“พัฒนา พร้อมพัฒน์” ประธานบอร์ด สปสช. ประชุมบอร์ด สปสช. นัดแรกหลังเข้ารับตำแหน่ง รมว.สาธารณสุข มีมติรับทราบนโยบาย “ฟอกไตฟรีทุกแห่ง” ของรัฐบาล มอบ สปสช. จัดการหน่วยบริการเรียกเก็บค่าบริการฟอกเลือดเพิ่ม ให้ดำเนินการตามกฎหมายทันที หลังพบผู้ป่วยไตวายสิทธิบัตรทองถูกเรียกเก็บเงินค่าฟอกเลือด พร้อมให้หาแนวทางขยายปลูกถ่ายไตอย่างเป็นระบบ ให้ผู้ป่วยไตวายบัตรทองได้รับบริการนี้มากขึ้น รวมถึงมุ่งเน้นสร้างเสริมองค์ความรู้ให้ประชาชนชะลอไตเสื่อม ลดผู้ป่วยไตวายหน้าใหม่เข้าสู่ระบบการรักษา ก่อนให้ข้อมูล ผลการศึกษาทุกอย่าง เข้าที่ประชุมครั้งหน้า ให้ บอร์ด สปสช.เคาะอีกครั้ง พ.ย. 68 นี้
7 ตุลาคม 2568 นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ในฐานะประธานกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บอร์ด สปสช.) เป็นประธานการประชุม บอร์ด สปสช. ครั้งที่ 10/2568 เมื่อวันที่ 6 ต.ค. 2568 ที่สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ซึ่งถือเป็นการประชุมครั้งแรกของนายพัฒนา ในฐานะประธาน บอร์ด สปสช. ตั้งแต่เข้ารับตำแหน่ง รมว.สาธารณสุข โดยมีตัวแทน บอร์ด สปสช. และผู้บริหารจาก สปสช. เข้าร่วมประชุม และให้การต้อนรับ
ทั้งนี้ ประเด็นพิจารณาวาระสำคัญของการประชุม บอร์ด สปสช. ในครั้งนี้ มีการพิจารณาระเบียบวาระสำคัญตามนโยบายของรัฐบาล คือ นโยบายไตวายเรื้อรังเพื่อให้ผู้ป่วยไตวายในระบบบัตรทองฟอกไตโดยไม่มีค่าใช้จ่าย และขยายการปลูกถ่ายไต (นโยบาย 30 บาทรักษาทุกที่ ฟอกไตฟรีทุกแห่ง) โดยที่ประชุมบอร์ด สปสช. มีมติเพื่อให้ดำเนินการตามนโยบายดังกล่าว มอบหมายให้ สปสช. ดำเนินการไม่ให้หน่วยบริการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียมในระบบบัตรทอง เรียกเก็บค่าบริการจากผู้รับบริการฟอกไตในระบบบัตรทองเพิ่มเติมไม่ว่ากรณีใดก็ตาม ซึ่งหากพบว่ามีหน่วยบริการฟอกเลือดใดเรียกเก็บเงินจะต้องดำเนินการทางกฎหมายในทันที
พร้อมกันนี้ ยังมีมติมอบให้ สปสช. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมขับเคลื่อนการรับรู้เรื่องสุขภาพ และการส่งเสริมป้องกันเพื่อการชะลอไตเสื่อม เพื่อป้องกันไม่ให้มีผู้ป่วยไตวายเรื้อรังระยะสุดท้ายรายใหม่เข้าสู่ระบบการรักษา และยังเป็นการลดจำนวนผู้ป่วยไตในระบบสุขภาพของประเทศด้วย นอกจากนี้ ที่ประชุมบอร์ด สปสช. ยังมีมติ ขอให้คณะกรรมการควบคุมคุณภาพและมาตรฐานบริการสาธารณสุข (บอร์ดควบคุมฯ) พิจารณาข้อเสนอในการดำเนินการเพื่อสร้างความมั่นใจในเรื่องคุณภาพบริการ และมอบหมายให้คณะอนุกรรมการกำหนดหลักเกณฑ์การดำเนินงานและบริหารกองทุน พิจารณาผลกระทบและจัดทำข้อเสนอเตรียมการทางด้านงบประมาณเพื่อรองรับนโยบาย
ขณะที่ในส่วนขยายบริการปลูกถ่ายไตให้กับผู้ป่วยไตวายในระบบบัตรทอง ให้มีการพัฒนาระบบบริจาค และระบบจัดสรรไตให้มีประสิทธิภาพ โดยให้ สปสช. ร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ประสานดำเนินการกับศูนย์รับบริจาคอวัยวะ สภากาชาดไทย มูลนิธิโรคไตแห่งประเทศไทย สมาคมปลูกถ่ายอวัยวะแห่งประเทศไทย และหน่วยบริการรวมถึงองค์กรอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยขอให้ดำเนินการตามแนวทางดังกล่าว และเสนอ บอร์ด สปสช.อีกครั้ง ในการประชุมครั้งถัดไป หรือในเดือน พ.ย. 2568 นี้ต่อไป
นายพัฒนา กล่าวภายหลังการประชุมว่า ในฐานะรมว.สาธารณสุข และประธานบอร์ด สปสช. มีนโยบายที่ต้องการมุ่งเน้น 5 ด้าน ประกอบด้วย 1. 30 บาทรักษาทุกที่ และฟอกไตฟรีได้ทุกแห่ง 2. รอบรู้ เพื่ออยู่อย่างมีคุณภาพชีวิตที่ดี 3. หมอไม่ล้า ประชาชนไม่รอ เชื่อมต่อทุกบริการผ่านเทคโนโลยี 4. เครื่องยนต์ทางเศรษฐกิจใหม่ของประเทศด้วยการแพทย์มูลค่าสูง และ 5. ขวัญกำลังใจบุคลากร
แต่ทั้งนี้ ในส่วนนโยบาย 30 บาทรักษาทุกที่ นอกจากจะมุ่งเน้นนโยบายฟอกไตฟรีได้ทุกแห่งแล้ว ยังมุ่งเน้นให้มีการจัดการกับหน่วยบริการที่เรียกเก็บค่าใช้จ่ายจากผู้ป่วย ซึ่งยังพบอยู่ และมอบหมายให้ทาง สปสช.เข้าไปดำเนินการจัดระบบการตรวจสอบให้เคร่งครัดต่อไป ขณะเดียวกัน คุณภาพบริการผู้ป่วยไตวายเรื้อรัง ก็ต้องมีการกำหนดคุณภาพมาตรฐานแต่ละวิธีการรักษาให้อย่างชัดเจนด้วย
ด้าน นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ กล่าวเสริมว่า ที่ประชุมบอร์ด สปสช. มีการหารือในประเด็นการถูกเรียกเก็บค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมจากการเข้ารับการบำบัดทดแทนไต ซึ่ง สปสช. จะเข้าไปจัดระบบในการดำเนินการ โดยจะให้คณะทำงานเข้าไปดำเนินการ คาดว่าใช้เวลาไม่เกิน 1 เดือนจะได้แนวทางที่ชัดเจน ซึ่งเรื่องนี้เป็นประเด็นสำคัญที่บอร์ด สปสช. ให้ความสำคัญอย่างมาก และต้องดำเนินการทันที นอกจากนี้ ที่ประชุมบอร์ด สปสช. ยังมุ่งเน้นให้มีการขยายบริการปลูกถ่ายไตในระบบบัตรทองให้เพิ่มมากขึ้น ซึ่งสิทธิประโยชน์สำหรับบำบัดทดแทนไตยังคงเหมือนเดิม คือมี 3 วิธีการ คือ การฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม การล้างไตทางช่องท้อง และการปลูกถ่ายไต ซึ่งแต่ละวิธีการผู้ป่วยยังคงต้องปรึกษาเลือกวิธีการบำบัดทดแทนไตกับอายุรแพทย์โรคไตอยู่ เพื่อหาทางเลือกที่เหมาะสมสำหรับการรักษาให้เหมาะกับผู้ป่วยแต่ละราย
“ประเด็นสำคัญที่บอร์ด สปสช. หารือกันในวันนี้ คือ ประเด็นการบำบัดทดแทนไตในระบบบัตรทอง ที่ผู้ป่วยยังถูกเรียกเก็บเงินเพิ่มเติม ทั้งที่เป็นสิทธิประโยชน์โดยไม่มีค่าใช้จ่าย โดยเฉพาะหน่วยบริการฟอกเลือดไตเทียมที่รับส่งต่อ ซึ่ง สปสช.จะวางระบบการจัดการ และควบคุมอย่างเข้มข้นมากขึ้น รวมถึงแนวทางการขยายบริการปลูกถ่ายไต และการสร้างองค์ความรู้ชะลอไตเสื่อม ก่อนจะนำเสนอต่อที่ประชุม บอร์ด สปสช. ในการประชุมครั้งต่อไป” เลขาธิการ สปสช. กล่าวย้ำในตอนท้าย
