ศาลอาญาพิพากษาประหารชีวิต เอกลักษณ์ แพน้อย อดีตทหารเรือ หรือ ‘จ่าเอ็ม’ มือปืนยิง ‘ลิม กิมยา’ อดีตสมาชิกรัฐสภาฝ่ายค้าน กัมพูชา เสียชีวิตในกรุงเทพฯ เมื่อต้นปีที่ผ่านมา แต่จำเลยให้การรับสารภาพตั้งแต่ต้น ศาลจึงลดโทษกึ่งหนึ่งเหลือให้จำคุกตลอดชีวิต
3 ต.ค. 2568 ไทยพีบีเอสรายงานว่า เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์เบิกตัว นายเอกลักษณ์ แพน้อย หรือจ่าเอ็ม จำเลย มาฟังคำพิพากษาที่ศาลอาญารัชดา หลังก่อเหตุยิง นายลิม กิมยา สัญชาติกัมพูชา อดีตสมาชิกรัฐสภาฝ่ายค้าน กัมพูชา วัย 74 ปี เมื่อวันที่ 7 ม.ค. บริเวณย่านถนนข้าวสาร ฐานความผิดฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน พกอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้านหรือทางสาธารณะ โดยไม่มีเหตุอันควรยิงปืนฯ นอกจากนี้ยังไม่จำเลยที่ 2 อีกคน ถูกเบิกตัวมาฟังคำพิพากษาด้วยเช่นกัน
ส่วน นางแอนาลิม ภรรยาของนายลิมกิมยา ไม่ได้เดินทางมาร่วมรับฟังคำพิพากษาของศาล เนื่องจากติดภารกิจอยู่ที่ประเทศฝรั่งเศส
น.ส.ณัฐาศิริ เบิร์กแมน ทนายความโจทก์ร่วม เปิดเผยว่า หลังศาลพิพากษาจำเลย โดยศาลพิพากษาประหารชีวิต จำเลยที่ 1 ในข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน และร่วมกันฆ่าผู้อื่นฯ ตามมาตรา 289 แต่จำเลยที่ 1 รับสารภาพตั้งแต่ชั้นสอบสวน ศาลจึงพากษาลดโทษจำเลยกึ่งหนึ่ง เหลือจำคุกตลอดชีวิต
ส่วนค่าเสียหายทางแพ่ง เพื่อให้กับโจทก์ร่วมหรือภรรยา ศาลสั่งให้จำเลยที่ 1 ชดใช้ค่าเสียหาย เป็นค่าอุปการะ เนื่องจากสามีเสียชีวิต เดือนละ 15,000 บาท เป็นเวลา 7 ปี รวมทั้งค่าจัดงานศพ และให้ชดใช้ค่าเสียหายทางด้านจิตใจจำนวน 500,000 บาท เนื่องจากสามีถูกยิงเสียชีวิตต่อหน้า เป็นการกระทำที่อุกอาจ กระทบต่อจิตใจ รวมเป็นเงินทั้งสิ้นประมาณ 1,700,000 บาท
ส่วนจำเลยที่ 2 ทำหน้าที่เป็นคนขับรถให้จำเลยที่ 1 ศาลได้พิพากษายกฟ้อง เนื่องจากศาลเห็นว่า จำเลยประกอบอาชีพขับรถรับจ้าง ในการประกอบสัมมาชีพอยู่แล้ว จากพยานหลักฐาน ไม่พบว่า จำเลยที่ 2 มีส่วนรู้เห็นในการกระทำความผิด จึงพิพากษายกฟ้อง
ทนายความ ยังเปิดเผยหลังจากที่ได้พูดคุยกับ นางแอนาลิม ภรรยานายลิม กิมยา หลังศาลพิพากษา ว่า นางแอนาลิม ไม่ได้ติดใจเรื่องการพิจารณาโทษ และคำตัดสิน แต่สิ่งที่ยังคาใจคืออยากรู้ว่า ยังมีผู้ร่วมกระทำความผิดจำนวนกี่คน และอยากให้เจ้าหน้าที่ติดตามตัวมาดำเนินคดีให้ได้ ทั้งที่บางคนถูกออกหมายจับแล้ว จึงอยากให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการให้ถึงที่สุด
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
