Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

'ธนกร' รับกระทรวงอุตสาหกรรม ถอนอายัดเหล็กเส้น 'ซินเคอหยวน สตีล' 41,635 เส้นจริง แต่เกิดก่อนเขารับตำแหน่ง 9 วัน ยันเป็นเหล็กคนละส่วนจากตึก สตง.ถล่ม พร้อมตั้งคณะทำงานตรวจสอบอีกครั้ง ด้าน 'เอกนัฏ' ตั้งข้อสังเกตไทม์ไลน์ปลดอายัดเกิดขึ้นหลังพ้นตำแหน่งไม่นาน เผยพร้อมติดตามต่อเนื่อง

 

26 ต.ค. 2568 เว็บไซต์สื่อประชาชาติธุรกิจ รายงานเมื่อ 24 ต.ค.ที่ผ่านมา ธนกร วังบุญคงชนะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า หลังจากมีกระแสข่าวระบุว่า กระทรวงอุตสาหกรรมมีการถอนอายัดเหล็กเส้นของ บริษัท ซินเคอหยวน สตีล จำกัด จำนวนกว่า 60,000 เส้น และเป็นเหล็กที่ใช้ในการก่อสร้างตึกสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) บริเวณจตุจักร ซึ่งถล่มจากเหตุแผ่นดินไหวรอยเลื่อนภูมิภาคสะกาย ประเทศเมียนมา ขนาด 7.7 แมกนิจูด เมื่อ มี.ค.ที่ผ่านมา

ธนกร มองว่ามีฝ่ายการเมืองบางกลุ่มบิดเบือนข้อมูล และสร้างความสับสนให้กับประชาชน โดยการถอนอายัดเหล็กจำนวนดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากที่เขาเข้ามารับตำแหน่งและปฎิบัติหน้าที่เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ตามไทม์ไลน์มีการถอนอายัดเหล็กในวันที่ 15 ก.ย. 2568 ในขณะที่เขาเข้ามาทำหน้าที่ในวันที่ 24 ก.ย. 2568 จึงขอความเป็นธรรมในกรณีนี้ก่อน และฝ่ายการเมืองซึ่งเป็นคนรุ่นใหม่ควรมีจริยธรรม ควรทำการเมืองแบบสร้างสรรค์

รมว.อุตสาหกรรม กล่าวยืนยันว่าไม่ใช่เหล็กที่ตึก สตง.ถล่ม แต่เป็นเหล็กที่เกิดจากเหตุการณ์ระเบิดไฟไหม้โรงงานซินเคอหยวน เมื่อ 19 ธ.ค. 2567 จากนั้นเมื่อวันที่ 9 ม.ค. 2568 สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) ได้ยึดอายัดเหล็กจำนวน 2,690 เส้น และนำส่วนนี้ชักออกไปทดสอบพบว่าผลการทดสอบตก เนื่องจากส่วนประกอบทางเคมีไม่สมบูรณ์ การควบคุมคุณภาพไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ ไม่มีเตาปรุงจึงส่งผลทำให้เหล็กไม่ได้มาตรฐาน จึงได้มีการยึดอายัดและส่งดำเนินคดี

ต่อจากนี้ในส่วนที่ 2 สมอ.ได้ยึดอีก 41,635 เส้น ในวันที่ 9 ม.ค. 2568 ในระหว่างช่วงเวลาดังกล่าวทางกระทรวงอุตสาหกรรมได้สั่งการให้บริษัทดำเนินการปรับปรุงโรงงานให้เสร็จ จนนำไปสู่ในวันที่ 12 ก.ย. 2568 ได้ทำการอนุมัติถอนอายัดเหล็กส่วนแรกจำนวน 16,950 เส้น และในวันที่ 30 ก.ย. 2568 ทำการอนุมัติถอนอายัดอีกส่วนที่เหลือ 24,685 เส้น การถอนอายัดดังกล่าวเป็นไปตามกระบวนการตรวจสอบของ สมอ.

