิชาการด้านไทยศึกษาชื่อดัง ที่ต้องออกจากไทยเมื่อต้นปี 2025

ดาเนียลา กาฟชอน (Daniela Gavshon) ผู้อำนวยการ Human Rights Watch ประจำออสเตรเลีย กล่าวว่า "ออสเตรเลียและรัฐบาลที่เป็นห่วงควรส่งสัญญาณชัดเจนว่าการดำเนินคดีกับฮันเตอร์จะส่งผลเสียต่อชื่อเสียงของไทย รัฐบาลไทยไม่ควรช่วยรัฐบาลมาเลเซียปิดปากและดำเนินคดีกับผู้วิจารณ์"

คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (UN Human Rights Committee) ระบุว่ารัฐบาลควรพิจารณายกเลิกโทษอาญาสำหรับคดีหมิ่นประมาท และ "การจำคุกไม่ใช่บทลงโทษที่เหมาะสม" สำหรับความผิดฐานหมิ่นประมาท

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง