'ปราณี' ภรรยาของสุรชัย เข้าให้ข้อมูลอัยการฝ่ายสอบสวน ปม 'สุรชัย แซ่ด่าน' ถูกอุ้มหายในลาว ด้านอัยการฯ เผยคดียังไม่ยุติ ยังอยู่ในขั้นตอนแสวงหาข้อมูลเพิ่มเติม หากญาติมีหลักฐานสามารถนำส่งให้เจ้าหน้าที่ได้ 'พรเพ็ญ' หวังทางอัยการใช้มาตรฐานสากลในการสืบคดี และแสวงหาพยานหลักฐานเพิ่มเติม เชื่อไม่เกินมืออัยการ
24 ต.ค. 2568 เว็บไซต์มูลนิธิผสานวัฒนธรรม รายงานเมื่อ 22 ต.ค.ที่ผ่านมา เวลา 13.30 น. ปราณี ด่านวัฒนานุสรณ์ ภรรยาของสุรชัย ด่านวัฒนานุสรณ์ ผู้ลี้ภัยทางการเมืองชาวไทย ซึ่งถูกบังคับสูญหายที่ประเทศลาวเมื่อปี 2561 เข้าให้ข้อเท็จจริงต่อพนักงานอัยการ สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายการสอบสวน 2 สำนักงานอัยการสูงสุด ตลิ่งชัน เกี่ยวกับกรณี สุรชัย ด่านวัฒนานุสรณ์ หรือสุรชัย แซ่ด่าน ถูกบังคับให้สูญหายที่ประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) เพื่อนำไปสู่การแสวงหาข้อเท็จจริงและดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป โดยเฉพาะการดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่รัฐทั้งในไทยและนอกราชอาณาจักรที่เกี่ยวข้อง
ก่อนหน้านี้ ปราณี ด่านวัฒนานุสรณ์ และทีมทนายความจากมูลนิธิผสานวัฒนธรรม ได้รับหนังสือยุติเรื่องและไม่รับทำการสอบสวน ตามระเบียบสำนักงานอัยการสูงสุดว่าด้วยการดำเนินการตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. 2565 มูลนิธิฯ จึงทำหนังสืออุทธรณ์คำสั่งดังกล่าว และผู้อำนวยการศูนย์ป้องกันและและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พิจารณาเชิญปราณี มาให้ข้อเท็จจริงเพิ่มเติม โดยการเข้าให้ข้อเท็จจริงต่ออัยการในครั้งนี้ถือเป็นครั้งที่ 3 หลังจากที่ปราณี และทีมทนายความมูลนิธิฯ เริ่มต้นแจ้งความร้องทุกข์ต่อศูนย์ป้องกันและและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย เมื่อวันที่ 15 มี.ค. 2566
อัยการให้ความเห็นว่า เบื้องต้น กรณีของสุรชัย สามารถสันนิษฐานได้ว่าเป็นการเสียชีวิตจากการถูกฆาตกรรม เมื่อพิจารณากรณีที่พบศพอีก 2 ราย คือกรณีชัชชาญ บุปผาวัลย์ และไกรเดช ลือเลิศ แต่ไม่ได้พบศพสุรชัย และไม่สามารถระบุตัวผู้กระทำความผิดได้ นอกจากนี้ ยังชี้แจงว่าคำสั่งยุติเรื่องไม่ถือเป็นการสิ้นสุดโดยสิ้นเชิง เป็นขั้นตอนการแสวงหาข้อเท็จจริงเบื้องต้น แต่ยังไม่ได้เปิดเป็นสำนวนสอบสวนให้มีคำสั่งฟ้องหรือไม่ฟ้อง หากมีพยานหลักฐานสามารถนำส่งเพิ่มเติมได้ และการบังคับสูญหายไม่มีอายุความจนกว่าจะทราบชะตากรรม
หลังจากปราณี เข้าพบพนักงานอัยการแล้ว เธอกล่าวว่า "สำหรับวันนี้รู้สึกว่ามีความหวังมากขึ้น อัยการสูงสุดก็มีความพยายามจะช่วยเหลือ อยากให้ช่วยประสานหาพยานมาให้ข้อเท็จจริงเพิ่มเติม เพราะเราก็มีเบาะแสที่อัยการดำเนินการต่อได้"
พรเพ็ญ คงขจรเกียรติ สมาชิกมูลนิธิผสานวัฒนธรรม กล่าวว่า กรณีการบังคับให้สูญหายถือเป็นความผิดอาญาที่เกี่ยวกับการกระทำผิดโดยรัฐ ที่สำคัญคือไม่พบศพ ไม่ทราบชะตากรรม การสืบสวนสอบสวนจึงต้องใช้มาตราฐานสากลในการดำเนินคดีอย่างละเอียดอ่อน ค้นหาแรงจูงใจทางการเมือง คดีนี้เกิดเหตุทั้งที่ประเทศลาว และไทย บทสันนิษฐานในทางอาญาที่แตกต่างจากคดีอาญาปกติ แม้เราจะยังไม่เห็นว่าอัยการได้ใช้อำนาจหน้าที่ในการแสวงหาพยานหลักฐานเพิ่มเติมเลยในเวลาเกือบ 2 ปีนับแต่มาร้องเรียน แต่น่าจะไม่เกินความสามารถองค์กรอัยการสอบสวนที่ทำคดีใหญ่มามากมาย ยังอยากให้อัยการฯ ทำหน้าที่การค้นหาความจริงและเพื่อให้ทราบชะตากรรมต่อไป
ทั้งนี้ สำหรับกรณีของสุรชัย ด่านวัฒนานุสรณ์ หรือสุรชัย แซ่ด่านตัดสินใจลี้ภัยทางการเมืองไปอยู่ที่ประเทศลาว ตั้งแต่เมื่อปี 2557 ในช่วงหลังจากที่คณะ คสช.ทำการรัฐประหาร แต่เมื่อ 12-13 ธ.ค. 2561 ซึ่งตรงกับช่วงที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ขณะนั้นเป็นนายกรัฐมนตรี เดินทางไปที่ประเทศลาว สุรชัย และเพื่อนผู้ลี้ภัย 2 ราย ได้แก่ ชัชชาญ และไกรเดช ได้หายตัวไปจากที่พักในประเทศลาว
จนกระทั่งช่วงปลายเดือนเดียวกัน (ธ.ค. 2561) มีรายงานข่าวพบศพลอยมาตามลำน้ำโขง 2 ศพ ภายหลังทราบชื่อว่าเป็นศพของชัชชาญ และไกรเดช อยู่ในสภาพถูกมัดใส่กระสอบและถูกฆ่าอย่างเหี้ยมโหด แต่ยังไม่พบศพของสุรชัย แซ่ด่าน