“ขอยืนยันกับประชาชนและผู้ประกอบการว่าภายใต้การกำกับดูแลของผมจะต้องมีความโปร่งใส ยึดหลักกฎหมาย ปราบปรามเหล็กเถื่อน และให้ความเป็นธรรมกับผู้ประกอบการ ต้องสร้างความเชื่อมั่น คุ้มครองความปลอดภัยประชาชน และเพื่อให้เป็นธรรมกัยทุกฝ่าย ผมจะตั้งคณะทำงานขึ้นมาตรวจสอบเรื่องนี้อีกครั้ง และยังคงยืนยันว่าซินเคอหยวนยังไม่สามารถเปิดโรงงานได้ เพราะยังอยู่ในกระบวนการของศาลปกครอง ไม่ว่าจะรายนี้หรือรายไหน แต่ถ้าเขาปรับปรุงแก้ไขแล้วก็ต้องเปิด เรื่องมันง่ายมากถ้าดำเนินตามกฎหมายก็เปิดได้ ถ้าทำอะไรเถื่อนก็ต้องใช้กฎหมาย” ธนกร กล่าว

ก่อนหน้านี้เมื่อ 23 ต.ค. 2568 สำนักข่าวอิศรา รายงานอ้างอิงหนังสือเลขที่ กต16-13/68 บันทึกการถอนอายัดและการดำเนินการกับผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม ลงวันที่ 15 ก.ย. 2568

โดยมีเนื้อหาสรุปได้ว่า สมอ.ได้ทำการถอนการอายัดเหล็กเส้นเสริมคอนกรีต : เหล็กข้ออ้อย ของ บริษัท ซิน เคอ หยวน สตีล จำกัด ซึ่งได้อายัดไว้เมื่อวันที่ 2 เม.ย. 2568 จำนวน 116 รายการ รวม 41,635 เส้น และส่งมอบเหล็กดังกล่าวคืนบริษัท ซินเคอหยวน สตีล จำกัด

"เพื่อคืนเหล็กข้ออ้อยขนาด DB32 ชั้นคุณภาพ SD50T ความยาว 10 เมตร จำนวน 54 หมายเลขการหลอม (16,950 เส้น) ให้แก่บริษัท เนื่องจากปรากฏผลการตรวจสอบของผลิตภัณฑ์ตัวอย่างว่าเป็นไปตามมาตรฐาน จำนวน 3 ชุดตัวอย่าง ซึ่งใช้เป็นตัวแทนของขนาดดังกล่าว และเก็บตัวอย่างเหล็กข้ออ้อย ขนาด DB25 ชั้นคุณภาพ SD40T ความยาว 10 เมตร และขนาด 12 เมตร และขนาด DB32 ชั้นคุณภาพ ความยาว 12 เมตร เพื่อตรวจสอบตามมาตรฐานต่อไป" สำนักข่าวอิศรา ระบุ

'เอกนัฏ' ข้องใจปลดอายัดหลังพ้นตำแหน่ง พร้อมติดตามต่อเนื่อง

เมื่อ 24 ต.ค.ที่ผ่านมา เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวถึงประเด็นนี้เช่นกัน โดยตั้งข้อสงสัยว่า ทำไมการถอนอายัดเหล็กจำนวน 41,635 เส้น มูลค่า 50 ล้านบาท ถึงเกิดขึ้นเพียง 3 วัน หลังจากที่เขาอำลาจากตำแหน่ง รมว.อุตสาหกรรม และตั้งคำถามย้ำอีกครั้งว่า เหล็กที่ถอนอายัดเป็นเหล็กล็อตใหม่เป็นล็อตเดียวกับที่ สมอ. เคยชักตัวอย่างออกจากโรงงานไปตรวจสอบ และรายงานว่าตกมาตรฐานมาแล้ว 2 รอบใช่หรือไม่ ถ้าใช่ ทำไมถึงปลดอายัดได้

เอกนัฏ ระบุต่อว่า ช่วงเวลาดังกล่าวยังประจวบเหมาะ เนื่องจากพอเขาออกจากตำแหน่ง รมว.อุตสาหกรรม ก็ถูกทางบริษัทซิน เคอ หยวน ร้องเรียนสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และฟ้องร้องศาลปกครอง เรียกค่าเสียหายราว 3,000 ล้านบาท และฟ้องหมิ่นประมาท

"แม้ผมไม่ได้เป็นรัฐมนตรีแล้วแต่ยังติดตามเรื่องนี้อย่างต่อเนื่อง ขอชวนสังคมร่วมเป็นหูเป็นตา ว่าสุดท้ายแล้ว โรงงานนี้จะกลับมาเปิดเพื่อผลิตอีกครั้งหรือไม่ และอดเป็นห่วงไม่ได้ว่า มีการปลดอายัดของกลางที่สอบตกมาตรฐานในลักษณะเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็น เหล็ก สายไฟ ล้อยาง มูลค่ามหาศาล อีกหรือไม่" เอกนัฏ ทิ้งท้าย 

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง