Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

อบต.หอมเกร็ด อ.สามพราน จ.นครปฐม เดินหน้าดูแลผู้สูงอายุและผู้ที่มีภาวะพึ่งพิง หนุนจ้าง “Caregiver” ดูแลผู้ป่วยถึงบ้าน ช่วยผู้สูงอายุ กลุ่มเปราะบางเข้าถึงบริการสาธารณสุข รับการฟื้นฟูต่อเนื่อง พร้อมสะท้อนปัญหาผู้สมัคร CG น้อย สาเหตุภาระงานหนัก ค่าตอบแทนจำกัด แนะปรับให้สอดคล้อง ด้าน CG เผย เข้าร่วมโครงการได้รับการอบรมการดูแลผู้สูงอายุ รู้สึกภาคภูมิใจมีส่วนร่วมดูแลผู้อื่น

9 มิถุนายน 2569 นางกิตติญา แพถนอม ผู้อำนวยการกองสวัสดิการสังคม รักษาราชการแทน ผู้อำนวยการกองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม องค์การบริหารส่วนตำบลหอมเกร็ด (อบต.หอมเกร็ด) อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม กล่าวว่า อบต.หอมเกร็ด ให้ความสำคัญกับการดูแลผู้สูงอายุและกลุ่มเปราะบางในพื้นที่ ผ่านกองทุนดูแลระยะยาวสำหรับผู้สูงอายุที่อยู่ในภาวะพึ่งพิง (Long–term care :LTC) โดยทำงานร่วมกับผู้นำชุมชน โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) และผู้ช่วยเหลือดูแลผู้มีภาวะพึ่งพิง (Caregiver: CG) เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงบริการสาธารณสุขได้มากที่สุด

ปัจจุบันพื้นที่ อบต.หอมเกร็ด มีผู้สูงอายุที่เป็นผู้ป่วยเรื้อรังประมาณ 100 คน และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยในจำนวนดังกล่าว มีกลุ่มเปราะบางราว 20-30 คน เพื่อให้เกิดการเข้าถึงบริการเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะผู้มีภาวะพึ่งพิง ทาง อบต.หมอเกร็ด จึงได้สนับสนุนโครงการจ้าง Caregiver ตามหลักเกณฑ์ คือ สัดส่วน Caregiver 1 คน ต่อผู้ป่วย 4 คน ในการดูแลผู้ป่วยที่มีภาวะพึ่งพิง ทั้งผู้ป่วยหลอดเลือดสมอง ผู้ป่วยเบาหวานที่ถูกตัดขา ผู้มีปัญหาทางสายตา และผู้สูงอายุที่มีปัญหาข้อเข่าเสื่อม โดย Caregiver จะลงพื้นที่เยี่ยมบ้านและดูแลผู้ป่วยตามแผนการดูแลสัปดาห์ละ 5 วัน หลังผ่านการอบรมหลักสูตร 70 ชั่วโมง

อย่างไรก็ดี จากข้อมูลจำนวนกลุ่มเปราะบางที่มีภาวะพึ่งพิงข้างต้นนี้ อบต.หอมเกร็ดต้องจัดจ้าง Caregiver อย่างน้อย 5-6 คนในการดูแล แต่ที่ผ่านมายังมีผู้สนใจสมัครเพียง 1 คนเท่านั้น เนื่องจากค่าตอบแทนที่ไม่สอดคล้องกับภาระงาน อยู่ที่จำนวน 5,000 บาทต่อเดือน ทั้งยังมีค่าเดินทาง แม้ว่าจะมีการอบรมเพิ่มเติม เพื่อปรับเพิ่มค่าตอบแทนเป็น 6,000 บาทก็ตาม ประกอบกับยังเป็นงานที่ต้องเสียสละและมีใจรัก เพราะต้องคอยดูแลผู้ป่วยติดเตียง ผู้สูงอายุ และผู้ที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้อย่างใกล้ชิด ซึ่งหลายๆ ครั้งต้องสัมผัสผู้ป่วยและสารคัดหลั่งด้วย ทั้งต้องดูแลต่อเนื่องระยะยาว ทำให้ไม่จูงใจเพียงพอ หากเป็นไปได้น่าจะมีการปรับให้เหมาะสม

โฆษณา - Advertising

“ปัจจุบัน อบต.หอมเกร็ด ยังมี Caregiver เพียง 1 คนเท่านั้น ซึ่งผู้เป็นผู้มีจิตอาสาในการดูแลผู้ป่วย แม้ว่าจะได้รับค่าตอบแทนไม่สูงมากนัก โดยอยากนำความรู้จากการอบรมไปดูแลผู้สูงอายุในครอบครัวและชุมชน” นางกิตติญา กล่าว

นางกิตติญา กล่าวว่า ที่ผ่านมา อบต.หอมเกร็ด ได้สอบถามความคิดเห็นของประชาชนเกี่ยวกับโครงการดูแลผู้ที่มีภาวะพึ่งพิง พบว่าประชาชนส่วนใหญ่สนับสนุนและต้องการให้ดำเนินโครงการต่อเนื่อง เนื่องจากผู้ป่วยที่ได้รับการดูแลจะมีพัฒนาการฟื้นฟูที่ดีขึ้น ดังนั้น Caregiver มีความสำคัญมาก และหากเป็นไปได้อยากให้มีการสนับสนุนเพิ่มเติม ทั้งเรื่องค่าตอบแทน ค่าน้ำมัน สวัสดิการ รวมถึงวัสดุอุปกรณ์ในการทำงาน เพื่อสร้างแรงจูงใจให้มีคนสนใจเข้ามาทำงานด้านนี้มากขึ้น

ด้าน น.ส.โสภา แสงจันทร์ Caregiver อบต.หอมเกร็ด กล่าวว่า ที่สมัครเป็น Caregiver เพราะสนใจเรื่องสุขภาพ และมองเห็นโอกาสที่จะได้ทำงานช่วยเหลือผู้ป่วยที่อยู่ในภาวะพึ่งพิง ประกอบการเป็น Caregiver ยังได้รับการอบรมและมีความรู้ในการการดูแลผู้สูงอายุ ซึ่งสามารถนำไปดูแลพ่อแม่ หรือญาติที่สูงอายุของเราได้ด้วย และเมื่อทำได้ระยะหนึ่งก็รู้สึกว่า ตัวเองมีคุณค่าจากการที่ได้ดูแลคนอื่น นอกจากครอบครัวตัวเอง และเมื่อเห็นผู้ที่ได้ดูแลมีอาการดีขึ้น มีกำลังใจที่ดี ก็ทำให้ตนเกิดความภาคภูมิใจ ส่วนค่าตอบแทนที่ได้รับ ยอมรับว่าไม่มาก แต่ถือว่าเป็นการทำงานจิตอาสาที่ได้ช่วยเหลือผู้สูงอายุ ผู้ป่วย โดยการดูแลต่างๆ นั้น เป็นการทำตามแผนการดูแลของ Care manager และคำแนะนำ

“อยากให้มีการสนับสนุนความรู้เพิ่มเติม เพื่อเสริมศักยภาพการดูแลผู้ป่วย ซึ่งการอบรม 70 ชั่วโมงมองว่ายังน้อยไป และอยากให้ อบต. และ สปสช. สานต่อโครงการนี้ต่อเนื่อง ไม่ใช่แค่เกิดการจ้างงาน แต่เพื่อให้ผู้ป่วยที่มีภาวะพึ่งพิงได้รับการดูแลต่อเนื่องด้วย หยุดไม่ได้” CG อบต.หอมเกร็ด กล่าว

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง
โฆษณา - Advertising