Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

รัฐบาล “อันวาร์ อิบราฮิม” เสนอร่างงบประมาณปี 2569 วงเงินราว 419,000 ริงกิต (ราว 3.2 ล้านล้านบาท) เน้นอุ้มคนจน และธุรกิจ SME พยายามลดผลกระทบจากมาตรการภาษี “ทรัมป์” ของสหรัฐฯ ที่กระทบต่อการส่งออก ขณะเดียวกันก็ทำตามสัญญาด้วยการอัดงบพัฒนาท้องถิ่นแถบบอร์เนียวในรัฐซาบาห์และรัฐซาราวัก ปรับลดเงินเดือนคณะรัฐมนตรี พร้อมทั้งให้สัญญากับประชาชนว่าจะไม่ซ้ำเติมด้วยการเก็บภาษีเพิ่ม แต่จะใช้วิธี “การบริหารจัดการที่ดี” แทน

 

23 ต.ค. 2568 รัฐบาลอันวาร์ อิบราฮิม ของมาเลเซียเพิ่งจะเสนอร่างงบประมาณประจำปี 2569 เป็นวงเงินรวมแล้วราว 419,000 ริงกิต (ราว 3.2 ล้านล้านบาท)

รัฐบาลกลางของมาเลเซียยังได้จัดสรรงบประมาณ 15,000 ล้านริงกิต (ราว 115,000 ล้านบาท) ไว้สำหรับโครงการ "เงินช่วยเหลือราฮ์มะห์" (Sumbangan Tunai Rahmah หรือ STR) และ "โครงการช่วยเหลือพื้นฐานราฮ์มะห์" (Sumbangan Asas Rahmah หรือ Sara) เอาไว้ในงบประมาณประจำปี 2569 เพิ่มขึ้นจาก 13,000 ล้านริงกิต (ราว 100,000 ล้านบาท) ในงบประมาณปี 2568

นอกจากนี้รัฐบาลมาเลเซียยังได้มีแผนโครงการโอนเงินมูลค่ารวม 2,000 ล้านริงกิต (ราว 15,400 ล้านบาท) รวมถึงจะออกแผนการให้เงินช่วยเหลือบุคคลบางกลุ่มที่เผชิญปัญหาจากค่าครองชีพสูง

นายกรัฐมนตรี อันวาร์ อิบราฮิม กล่าวว่า ถึงแม้ตัวบ่งชี้ทางเศรษฐกิจดูจะดำเนินไปในทางที่ดี แต่รัฐบาลก็เล็งเห็นว่าค่าครองชีพของประชาชนเพิ่มสูงขึ้นและกลายเป็นภาระ เหตุให้มีการเพิ่มเงินช่วยเหลือแก่ประชาชนมากขึ้น

สำหรับโครงการ STR นั้นประชาชน 9 ล้านคนในมาเลเซียจะได้รับเงินช่วยเหลือสูงสุด 100 ริงกิตต่อเดือน ราว 770 บาท ส่วนประชาชนอีก 1 ล้านคนที่ได้รับเงินช่วยเหลือ STR ภายใต้โครงการ e-Kasih ซึ่งเป็นโครงการช่วยเหลือคนจนและคนจนมาก โดยจะได้รับเงินช่วยเหลือสูงสุด 200 ริงกิตต่อเดือน หรือราว 1,500 บาท

อันวาร์เปิดเผยในการเสนอร่างงบประมาณแผ่นดินประจำปี 2569 เมื่อวันที่ 10 ต.ค. ที่ผ่านมา ว่ามีความเป็นไปได้ที่ภาครัฐจะจัดสรรเงินช่วยเหลือให้ประชาชนได้มากกว่านี้ ซึ่งมีโอกาสทำได้โดยการเก็บออมผ่านมาตรการให้เงินอุดหนุนตามเหตุอันสมควรของรัฐบาล

นอกเหนือจากกลุ่มที่ได้รับความช่วยเหลือทางการเงินจากโครงการ STR และ Sara แล้ว งบประมาณปี 2569 ของมาเลเซีย ยังระบุจะให้เงินช่วยเหลือพิเศษแก่ทหารผ่านศึกของมาเลเซียเกือบ 120,000 นาย ที่มีเหรียญตรา Pingat Jasa Malaysia เป็นเงิน 500 ริงกิต (ราว 3,900 บาท) และข้าราชการเกรด 56 ลงไปจะได้รับ 500 ริงกิตเช่นกัน ส่วนผู้รับบำนาญและทหารผ่านศึกที่ไม่มีบำนาญจะได้รับ 250 ริงกิต ราว 1,900 บาท โดยจะมีการแจกเงินให้ช่วงเดือนมีนาคม 2569 ซึ่งตรงกับช่วงวันอีดิลฟิฏร์หรือการฉลองละศีลอด

ทั้งนี้ยังมีโครงการต่างแจกเงินพิเศษอื่นๆ เช่น โครงการแจกเงิน 500 ริงกิตให้ครูสอนศาสนาอิสลาม, เจ้าหน้าที่ทางศาสนา คณะทำงานของมัสยิด และโครงการให้เงินอุดหนุนค่าเบี้ยเลี้ยงรายเดือนแก่ข้าราชการที่เรียนต่อ เพื่อเป็นการส่งเสริมให้ข้าราชการเรียนต่อในระดับสูง

 อันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย

มาเลเซียคาดปีหน้าเศรษฐกิจโต เก็บรายได้เพิ่ม 9,000 ล้าน

จากรายงานการคาดการณ์เศรษฐกิจปี 2569 ของรัฐบาลมาเลเซียระบุว่า เศรษฐกิจมาเลเซียน่าจะขยายตัวร้อยละ 4.0-4.5 เปอร์เซ็นต์ โดยภาครัฐจะสามารถจัดเก็บรายได้รวมแล้ว 343.1 ล้านริงกิต (ราว 2,600 ล้านบาท) เทียบกับปี 2568 ที่เก็บได้ 334.1 ล้านริงกิต (ราว 2,580 ล้านบาท)

สำหรับแผนงบประมาณของมาเลเซียในปี 2569 มีมูลค่ารวมแล้ว 419 ล้านริงกิต (ราว 3.2 ล้านล้านบาท) ซึ่งทางการมาเลเซียตั้งเป้าให้เกิดการขาดดุลงบประมาณปี 2569 อยู่ที่ร้อยละ 3.5 เปอร์เซ็นต์ของจีดีพี ลดลงจากในปี 2568 ที่มีการขาดดุลงบประมาณอยู่ที่ร้อยละ 3.8เปอร์เซ็นต์ โดยคาดว่าจะมีการกู้ยืมเงินครั้งใหม่ของรัฐบาลลดลงน้อยกว่า 77,000 ล้านริงกิต (ราว 593,000 ล้านบาท)

"โดยปกติแล้ว เวลาที่ต้องมีค่าใช้จ่ายด้านโครงสร้างพื้นฐานและการช่วยเหลือประชาชนเพิ่มเติม ก็จะมีการจัดเก็บภาษีมากขึ้น" อันวาร์กล่าว

“แต่รัฐบาลก็เลือกที่จะพัฒนาด้านการบริหารจัดการ เช่นการวางเป้าหมายการให้เงินอุดหนุนโดยไม่เพิ่มภาระให้ประชาชน การทำเช่นนี้รัฐบาลได้ทำสำเร็จในเรื่องการวางมาตรการขจัดการทุจริตคอร์รัปชัน การปราบปรามการลักลอบขนสินค้าผิดกฎหมาย และการทลายกำแพงตัดกำลังแก๊งอาชญากรรมได้”อันวาร์กล่าวในการแถลงร่างงบประมาณประจำปี

นักวิเคราะห์จากแชนแนลนิวส์เอเชียมองว่า ร่างงบประมาณที่เสนอโดยอันวาร์เป็นการสร้างสมดุลระหว่างความรับผิดชอบทางการเงินกับการส่งผลต่อเศรษฐกิจภาคการผลิตจริง และเป็นไปตามแผนการระยะยาวของนายกรัฐมนตรีอันวาร์ แล้วก็เป็นไปตาม "กรอบความคิดมาดานี (madani)" ซึ่งเป็นคำขวัญของรัฐบาลอันวาร์

madani มาจากตัวย่อในภาษามาเลย์ที่สื่อถึง ความยั่งยืน, ความห่วงใยและความการุณย์, ความเคารพ, นวัตกรรม, ความมั่งคั่ง และความเชื่อใจ โดยยังเป็นคำที่นำมาใช้พูดถึงความเป็นเอกภาพของรัฐบาลด้วย

แพทริก เทย์ จาก PwC มาเลเซีย กล่าวว่า จุดที่รัฐบาลเน้นย้ำหลักๆ ในแผนรายจ่ายคือภาคส่วนที่รัฐบาลเคยบอกว่าจะให้ความสำคัญ เช่น เรื่องการพัฒนาเศรษฐกิจและโครงสร้างพื้นฐานทางสังคมในพื้นที่ขาดแคลน อีกทั้งยังมีความต้องการเพิ่มกำลังการแข่งขันทางเศรษฐกิจของมาเลเซียผ่านการลงทุนในภาคส่วนที่มีการเติบโตสูงและมีมูลค่าสูง

อัดงบพัฒนาท้องถิ่นแถบบอร์เนียว เพิ่มงบกระทรวงศึกษาธิการ ลดเงินเดือนรัฐมนตรี

ทั้งนี้อันวาร์ยังได้ปฏิบัติตาม "ข้อตกลงมาเลเซีย 1963 (MA63)" ด้วยการประกาศว่าจะจัดสรรงบประมาณให้กับรัฐแถบบอร์เนียว คือรัฐซาบาห์และรัฐซาราวักให้เป็นพื้นที่ที่ได้รับ "งบประมาณด้านการพัฒนาสูงที่สุด"

MA36 เป็นข้อตกลงที่มีการลงนามตามหลักการจัดตั้งสหพันธรัฐมาเลเซีย ในข้อตกลงระบุให้มีการรับรองรัฐซาบาห์และรัฐซาราวักไม่เพียงแค่ในฐานะรัฐเท่านั้น แต่ให้ยอมรับในฐานะเป็นคู่สัญญาที่มีความเท่าเทียมกับมาเลเซียตะวันตกด้วย

อันวาร์กล่าวว่า "รัฐบาลมาดานียังคงมีความมุ่นมั่นในการที่จะเร่งการพัฒนาซาบาห์และซาราวัก ไม่ใช่แค่การให้สัญญาแต่เป็นความพยายามอย่างแท้จริงในการที่จะอุดช่องว่างการพัฒนาที่ไม่เท่าเทียมกันในด้านโครงสร้างพื้นฐาน"

รัฐบาลอันวาร์มีแผนการเพิ่มงบประมาณการพัฒนาซาบาห์เป็น 6,900 ล้านริงกิต (ราว 54,000 ล้านบาท) เพิ่มขึ้นจากปี 2565 ซึ่งอยู่ที่ 4,400 ล้านริงกิต (ราว 34,000 ล้านบาท) ส่วนซาราวักจะได้รับงบประมาณการพัฒนาเพิ่มขึ้นเป็น 6,000 ล้านริงกิต (ราว 47,000 ล้านบาท) เทียบกับปี 2565 อยู่ที่ 2,900 ล้านริงกิต (ราว 22,500 ล้านบาท) นอกจากนี้ยังจะมีการเพิ่มเงินช่วยเหลือพิเศษให้แก่ทั้งสองรัฐเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าเมื่อเทียบกับปี 2566 คือจาก 300 ล้านริงกิต เป็น 600 ล้านริงกิต ด้วย (จากราว 2,330 ล้านบาท เป็นราว 4,660 ล้านบาท)

อันวาร์ยังได้กล่าวถึงเรื่องโครงการโครงสร้างพื้นฐานระหว่างสองรัฐ เช่นโครงการทางหลวงเชื่อมต่อทรานส์บอร์เนียว และถนนเชื่อมต่อระหว่างซาราวักกับซาบาห์ โดยตั้งงบประมาณไว้ที่ 48,000 ล้านริงกิต (ราว 372,000 ล้านบาท) ด้วย

สื่อแชนแนลนิวส์เอเชียเคยรายงานว่าก่อนหน้าการเลือกตั้งครั้งล่าสุดของมาเลเซีย รัฐซาบาห์ยังมีปัญหาเรื่องน้ำประปาไม่ไหลและไฟฟ้าดับบ่อยครั้ง รวมถึงปัญหาเรื่องถนนหนทางที่ไม่ดี

นอกจากนี้ในแผนงบประมาณของมาเลเซียยังมีการเพิ่มการจัดสรรงบประมาณให้กระทรวงศึกษามากขึ้นเป็น 66,200 ล้านริงกิต (ราว 514,000 ล้านบาท) เทียบกับปี 2568 ซึ่งอยู่ที่ 64,200 ล้านริงกิต (ราว 498,000 ล้านบาท) และเพิ่มงบประมาณให้กระทรวงสาธารณสุข 46,500 ล้านริงกิต (361,000 ล้านบาท) เพิ่มจากเดิมของปีนี้อยู่ที่ 45,300 ล้านริงกิต (352,000 ล้านบาท)

