'ส่องกระแสวิจารณ์' หลัง ศธ.สั่งให้โรงเรียนงดกิจกรรมรื่นเริง 1 ปีเต็มไว้อาลัย 'พระพันปีหลวง' หลายฝ่ายหวั่นตัดโอกาสเรียนรู้-พัฒนาการของเด็กและเยาวชน ร้านขายเครื่องแต่งกายโอดกระทบหนัก ถูกยกเลิกออเดอร์ ขณะที่บางโรงเรียนประกาศงดหรือปรับรูปแบบงานลอยกระทงบ้างแล้ว ด้านปลัด ศธ.ชี้แจง ไม่ได้งดจัดกิจกรรมทุกประเภท พวกกิจกรรมเสริมหลักสูตร กีฬาสี งานกิจกรรมลูกเสือ ยังสามารถจัดได้อยู่ งดเฉพาะงานรื่นเริงที่ไม่เป็นทางการ หรืองานดนตรี
สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 25 ต.ค. 2568 หลายสื่อรายงานตรงกัน กรณีที่กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ได้มีหนังสือด่วนที่สุดถึงทุกสถานศึกษา ระบุโดยคร่าวว่าหลังจากสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง (สมเด็จพระพันปีหลวง) สวรรคตเมื่อช่วงค่ำของวันที่ 24 ต.ค.ที่ผ่านมา โดยในส่วนของกระทรวงศึกษา ได้กำหนดให้หน่วยงานในสังกัดดำเนินการตั้งแต่วันที่ 25 ต.ค. 2568 ดังต่อไปนี้
- ให้หน่วยงานในสังกัด และสถานศึกษาทุกแห่ง ลดธงลงครึ่งเสาเป็นระยะเวลา 30 วัน
- ให้ข้าราชการครู และบุคลากรกระทรวงศึกษา ไว้ทุกข์เป็นเวลา 1 ปี
- ให้หน่วยงานของกระทรวงศึกษา และสถานศึกษาทุกแห่ง งดจัดงานที่มีบรรยากาศรื่นเริงทุกประเภท เป็นเวลา 1 ปี
- ให้หน่วยงานในสังกัดเผยแพร่พระราชกรณียกิจ บนหน้าหลักเว็บไซต์ของหน่วยงานและให้สถานศึกษาทุกแห่งจัดนิทรรศการเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถพระบรมราชชนนีพันปีหลวง
อย่างไรก็ตาม หลังมีการเผยแพร่เอกสารดังกล่าว ได้มีกระแสวิจารณ์อย่างหนักทันที เนื่องจากหลายฝ่ายไม่เห็นด้วยกับคำสั่งงดงานรื่นเริงเป็นเวลา 1 ปีของ ศธ. โดยพวกเขากังวลว่าอาจเป็นการตัดโอกาสการเรียนรู้และพัฒนาการของเด็ก โดยเฉพาะด้านมิติอารมณ์ ความคิดสร้างสรรค์ และการเข้าร่วมสังคม

เอกสารหนังสือด่วนที่สุดของ ศธ. ที่เผยแพร่บนโลกออนไลน์ (ที่มา: PPTV)
'หมอโอ๋' ขอให้ทบทวนนโยบาย แสดงความอาลัยสมดุลกับพัฒนาการเด็ก
เพจเฟซบุ๊ก “เลี้ยงลูกนอกบ้าน” ของ ผศ.พญ.จิราภรณ์ อรุนากูร กุมารแพทย์เวชศาสตร์วัยรุ่น โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ให้ความเห็นว่า แม้ว่าตัวเธอเห็นด้วยว่าเป็นประเพณีปฏิบัติในการแสดงความอาลัย แต่อยากให้ทาง ศธ. พิจารณาเรื่องนี้อย่างรอบคอบ เพื่อให้สมดุลระหว่างการแสดงความอาลัยและโอกาสเรียนรู้และพัฒนาการของเด็กและเยาวชน
ผศ.พญ.จิราภรณ์ ระบุว่าในสถานศึกษาจำเป็นต้องมีงานรื่นเริงเป็นพื้นที่แห่งความสุขและการสร้างสรรค์ ทั้งการเล่นดนตรี แข่งกีฬาสี การแสดงละครตามเทศกาลต่างๆ และที่สำคัญหลายๆ งานเด็กๆ มีการเตรียมตัวและซ้อมมาตั้งแต่ต้นปีการศึกษา
ผศ.พญ.จิราภรณ์ มองว่า การงดกิจกรรมรื่นเริงอย่างสร้างสรรค์ยาวนานถึง 1 ปี ถือเป็นการลดโอกาสการแสดงออกอย่างสร้างสรรค์ในการแสดงความเคารพและอาลัย ‘ที่หลากหลาย’ ที่สามารถทำได้ผ่านความสุข เช่น การเล่นดนตรีที่แสดงความระลึกถึง การจัดงานต่างๆ เช่น ลอยกระทง งานปีใหม่ งานสงกรานต์ งานศิลปาชีพที่สมเด็จพระพันปีหลวงให้การสนับสนุน ฯลฯ
เพจเลี้ยงลูกนอกบ้าน ระบุต่อว่า เรื่องนี้อาจทำให้เด็กเกิดความสับสนว่า ความเศร้าหรือความเคารพต้องมาพร้อมกับการ “หยุดความสุข” ทั้งหลาย ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้วความอาลัย สามารถทำได้ด้วยการ ”ระลึกถึงสิ่งที่ท่านได้ทำไว้“ กับ “การเรียนรู้ที่จะใช้ชีวิตต่อไปอย่างมีความหมาย” ซึ่งเป็นสิ่งที่สามารถดำเนินได้ไปพร้อมกัน
“ที่สำคัญ ภาครัฐควรมีความละเอียดอ่อนว่าเด็กในยุคปัจจุบันไม่ได้เติบโตมากับการเห็นพระราชกรณียกิจสำคัญของสมเด็จพระพันปีหลวง การกระทำที่เป็นไปเพื่อการบังคับที่อาจไม่ได้เกิดจากความรู้สึกจากใจ แทนที่จะทำให้เกิดความรู้สึกขอบคุณ รักอาลัย อาจทำให้เกิดความรู้สึกไม่เข้าใจเข้ามาทดแทน”
“ซึ่งสิ่งเหล่านี้ หลายทีอาจไม่ได้นำไปสู่ความเคารพรัก” เพจเลี้ยงลูกนอกบ้าน ทิ้งท้าย
การเรียนรู้ไม่ได้มีแค่ในห้องเรียน
ต่อมา เพจเฟซบุ๊ก “เข็นเด็กขึ้นภูเขา” ของ พญ.เบญจพร ตันตสูติ จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น ขอให้ ศธ.ทบทวนคำสั่งดังกล่าวเช่นกัน โดยเธอมองว่าการเรียนรู้ไม่ได้เกิดขึ้นในห้องเรียน แต่ยังเกิดขึ้นในกิจกรรมรื่นเริงในโรงเรียนอย่างเช่น งานวันเด็ก การแสดงศิลปะ ดนตรี กีฬา หรือกิจกรรมสร้างสรรค์ต่างๆ คือพื้นที่แห่งความสุขที่ช่วยพัฒนาอารมณ์ สังคม ความคิดสร้างสรรค์ และความร่วมมือของเด็กๆ ดังนั้น การงดกิจกรรมเหล่านี้ทั้งหมดอาจส่งผลต่อบรรยากาศการเรียนรู้ และลดโอกาสที่เด็กจะได้ฝึกทักษะสำคัญในชีวิต
“เราสามารถไว้อาลัยได้โดยไม่จำเป็นต้องงดความสุขของเด็กๆ เช่น จัดกิจกรรมที่แสดงความเคารพอย่างเหมาะสม หรือสอดแทรกการเรียนรู้เกี่ยวกับพระราชกรณียกิจของพระองค์ท่าน ให้เด็กได้ระลึกถึงด้วยความเข้าใจและความรู้สึกจากใจ”
“ความเคารพ และ ความรื่นเริง สามารถอยู่ร่วมกันได้ และนั่นคือสิ่งที่สังคมควรมอบให้กับการเรียนรู้ของเด็กทุกคน” พญ.เบญจพร ระบุ
เสนอใช้การปรับเปลี่ยน-ประยุกต์ให้เหมาะสม
เช่นเดียวกับอาจารย์อรรถพล อนันตวรสกุล คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความสอดคล้องกัน โดยขอให้ ศธ.ทบทวนนโยบาย และเน้นย้ำว่ากิจกรรมเสริมหลักสูตรล้วนมีส่วนสำคัญยิ่งต่อการพัฒนาผู้เรียนในด้านอารมณ์และสังคม โดยเฉพาะกิจกรรมงานกีฬาสี วันปีใหม่ ค่าย กิจกรรมวันสำคัญ ชมรม/ชุมนุม งานเหล่านี้หากมองผิวเผิน เป็นงานรื่นเริง และเด็กๆ ได้ร่วมสนุกสนานในการทำงาน แต่แท้จริงกิจกรรมเหล่านี้ล้วนมีความสำคัญต่อการเรียนรู้ทั้งในด้านอารมณ์ และมิติทางสังคม ในด้านความเชื่อมั่นต่อตนเอง การรู้จักร่วมทุกข์ร่วมสุข และการทำงานเป็นทีม เป็นผู้ตามที่ดี ความเข้าอกเข้าใจผู้อื่น ฯลฯ
อาจารย์อรรถพล เสนอว่า หาก ศธ.กังวลว่ากิจกรรมดังกล่าวจะปิดกั้นโอกาสทำให้เด็กและเยาวชนไม่ได้มีส่วนร่วมต่อความอาลัย โรงเรียนสามารถปรับรูปแบบกิจกรรม โดยไม่ต้องลดทอนกิจกรรมรื่นเริง เช่น การถวายความอาลัยก่อนการเริ่มกิจกรรม การปรับเปลี่ยนแนวทางบางส่วน หรือการกำหนดโจทย์ของกิจกรรมให้ยึดโยงกับบรรยากาศของสังคม ฯลฯ
นอกจากนี้ เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ อาจารย์ประจำภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ขอให้ ศธ.ทบทวน โดยเสนอว่าให้ลดเวลางดงานรื่นเริงเพียง 30 วัน จากกำหนดเดิม 1 ปี
นอกจากนี้ คนจากวงการอื่นๆ ก็ได้มาร่วมแสดงความคิดเห็นอย่างหลากหลายอย่าง ประณต วิเลปสุวรรณ ผู้อำนวยการข่าว ไทยรัฐทีวี ที่ออกมาติงว่าคำสั่งของ ศธ. ไม่มีความชัดเจนว่า สรุปกิจกรรมรื่นเริงที่ให้งด 1 ปี คือกิจกรรมรูปแบบไหน หรืออย่างไร และการตัดสินใจจัดหรือไม่จัดกิจกรรมควรต้องให้เด็กและเยาวชนเข้ามามีส่วนร่วม
ร้านตัดเย็บชุดได้รับผลกระทบ
นอกจากประเด็นเรื่องพัฒนาการและการเรียนรู้ของเด็กแล้ว ร้านตัดเย็บเสื้อผ้าอาจได้รับผลกระทบจากการงดงานรื่นเริงเช่นเดียวกัน โดยเมื่อ 26 ต.ค.ที่ผ่านมา เพจสรยุทธ สุทัศนะจินดา กรรมกรข่าว ได้โพสต์ความเห็นของผู้ใช้อินเทอร์เน็ตรายหนึ่งขอให้ทาง ศธ.ทบทวนนโยบาย เพราะตอนนี้ร้านทำชุดเกี่ยวกับขบวนพาเหรดได้รับผลกระทบจากการถูกยกเลิกออเดอร์ ขณะเดียวกัน เด็กๆ บางคนร้องไห้เสียใจ เพราะโรงเรียนยกเลิกกิจกรรม
“ขอให้พิจารณาค่ะ ตอนนี้ร้านทำชุดเกี่ยวกับขบวนพาเหรด มีการยกเลิกกัน แทบจะร้องไห้และกลุ้มใจกันหมด เพราะแม่ๆ หวังจะให้เด็กๆ ได้ใส่ เด็กๆ ก็รอใสในสิ้นเดือน เด็กบางคนถึงกับร้องเพราะโรงเรียนยกเลิก เพราะเป็นช่วงแข่งกีฬาสี แล้วมายกเลิก 1 ปี แล้วผู้ประกอบการร้านชุดจะอยู่ยังไง มีการเยียวยาเค้ามั้ย บางคนลงทุนไม่ใช่น้อย ระยะเวลาขอให้พิจรณาใหม่เถอะค่ะ” โพสต์จากข่าวของสรยุทธ ระบุ
นอกจากนี้ จากการสำรวจโลกออนไลน์ ได้มีผู้ใช้โซเชียลรายหนึ่ง ออกมาเรียกร้องให้รัฐบาลอนุทิน ชาญวีรกูล ช่วยทบทวนนโยบายอีกครั้ง เนื่องจากเด็กๆ เสียใจที่ถูกงดจัดกิจกรรมฮัลโลวีน และกิจกรรมอื่นๆ ทั้งหมด 1 ปีเต็ม ชุดเสื้อผ้าตัดหมดแล้ว อีกทั้ง เธอมองด้วยว่ากิจกรรมและกีฬาเหล่านี้ก็เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้เด็กเติบโตได้เหมือนกัน
ปลัด ศธ.โร่แจงหลังทัวร์ลง ไม่ได้หยุดกิจกรรมทุกประเภท
เมื่อวานนี้ (26 ต.ค.) เพจเฟซบุ๊ก ‘สรยุทธ์ สุทัศนะจินดา กรรมกรข่าว’ รายงานว่า สุเทพ แก่งสันเทียะ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ออกมาชี้แจงกรณีที่กระทรวงศึกษาธิการออกหนังสือด่วนที่สุดให้หน่วยงานและสถานศึกษาทุกแห่งงดงานรื่นเริงเป็นเวลา 1 ปี ส่งผลให้เกิดกระแสวิจารณ์ว่าเป็นช่วงเวลาที่นานเกินไป และหากงดอาจส่งผลกระทบต่อโอกาสการเรียนรู้ของเด็ก เช่น คริสต์มาส ปีใหม่ วันเด็ก และกีฬาสีในช่วงนี้
โดยปลัดกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า ที่มีการขอความร่วมมือให้งดกิจกรรมที่มีบรรยากาศรื่นเริงในสถานศึกษาเพื่อความชัดเจนในการปฏิบัติ จึงอยากชี้แจงและขอบเขตของกิจกรรมดังกล่าวดังนี้
1.กิจกรรมที่ขอความร่วมมือให้งดจัด หมายถึง “งานสังสรรค์ที่ไม่เป็นทางการ และงานบันเทิงที่มีความครื้นเครง” เช่น งานสังสรรค์ศิษย์เก่า, งานแสดงความยินดีในวาระต่างๆ, งานเลี้ยงรับ-ส่ง, หรือการแสดงดนตรี และคอนเสิร์ต เป็นต้น
2.กิจกรรมที่ยังคงดำเนินการได้ กิจกรรมที่อยู่ในหลักสูตรการเรียนการสอน กิจกรรมเสริมหลักสูตรที่จำเป็นต่อการพัฒนาผู้เรียนและบุคลากร
3.แนวทางการปฏิบัติสำหรับกิจกรรมที่ดำเนินการต่อ ถึงแม้ว่ากิจกรรมตามข้อ 2 จะยังสามารถจัดได้ตามปกติ แต่เนื่องจากอยู่ในห้วงเวลาแห่งความอาลัย จึงใคร่ขอความร่วมมือให้ทุกหน่วยงาน โปรดใช้ดุลยพินิจพิจารณาถึงความเหมาะสมของรูปแบบและบรรยากาศในการจัดกิจกรรม โดยเน้นความเรียบร้อย สงบ และสำรวม เพื่อแสดงความเคารพอย่างสูงสุด
ทั้งนี้ กิจกรรมกีฬาสี กิจกรรมเสริมทักษะทางวิชาการของนักเรียน หรือแม้กระทั่งกิจกรรมลูกเสือ สามารถทำได้ตามปกติ รวมถึงประเด็นการจัดประเพณีฟุตบอลจตุรมิตรสามัคคีของ 4 โรงเรียน ประกอบไปด้วย โรงเรียนสวนกุหลาบ โรงเรียนเทพศิรินทร์ โรงเรียนอัสสัมชัญ และโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย ก็ยังจัดแข่งกีฬาประเภทดังกล่าวได้ตามปกติ เพราะถือเป็นกิจกรรมเสริมหลักสูตรของผู้เรียน
ล่าสุด วันนี้ (27 ต.ค.) ที่ประชุมของกระทรวงศึกษาธิการ ได้มีมติ 3 ข้อหลังจากมีกระแสวิจารณ์คำสั่ง ศธ. งดเว้นกิจกรรมรื่นเริง 1 ปี ดังนี้
- กิจกรรมภายในหลักสูตรและกิจกรรมเสริมหลักสูตรที่มีผลดีต่อพัฒนาการของเด็ก สามารถดำเนินการได้ตามปกติ ไม่ห้ามและไม่งด
- กิจกรรมที่เป็นไปตามประเพณีและวัฒนธรรมของชนชาติหรือศาสนาใดก็ตาม สามารถดำเนินการได้ตามปกติ ไม่ห้ามและไม่งด
- กิจกรรมที่มีลักษณะรื่นเริงที่อยู่นอกเหนือข้อ 1 และ 2 ให้แต่ละหน่วยงานของกระทรวงศึกษาธิการพิจารณาว่าจะปรับรูปแบบอย่างไรให้สอดคล้องกับสถานการณ์
นอกจากนี้ นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เสริมด้วยว่า กิจกรรมอื่นๆ นอกเหนือจากหลักสูตรเสริมการสอน เช่น กิจกรรมเลี้ยงอำลาจบการศึกษา งานเลี้ยงส่งข้าราชการ หรือศิษย์เก่า ก็ยังสามารถทำได้ แต่ขอความร่วมให้จัดกิจกรรมตามรูปแบบที่เหมาะสม
เธอกล่าวต่อว่า ส่วนขั้นตอนการดำเนินการต่อจากนี้ ผู้บริหารในแต่ละองค์กรหลักของกระทรวงศึกษาธิการจะไปชี้แจงทำความเข้าใจกับผู้ปฏิบัติในส่วนอื่นๆ ตามลำดับต่อไป เพื่อวางกรอบแนวปฏิบัติที่ชัดเจนเป็นกลางและตรงกัน
'ปริญญา' ไม่เห็นด้วยงดดนตรี
หลัง ศธ.ชี้แจง ปริญญา เทวานฤมิตรกุล อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โพสต์ว่าเขายังมีข้อติดใจ เนื่องจาก ศธ.ระบุด้วยว่า กิจกรรมการแสดงดนตรี หรือคอนเสิร์ต เป็นตัวอย่างกิจกรรมที่ขอให้งดจัดกิจกรรม ซึ่งในมุมมองของเขาไม่เห็นด้วยอย่างมาก เพราะดนตรีเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมการเรียนรู้ ทั้งที่เป็นหลักสูตรและเสริมหลักสูตร ไม่ว่าจะเป็นดนตรีไทย ดนตรีสากล ดนตรีคลาสสิก หรือประเภทอื่นๆ ที่สำคัญการแสดงดนตรีหรือคอนเสิร์ตไม่เท่ากับงานรื่นเริง งานศพของไทยก็มีดนตรีไทย ของต่างประเทศก็มีออร์แกนมีร้องเพลงในโบสถ์ ดังนั้น การระบุว่าการแสดงดนตรี/คอนเสิร์ต อยู่ในความหมายของกิจกรรมที่ขอความร่วมมือให้งดจัด ถือว่ามีปัญหาแน่นอน
นอกจากนี้ ปริญญา เผยว่า ข้อความที่ระบุในหนังสือด่วนที่สุดของ ศธ. ก็มีปัญหาโดยเฉพาะข้อที่ 3 ที่ระบุให้งดกิจกรรมที่บรรยากาศรื่นเริงทุกประเภทเป็นเวลา 1 ปี ที่ทั้งตึงเกินไป และสื่อสารไม่ดี ทำให้คนไม่เข้าใจ และอาจจะเป็นปลัดกระทรวงศึกษาเองที่ไปตีความเอาเองว่าการแสดงดนตรี หรือคอนเสิร์ต เป็นกิจกรรมที่ขอให้ไม่จัด
อีกทั้งที่ รมว.ศธ. ระบุว่าหนังสือนี้เป็นหนังสือขอความร่วมมือ กับหน่วยงานในสังกัด แต่จริงๆ หนังสือลงนามโดยรัฐมนตรีโดยใช้คำว่า “กำหนดให้หน่วยงานในสังกัดดำเนินการ” ซึ่งจากถ้อยคำดังกล่าวไม่ได้เป็นการขอความร่วมมือ แต่เป็นการใช้อำนาจสั่งการ
ปริญญา มองว่า คำสั่งที่มีความคลุมเครือนี้อาจมีต้นเหตุมาจากหนังสือของรัฐมนตรี ให้ท่านปลัดกระทรวง ศธ.ชี้แจงยิ่งไม่เข้าใจ การสั่งการแบบบนลงล่างไม่ถูกต้องอยู่แล้ว โดยเฉพาะสำหรับกระทรวงศึกษาฯ ที่รับผิดชอบการศึกษาของคนทั้งประเทศ พร้อมกันนี้ ปริญญา ยืนยันให้ทาง รมว.ศธ. ช่วยแก้ไขข้อ 3 ของหนังสือดังกล่าว
นอกจากนี้ อาจารย์เจษฎา โพสต์ข้อความบนสื่อโซเชียลมีเดียวันนี้ (27 ต.ค.) เมื่อเวลา 14.02 น. เผยว่า เขาได้โทร.คุยโดยตรงกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการแล้ว โดยได้รับคำอธิบายว่ากระทรวงฯ ได้ออกคำสั่งไปตามแนวปฏิบัติที่เคยทำกันตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 9 และกำลังจะมีแนวปฏิบัติที่ชัดเจนของกระทรวงฯ เกี่ยวกับการ “งดกิจกรรมร่าเริงไว้ทุกข์ 1 ปี” ออกมาให้หน่วยงานของกระทรวง ซึ่งต้องจับตาดูกันว่า ศธ.จะยืนหยุ่นแค่ไหน มีงานอะไรบ้างที่จะให้จัดหรือไม่ได้จัด แต่โดยส่วนตัวมองว่างานคอนเสิร์ตน่าจะหมดสิทธิอดจัด แต่งานรื่นเริงตามประเพณีน่าจะยังจัดได้อยู่
บางโรงเรียนเริ่มงดงานรื่นเริง
จากการสำรวจบนโลกออนไลน์เบื้องต้น พบว่ามีบางโรงเรียนเริ่มงดจัดกิจกรรมรื่นเริง หรือปรับรูปแบบกิจกรรมบ้างแล้ว โดยเฉพาะงานลอยกระทง ซึ่งมีกำหนดจะจัดในระยะเวลาอันใกล้นี้ ยกตัวอย่าง
- โรงเรียนนานาชาติเซนส์แอนดรูว์ ได้ประกาศเลื่อนจัดงานวันฮัลโลวีนออกไปอย่างไม่มีกำหนด
- โรงเรียนปรินส์รอยแยลส์วิทยาลัย งดจัดงานราตรีเพลินเพลง และละครเพลง "Harris the Musical" ในวันที่ 19 ธ.ค. 2568
- โรงเรียนวัดนราภิรมย์ งดจัดกิจกรรมสืบสานประเพณีวันลอยกระทง ประจำปี 2568 โดยมีกำหนดการจะจัดในวันที่ 5 พ.ย. 2568
- โรงเรียนบ้านหนองปลากระดี่ ขอยกเลิกจัดงานลอยกระทง ปี 2568 ที่มีกำหนดจัดงานวันที่ 5 พ.ย. 2568
- โรงเรียนบ้านละลม งดการจัดกิจกรรมประเพณีลอยกระทง ซึ่งเดิมกำหนดจัดขึ้นในวันที่ 5 พ.ย. 2568 แต่จะปรับรูปแบบการจัดกิจกรรมให้เป็นไปอย่างเรียบง่ายภายในสถานศึกษา เพื่อให้เหมาะสมกับสถานการณ์
