Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

ก.ร.ตร. มีมติชี้มูลความผิดวินัยร้ายแรง 'ต่อศักดิ์ สุขวิมล' และ ตร. 200 นาย ปมรับส่วยธุรกิจสีเทา โดยหลังจากนี้จะมีการเรียกตัวผู้ถูกแจ้งข้อกล่าวหาและพวกเข้ามาชี้แจง หากสอบสวนแล้ว พบว่าผิดจริงจะถูกปลดออกจากตำแหน่งย้อนหลัง และส่งเรื่อง ปปช.ดำเนินการต่อ

 

24 ต.ค. 2568 สื่อหลายแห่งรายงานตรงกันวันนี้ (24 ต.ค.) คณะกรรมการพิจารณาเรื่องร้องเรียนตำรวจ (ก.ร.ตร.) มีมติชี้มูลความผิดทางวินัยร้ายแรงกับ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล อดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) และเจ้าหน้าที่ตำรวจอีกกว่า 200 นาย จากกรณีรับส่วยจากขบวนการเว็บพนันออนไลน์ หลังจากษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือ "ทนายตั้ม" ยื่นร้องเรียนเมื่อเดือน มี.ค. 2567

รายงานจาก ก.ร.ตร. ระบุว่า การตรวจสอบใช้เวลากว่า 7 เดือน โดยรวบรวมเอกสารจากหน่วยงานต่าง ๆ และสืบย้อนหลังหลายปี ก่อนมีมติเมื่อวันที่ 22 ต.ค.ที่ผ่านมา ว่าผู้ถูกร้องมีมูลความผิดจริง ขั้นตอนต่อไปคือเปิดโอกาสให้ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ และผู้เกี่ยวข้องชี้แจงข้อกล่าวหา คณะกรรมการจะนำคำชี้แจงมาพิจารณาเพิ่มเติม เพื่อตัดสินโทษวินัยว่าร้ายแรงหรือไม่ร้ายแรง จากนั้นส่งเรื่องให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ดำเนินการตามขั้นตอน

โฆษณา - Advertising

อย่างไรก็ตาม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ไม่สามารถตั้งคณะกรรมการสอบสวนซ้ำได้ เว้นแต่มีพยานหลักฐานใหม่หรือข้อโต้แย้งสำคัญที่อาจเปลี่ยนแปลงรูปคดี ก.ร.ตร. ย้ำว่าจะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายอย่างรอบคอบ เพื่อความโปร่งใสในการสอบสวน

สำหรับกรณีของต่อศักดิ์ เกิดขึ้นเมื่อ มี.ค. 2567 เมื่อทนายตั้ม หรือษิทรา เบี้ยบังเกิด ได้ยื่นเรื่องร้องเรียน ก.ร.ตร. ที่ทำหน้าที่รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนในกรณีที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมจากตำรวจ หรือพบเห็นการกระทำผิดของตำรวจ ซึ่งทนายตั้ม ร้องเรียน ก.ร.ตร. สอบสวน พล.ต.อ. ต่อศักดิ์ และภรรยา เรื่องเรียกและรับส่วยจาก 18 ธุรกิจสีเทา เช่น เว็บพนันออนไลน์ หวยใต้ดิน เงินกู้นอกระบบ บุหรี่ไฟฟ้า และอื่นๆ

ทั้งนี้ พล.ต.ท. เรวัช กลิ่นเกษร หนึ่งในสมาชิก ก.ร.ตร. กล่าวในรายการเจาะลึกทั่วไทยว่า เหตุที่การสอบสวนต้องใช้เวลากว่า 7 เดือนในการตรวจสอบ เนื่องจากมีขั้นตอนที่ต้องขอเอกสารจากธนาคาร ซึ่งใช้เวลานาน และก็ต้องมีขั้นตอนตรวจสอบย้อนหลังไปด้วยหลายปี ซึ่งคณะกรรมการก็มีมติชี้มูลแจ้งข้อกล่าวหา พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ แต่ว่าในขั้นตอนนี้ยังไม่ได้มีการตัดสินว่าถูกหรือผิด และจะเรียก พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ และพวก เข้ามาชี้แจง ถึงจะมาสู่ขั้นตอนพิจารณาคำชี้แจง พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ และพวก เพื่อพิจารณาโทษทางวินัย ถ้าไม่มีความผิดก็พ้นไป แต่ถ้าผิด ก็จะมีฐานความผิดวินัยร้ายแรง

พล.ต.ท.เรวัช กล่าวต่อว่า ถ้ากรณีที่สอบสวนและพบว่า พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ มีความผิดวินัยร้ายแรงจริง ก็จะส่งเรื่องไปยัง ผบ.ตร. ซึ่ง ผบ.ตร.จะไม่มีสิทธิเห็นแย้ง และต้องรับไปดำเนินการเท่านั้น โดยโทษคือจะถูกปลดออกหรือไล่ออกย้อนหลัง แม้ว่าตัว พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ จะเกษียณอายุราชการไปแล้ว แต่หาก ผบ.ตร.ไม่ดำเนินการ ผู้บังคับบัญชาท่านนั้นจะถูกตั้งคณะกรรมการสอบสวนคดีร้ายแรง และดำเนินคดีอาญาฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่

โฆษณา - Advertising

นอกจากนี้ ในฐานความผิดอาญากรณีพบว่า พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผิดวินัยร้ายแรงจริง นอกจากมีการปลดออกจากตำแหน่งหน้าที่แล้ว จะมีการส่งเรื่องไปยัง สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (สำนักงาน ป.ป.ช.) ดำเนินการต่ออีกด้วย  

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง
โฆษณา - Advertising