รวมถึงมีแผนการปรับลดเงินเดือนคณะรัฐมนตรีทั้งหมดร้อยละ 20 เปอร์เซ็นต์ หลังจากที่มีการประกาศไว้เมื่อเดือนธันวาคม 2565

แผนงบประมาณท่ามกลางภาษีทรัมป์

การเสนอแผนงบประมาณใหม่ของมาเลเซียยังมาในเวลาเดียวกับที่มีการบังคับใช้มาตรการภาษีของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ มาเลเซียสามารถเจรจาลดภาษีลงได้จากร้อยละ 24 เหลือร้อยละ 19 อันวาร์มองว่าการขึ้นภาษีแต่ละฝ่ายจะกลายเป็น "ภัยคุกคามใหญ่" สำหรับการค้าโลกในปัจจุบันและระบบการเงินการลงทุน

ในมาเลเซียธุรกิจอิเล็กโทรนิกส์และภาคส่วนเฟอร์นิเจอร์เป็นภาคส่วนที่ส่งออกให้กับสหรัฐฯ มากที่สุด ธุรกิจเหล่านี้กังวลว่าจะเกิด "ภาวะขาดแคลนทางการค้า" บีบให้ธุรกิจต้องลดขนาดหรือปิดกิจการลง

ทั้งนี้ยังมีนักวิเคราะห์มองว่า มาตรการภาษีของทรัมป์จะส่งผลให้เกิดการชะลอตัวทางเศรษฐกิจยาวไปจนถึงปีหน้า

สจวร์ต นิกสัน รองผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยของ IDEAS กล่าวว่า เรื่องนี้ทำให้รัฐบาลมาเลเซียเน้นให้งบประมาณช่วยเเหลือค้ำจุนทั้งครัวเรือนและธุรกิจต่างๆ เพื่อให้สามารถ "ปรับตัวรับแรงกระแทก" ได้

นักเศรษฐศาสตร์อาวุโสที่ OCBC ลาวันยา เวนกาเทสวารัน กล่าวว่า ธนาคารถูกคาดหวังให้กลายเป็นผู้ให้การค้ำจุนกิจการขนาดเล็กและขนาดกลางที่อาจจะได้รับผลกระทบจากภาษีทรัมป์

แอนโธนี แดส จากสถาบันยุทธศาสตร์ KSI เพื่อเอเชียแปซิฟิก มองว่า แผนงบประมาณของอันวาร์เป็นไปในลักษณะ "เน้นการคุ้มครองและเป็นงบเชิงขยายใหญ่" ที่มีทั้งความเป็นประชานิยมและมีการนำมาใช้ได้จริงในทางการเมืองเพื่อรับมือกับภาษีทรัมป์ ด้วยการนำงบเหล่านี้มาใช้เป็นเสมือนเบาะรับแรงกระแทกในระยะสั้นของประชาชน เนื่องจากมาตรการภาษีทรัมป์จะส่งผลให้ การส่งออก รายได้ และตำแหน่งงานถูกบีบให้ลดน้อยลง

แดส เสนออีกว่า อันวาร์ควรจะเสนองบประมาณที่จะเป็นการกระตุ้นให้เกิดความต้องการซื้อภายในประเทศเพื่อช่วยชดเชยเรื่องการส่งออกได้น้อยลง รวมถึงควรจะเริ่มต้นแผนโครงการมาเลเซียฉบับที่ 13 เพื่อปักหลักการเติบโตและจัดวางตำแหน่งของมาเลเซียให้กลายเป็นห่วงโซ่อุปทานใหม่ของโลก

 

 

เรียบเรียงจาก

Budget 2026 boosts cash transfer programmes to RM15b; special aid for select recipients, The Edge Malaysia, 10-10-2025

https://theedgemalaysia.com/node/773629

Malaysia to unveil largest-ever budget while balancing fiscal discipline and cost-of-living relief, say analysts, Channel News Asia, 09-10-2025

https://www.channelnewsasia.com/asia/malaysia-budget-2026-anwar-ibrahim-economists-cost-living-5392036

Malaysia PM Anwar unveils record US$111.4 billion Budget 2026, Channel News Asia, 10-10-2025

https://www.channelnewsasia.com/asia/malaysia-budget-2026-anwar-ibrahim-finance-minister-5393941

Budget 2026: Balancing growth and prudence, The Edge Malaysia

https://theedgemalaysia.com/budget/2026/

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง