Skip to main content
ประชาไททำหน้าที่เป็นเวที เนื้อหาและท่าที ความคิดเห็นของผู้เขียน อาจไม่จำเป็นต้องเหมือนกองบรรณาธิการ
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

โปสเตอร์ “ตามหาคนหาย” แผ่นสีเหลืองที่มีภาพหน้าของผู้ถูกอุ้มหาย แฮชแท็ก #RepublicofThailand ที่เคยขึ้นแท่นอันดับหนึ่งในโลกออนไลน์ ไปจนถึงภาพ “ศพหุ้มกระสอบ” ที่ลอยกลางแม่น้ำโขงใน MV เพลง “คนที่คุณก็รู้ว่าใคร” ของวงสามัญชน ที่ถูกเผยแพร่ระหว่างม็อบปี 63 สิ่งเหล่านี้คือความรับรู้แรกๆ ของคนหนุ่มสาวที่มีต่อแนวคิด “สาธารณรัฐ” และ “สหพันธรัฐไท” คำถามคือ สองแนวคิดนี้คืออะไร เสนออะไร แล้วมันเคยมีความเคลื่อนไหวในไทยจริงๆ หรือ?

บทความชิ้นนี้ชวนทำความรู้จักความหมายและที่มาที่ไปของแนวคิด “สาธารณรัฐ” และ “สหพันธรัฐไท” ที่เคลื่อนไหวในไทย ซึ่งถือเป็นแนวคิด “บุกเบิก” เรื่องการตั้งคำถามต่อสถาบันกษัตริย์ในพื้นที่สาธารณะอย่าง “ถึงพริกถึงขิง” (radical) ที่เริ่มจับไมค์พูดและเคลื่อนไหวมาตั้งแต่ปลายทศวรรษ 2540 เป็นต้นมา ก่อนที่จะเกิดข้อเสนอปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ของคนรุ่นใหม่ในปี 2563


อะไรนะสาธารณรัฐ อะไรกันสหพันธรัฐ?

เวลาพูดถึงข้อเสนอปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ เราก็มักจะนึกถึงม็อบคนรุ่นใหม่ปี 2563 ที่ปราศรัยและประกาศ 10 ข้อ เรียกร้องบทเวทีเมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2563 แต่จริงๆ ข้อเสนอเหล่านี้ (หากไม่นับคณะราษฎร 2475) มีคนเคยพูดถึงและเคลื่อนไหวกันมาก่อนที่จะเกิดม็อบคนรุ่นใหม่ในปี 2563 โดยเฉพาะในกลุ่มคนที่มีความคิดแบบ “สาธารณรัฐ” และ “สหพันธรัฐไท”

สาธารณรัฐ (Republic) คือแนวคิดที่มองว่ากิจการต่างๆ ในรัฐหนึ่งล้วนเป็นกิจการของ “สาธารณะชน” ไม่ใช่กิจการ “ส่วนตัว” ของใครคนใดคนหนึ่งหรือผู้ปกครองสายเลือดใดสายเลือดหนึ่ง โดยทั่วไปก็จะไม่มีกษัตริย์เป็นประมุขของรัฐ แต่จะมีประธานาธิบดีที่ได้มาจากการเลือกตั้งทั้งทางตรงและทางอ้อมจากประชาชนขึ้นมาแทน ตัวอย่างเช่น สาธารณรัฐสิงคโปร์ (Republic of Singapore) สาธารณรัฐฟิลิปปินส์ (Republic of the Philippines) หรือสาธารณรัฐฝรั่งเศส (French Republic) และ สาธารณรัฐเช็ก (Czech Republic) เป็นต้น

ส่วนสหพันธรัฐ (Federal State) เป็นรูปแบบการปกครองที่พุ่งเป้าไปที่การแบ่งอำนาจ (Power Sharing) ระหว่างรัฐบาลกลางกับมลรัฐย่อย ซึ่งแต่ละมลรัฐจะมีระบบกฎหมายเป็นของตนเอง แต่บางประเทศก็มีสถาบันกษัตริย์พร้อมๆ ไปกับการเป็นระบอบสหพันธรัฐ เช่น กรณีมาเลเซีย (Federation of Malaysia) ที่มีกษัตริย์ (แบบหมุนเวียน) ควบคู่ไปกับระบบสหพันธรัฐ โดยสุลต่านทั้ง 9 แห่งจาก 13 รัฐ ซึ่งจะผลัดกันดำรงตำแหน่ง ‘สมเด็จพระราชาธิบดี’ (Yang di-Pertuan Agong) กันวาระละ 5 ปี

แล้วในไทย แนวคิดพวกนี้เริ่มปรากฏความเคลื่อนไหวในไทยขึ้นเมื่อไหร่กัน?


จากแดงสยาม สู่สาธารณรัฐ และ “ศพหุ้มกระสอบ” 

ย้อนกลับไปช่วงม็อบเสื้อแดงในปี 2553 ในช่วงเวลานั้นต้องบอกว่าไม่ได้มีแค่กลุ่มคนเสื้อแดงที่เชียร์ทักษิณอย่างเดียว แต่ยังมีกลุ่ม “แดงอิสระ” เฉดอื่นๆ ที่เคลื่อนไหวร่วมกัน ซึ่ง “กลุ่มแดงสยาม” คือหนึ่งในนั้น

“กลุ่มแดงสยาม” ที่นำโดยสุรชัย ด่านวัฒนานุสรณ์ (สุรชัย แซ่ด่าน) ซึ่งมีข้อเสนอที่ไปไกลกว่าการเมืองรัฐสภาของ นปก./นปช. ในยุคนั้น นั่นคือการเรียกร้อง “เปลี่ยนแปลงประเทศไทยไปสู่การปกครองแบบสาธารณรัฐ” เรียกได้ว่าเป็นข้อเสนอที่ “ถึงพริกถึงขิง” (radical) มากๆ เมื่อเทียบกับบรรยากาศและเพดานที่ไม่ได้สูงมากเทียบเท่าช่วงการเคลื่อนไหวปี 2563 โดยในช่วงม็อบเสื้อแดง ปี 2553 สุรชัยมักจะตั้ง “เวทีย่อย” ปราศรัยคู่ขนานไปกับเวทีหลัก ซึ่งจะตั้งอยู่ใกล้ๆ UN เนื้อหาที่ปราศรัยก็มักจะมีการพูดถึงสถาบันกษัตริย์อย่างเปิดเผยด้วยภาษาบ้านๆ เข้าใจง่าย ชนิดที่ว่าลุงๆ ป้าๆ ก็นั่งฟังได้เป็นชั่วโมงๆ

ต่อมาหลังเกิดรัฐประหาร 2557 มีนักกิจกรรมถูกคุกคามและถูกแจ้งข้อหาทางการเมืองจำนวนมาก โดยเฉพาะคดีหมิ่นกษัตริย์มาตรา 112 สุรชัยพร้อมผู้ติดตามอย่าง ชัชชาญ บุปผาวัลย์ (สหายภูชนะ) และไกรเดช ลือเลิศ (สหายกาสะลอง) จึงตัดสินใจลี้ภัยไปประเทศลาวเพื่อความปลอดภัย และหันมาเคลื่อนไหวในรูปแบบรายการ “ปฏิวัติประเทศไทยกับสุรชัย แซ่ด่าน” ผ่าน YouTube แทน ซึ่งในช่วงปลายปี 2558 นี้เองที่เริ่มมีการพูดถึงแนวคิด “สาธารณรัฐ” มากขึ้น โดยหลังจากนั้นก็เริ่มมีข่าวการสูญหายของพวกเขาทั้ง 3 ในช่วงปลายปี 2561 จนกระทั่งมีคนพบพวกเขาอีกครั้งในสภาพ “ศพหุ้มกระสอบ” จำนวน 3 ศพ ที่ถูกถ่วงแม่น้ำโขง จ. นครพนม พร้อมแท่งปูนยัดท้อง ซึ่งภายหลังพิสูจน์ได้ว่าเป็นสหายภูชนะและสหายกาสะลอง ส่วนอีกศพนึงได้สูญหายไปอย่างเป็นปริศนา โดยสมยศ พฤกษาเกษมสุข นักเคลื่อนไหวทางการเมือง “คาดว่าหนึ่งในนั้น คือ ศพของนายสุรชัยที่หายไป”


จากลุงสนามหลวง สู่สหพันธรัฐไท และการ “อุ้มหาย”

ส่วนกระแสคิดอย่าง “สหพันธรัฐไท” เราสามารถพบได้จากการเคลื่อนไหวของกลุ่มของ “ลุงสนามหลวง” หรือ ชูชีพ ชีวะสุทธิ์ นักจัดรายการวิทยุใต้ดิน ที่เริ่มต้นเคลื่อนไหวจากการจับไมค์ปราศรัยในเวทีของ ‘กลุ่มคนวันเสาร์ไม่เอาเผด็จการ’ ที่ท้องสนามหลวงในช่วงหลังรัฐประหารปี 2549 จนเริ่มเป็นที่รู้จักในหมู่ผู้ประท้วงเสื้อแดงที่มีความคิดราดิคัลทั้งบนท้องถนนและในโลกออนไลน์อย่าง “เว็บบอร์ด” กระทั่งเขาถูกแจ้งข้อหา ม.112 ในเดือนสิงหาคม 2551 

ต่อมาภายหลังรัฐประหารปี 2557 เขาและพวกตัดสินใจลี้ภัยไปยังประเทศลาว และหันมาเคลื่อนไหวผ่านการจัดรายการ “วิทยุใต้ดิน” ทาง YouTube เพื่อนเผยแพร่แนวคิดสหพันธรัฐไทอย่างจริงจังมากขึ้น โดยแนวคิด “สหพันธรัฐ” เริ่มปรากฏชัดอย่างจริงจังในช่วงปลายปี 2559 ผ่านการพูดคุยในรายการ ก่อนจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในกลางปี 2560 ด้วยการก่อตั้ง “องค์การสหพันธรัฐไท” (The Organization For Thai Federation-OTF) บนเว็บไซต์ ‘sanamluang2008.blogspot’ โดยมีวัฒน์ วรรลยางกูร สยาม ธีรวุฒิ (สหายข้าวเหนียวมะม่วง) กฤษณะ ทัพไทย (สหายยังบลัด) และวุฒิพงศ์ กชธรรมคุณ (โกตี๋) เป็นคณะทำงานหลัก ซึ่งพวกเขามีความใฝ่ฝันถึงการเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองจากประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ไปสู่ระบอบสหพันธรัฐที่มีประธานาธิบดีเป็นประมุข พร้อมกับเสนอการแบ่งแยกพื้นที่ประเทศไทยออกเป็น 10 มลรัฐ โดยมีธงสีขาว-แดง-ขาว เป็นสัญลักษณ์ประจำองค์กร

หลังการเปิดตัว “องค์การสหพันธรัฐไท” ไม่นานพวกเขาก็เริ่มเคลื่อนไหวต่อโดยการจัดทำธง เสื้อยืด และสติกเกอร์ แจกจ่ายให้แก่สมาชิกในไทย พร้อมนัดหมายเชิญชวนให้สมาชิกร่วมสวมเสื้อดำในวันที่ 5 ธันวาคม 2561 เพื่อแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ถึงการสนับสนุนแนวคิด “สหพันธรัฐไท”ตามพื้นที่สาธารณะในหลายจังหวัดทั่วประเทศ ซึ่งต่อมาแกนนำที่ลี้ภัยเหล่านี้ก็ได้ทยอยสูญหายไปทีละคน โดยโกตี๋หายตัวไปในปี 2560 ส่วนชูชีพ สยาม และกฤษณะ ได้สูญหายระหว่างถูกส่งกลับไทยจากเวียดนามในช่วงกลางปี 2562 ขณะที่วัฒน์ได้ลี้ภัยไปฝรั่งเศสและเสียชีวิตจากโรคเนื้องอกในตับ ในปี 2565


 

ก่อนดอกไม้จะผลิบาน: ปฏิบัติการ “ชูธงขาวแดง” ก่อนเกิดม็อบโบขาว เพียง “1 ปีเศษ”

ปฏิบัติการชูธงขาว-ขาว-แดง หรือ “ธงสหพันธรัฐไท” ในวันที่ 5 ธันวาคม 2561 ถือเป็นการเคลื่อนไหวทางการเมืองที่เกิดขึ้นก่อนเกิดม็อบโบขาว ปี 2563 เพียง “1 ปีเศษ” โดยในวันนั้นมีการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ถึงการสนับสนุนแนวคิดสหพันธรัฐไทในหลายจังหวัด ได้แก่ กรุงเทพฯ เชียงราย เชียงใหม่ อุบลราชธานี มีการชูป้ายธงขาว-แดง-ขาว ที่มีข้อความ “Thai Federation” การสวมเสื้อดำที่มีโลโก้สหพันธรัฐไทเดินในห้างฯ รวมถึงโพสต์ภาพขณะชูธงขาวแดงในเฟซบุ๊ก จนนำมาสู่การดำเนินคดีอย่างน้อย 20 คน ใน 11 คดี จากการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์เหล่านี้

สมาชิกของกลุ่มสหพันธรัฐส่วนใหญ่เป็นผู้สูงวัยอายุ 50-75 ปี มีอาชีพเป็นพ่อค้าแม่ค้า หมอนวดแผนโบราณ เกษตรกร วินมอเตอร์ไซค์ หรือคนขายอาหารตามสั่ง มีความเคลื่อนไหวในภาคอีสานจำนวนมาก โดยชาตรี (นามแฝง) นักข่าวท้องถิ่นแถบอีสาน กล่าวถึงความเคลื่อนไหวของแนวคิดสหพันธรัฐในภาคอีสานว่า

“มีการเคลื่อนไหวที่อีสานเยอะ แต่พอเคลื่อนไหวปุ๊บก็โดนจับเลย แถวสมุทรปราการก็มีที่เพิ่งออกจากคุกมา วรรณภา ผู้หญิงอาชีพวินมอเตอร์ไซค์ เป็นแม่เลี้ยงเดี่ยว มีลูกชาย 2 คน เธอถูกจับเพราะขายเสื้อดํา แม่เป็นคนเสื้อแดง ลี้ภัยไปแล้ว แต่ก็ยังเคลื่อนไหวเรื่องนี้อยู่ ส่งเสื้อดำที่มีโลโก้สหพันธรัฐให้วรรณภาขายเลี้ยงชีพ แม่งโดนจับขังไปปีนึงมั้ง บางคนถูกจับ แต่ไม่ถูกดำเนินคดี แต่ก็โดนข่มขู่ ไม่ให้เคลื่อนไหวต่อ อยู่ที่สารคามก็เป็นพ่อค้าขายอาหารตามสั่ง” ชาตรี (นามแฝง) กล่าว

พวกเขาส่วนใหญ่เป็น “คนเสื้อแดง” ที่มีบาดแผลทางการเมืองจากเหตุการณ์สังหารประชาชนกลางเมืองด้วยกระสุนจริงเมื่อปี 2553 และบางส่วนเริ่ม “ตาสว่าง” จากการติดตามข้อมูลข่าวสารการเมืองเชิงวิพากษ์ผ่านทางอินเตอร์เน็ตโดยเฉพาะในช่องทาง “เว็บบอร์ด” ต่างๆ เช่น พันทิปห้องราชดำเนิน มหาวิทยาลัยเที่ยงคืน ประชาไท ฟ้าเดียวกัน เสรีไทย เป็นต้น ในช่วงหลังปี 2549 เป็นต้นมา

ป้าฝ้าย (นามสมมติ) เกษตรกรเสื้อแดงวัยเกษียณในพื้นที่ภาคอีสานแห่งหนึ่ง คือหนึ่งในคนที่ติดตามข้อมูลข่าวสารจากเว็บบอร์ดเหล่านี้ เธอเป็นแฟนพันธุ์แท้ลุงสนามหลวงชนิดที่ติดตามการปราศรัยของเขามาตั้งแต่บนเวทีปราศรัยปี 2549 มาจนถึงเว็บบอร์ดห้องราชดำเนินในเว็บพันทิป จนทำให้เธอเกิดอาการ “ตาสว่าง” อีกทั้งเธอยังเป็นหนึ่งในผู้ที่ออกมาชูธงสหพันธรัฐในพื้นที่สาธารณะในวันที่ 5 ธันวาคม 2561 จนถูกกล่าวหาในคดีมาตรา 116 โดยเธอเปิดใจถึงเหตุผลที่ชื่นชอบและติดตามลุงสนามหลวงมานานกว่าสองทศวรรษ ว่า

“เขา (ลุงสนามหลวง) มีความพยายามที่จะเปลี่ยนแปลงประเทศ คือพวกเขามองเห็นความไม่ถูกต้อง ความไม่เป็นธรรม เขาก็อยากเปลี่ยนประเทศ… ในความคิดเห็นก็คือเขาช่วยได้เยอะที่เขาทำให้เด็กได้เข้าใจความเป็นจริง ว่าเกิดอะไรขึ้นสำหรับประเทศเรา ถามว่าเขาทำอะไรมากกว่านั้นไหม ไม่ได้อะไรมากเกินกว่าการที่ให้ข้อมูลข่าวสารตั้งแต่สมัย [25]16 เรื่อยมา… ถ้าคุณเป็นคนที่ไม่เล่นอินเตอร์เน็ต คุณจะไม่มีวันรู้เรื่องนี้เลย เหมือนอีกโลกหนึ่งเลย ประเทศนี้เหมือนมี 2 โลกเลย” ป้าฝ้าย (นามสมมติ) แฟนพันธุ์แท้ลุงสนามหลวง กล่าว


การปรากฏแนวคิด “สหพันธรัฐ-สาธารณรัฐ” ใน “ม็อบ 63”

แนวคิดสหพันธรัฐไทได้ปรากฏขึ้นอีกครั้งในความเคลื่อนไหวทางการเมืองปี 2563 ผ่าน “วงไฟเย็น” กลุ่มนักดนตรีเสื้อแดงที่ก่อตั้งราวปี 2553 ที่ตัดสินใจลี้ภัยทางการเมืองคดีหมิ่นกษัตริย์ช่วงหลังรัฐประหารปี 2557 ในลาวก่อนย้ายไปฝรั่งเศสในปี 2562 พวกเขามีบทบาทในการเคลื่อนไหวเรื่องการยกเลิก ม.112 และสถาบันกษัตริย์ในต่างประเทศคู่ขนานไปกับความเคลื่อนไหวในไทยผ่านช่องทางออนไลน์ อย่างเฟซบุ๊กเพจ ‘วงไฟเย็น Faiyen Band’ หรือช่อง ‘FAIYEN CHANNEL’ ใน YouTube ผ่านรูปแบบรายการและการทำเพลง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเพลงที่มีจังหวะสนุกสนาน เนื้อเพลงจำง่ายติดหู และมีเนื้อหาวิพากษ์วิจารณ์สถาบันกษัติรย์อย่างมีศิลปะ จึงทำให้เพลงของพวกเขามักถูกหยิบมาเปิดและขับร้องกันในม็อบอย่างแพร่หลาย ชนิดที่ว่าทั้งคนหนุ่มสาวและลุงๆ ป้าๆ เสื้อแดงที่มาม็อบหลายคนสามารถร้องตามกันได้ เช่น “เพลงไม่รักนะระวังติดคุก” หรือ “เพลงลุงสมชายป้าสมจิตร” ฯลฯ

นอกจากนี้ในวันที่ 25 ก.ย. 2563 หลังจากเกิดเหตุการณ์ที่ ส.ส.และ ส.ว. เลื่อนการพิจารณาข้อเสนอขอแก้ไขรัฐธรรมนูญออกไป 1 เดือน แฮชแท็ก #RepublicofThailand ก็พุ่งขึ้นแท่นอันดับ 1 ทันทีในคืนนั้น โดยมีคนรีทวีตกว่า 820,000 ครั้ง ซึ่งภายในแฮชแท็กมีเนื้อหาที่พูดถึงผู้ลี้ภัยทางการเมืองที่ถูกอุ้มหาย มีการศึกษาแลกเปลี่ยนเกี่ยวกับโมเดลสาธารณรัฐในประเทศต่างๆ ไปจนถึงการแสดงออกถึงความต้องการเปลี่ยนประเทศไทยไปสู่ระบอบสาธารณรัฐ เป็นต้น

สิ่งเหล่านี้จึงสะท้อนให้เห็นถึงแนวคิดราดิคัลอย่าง “สหพันธรัฐ” และ “สาธารณรัฐ” ที่แฝงอยู่ในบทเพลงของไฟเย็นแฮชแท็ก #RepublicofThailand โปสเตอร์ใบหน้าของผู้สูญหายแผ่นสีเหลือง หรือแม้แต่ภายใต้ “ผืนธงขาวแดง” ที่โบกสะบัดอยู่ในความเคลื่อนไหวทางการเมืองช่วงทศวรรษ 2560 ได้เป็นอย่างดี


สรุป 

จาก “แดงสยาม” สู่แฮชแท็ก #RepublicofThailand จาก “ลุงสนามหลวง” สู่ “ป้ายผู้สูญหายแผ่นเหลือง” และจากความคิดที่ “ถึงพริกถึงขิง” สู่บทเพลงที่ลุงๆ ป้าๆ เสื้อแดงชอบเปิดฟังกันในม็อบ 63 สิ่งเหล่านี้ไม่เพียงสะท้อนถึงการส่งต่อแนวคิดที่รัฐไทยไม่ต้องการและพยายามตัดตอนแต่ก็ไม่สำเร็จ ตรงกันข้าม กลับ “เบ่งบาน” ในหัวใจของคนหนุ่มสาวปี 63 หากยังสะท้อนถึงการผนวกรวมของ “ชุดประวัติศาสตร์ของผู้ถูกกดขี่” ที่หลอมรวมกันเพื่อต่อกรกับผู้มีอำนาจนำในสังคม ดังนั้น ความคิดของทั้งสองรุ่นจึงถือเป็นจินตนาการทางการเมืองที่ “แยกไม่ขาด” จากกัน โดยเฉพาะในประเด็นการปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ ฯลฯ ซึ่งคำถามที่พวกเขาเคยตั้งเมื่อสิบปีก่อน คือคำถามเดียวกันกับที่คนรุ่นใหม่ยังคงตั้งในวันนี้ และอาจเป็นคำถามเดียวกันกับที่คนรุ่นหน้าจะยังคงถามต่อไป

0000

 

อ้างอิง
-    วงสามัญชน Commoner. (2021). คนที่คุณก็รู้ว่าใคร : วงสามัญชน (official MV). ยูทิวบ์. สืบค้นเมื่อ 21 เมษายน 2568. https://www.youtube.com/watch?v=o8ZnWfxxNa8
-    ประชาไท. (21 พฤษภาคม 2562). รู้จัก ‘ลุงสนามหลวง’ ชูชีพ ชีวสุทธิ์ – เส้นทางวิทยุใต้ดิน – กลุ่มเหยื่อสหพันธรัฐไท. https://prachatai.com/journal/2019/05/82565
-    ศูนย์ทนายความฯ. (25 กันยายน 2019). 1 ปี ความเคลื่อนไหวคดี ‘สหพันธรัฐไท. TLHR. 
   https://tlhr2014.com/archives/13896
-    สมยศ พฤกษาเกษมสุข. (2566). ยุทธการอุ้มฆ่าผู้ลี้ภัยทางการเมือง. สำนักพิมพ์สยามปริทัศน์.
-    BBC Thai. (25 กันยายน 2020). รอยเตอร์-ไฟแนนเชียล์ไทมส์ รายงาน #RepublicofThailand ว่อนทวิต
    เตอร์ หลังรัฐสภาไม่รับร่างแก้ รธน. https://www.bbc.com/thai/thailand-54297078
-    iLaw. (9 กันยายน 2019). แนวคิด ‘สหพันธรัฐไท’ ที่มาของ 6 คดีร้ายแรง จำเลย 17 คน คนหาย 4 คน. https://www.ilaw.or.th/articles/9468
-    sanamluang2008. (16 เมษายน 2017). องค์การสหพันธรัฐไท ( The Organization For Thai 
Federation ). Blogspot. https://sanamluang2008.blogspot.com/
-    Thaipbs. (5 มีนาคม 2562). ร้อง กสม.ช่วยตามหา "สุรชัย แซ่ด่าน" หลังหายตัวปริศนา 3 เดือน. https://www.thaipbs.or.th/news/content/278184
-    Thaipublica. (27 ตุลาคม 2566). สภาสุลต่าน 9 รัฐ ลงมติเลือก "สุลต่านอิบราฮิมแห่งยะโฮร์" เป็นกษัตริย์มาเลเซีย. https://thaipublica.org/2023/10/sultan-ibrahim-of-johor-appointed-as-malaysia-new-king/
-    ศูนย์ทนายความฯ. (7 มิถุนายน 2024). 5 ปีที่ไม่มี สุรชัย แซ่ด่าน: “ป้าน้อย” ปราณี ด่านวัฒนานุสรณ์
TLHR. https://tlhr2014.com/archives/67720

 

 

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง