ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐฯ ประกาศสั่งกระทรวงกลาโหมเตรียมพร้อมโจมตีทางทหารในไนจีเรีย กล่าวหาว่ารัฐบาลไนจีเรียไม่ทำอะไรจริงจังในการหยุดยั้งความรุนแรงต่อชาวคริสต์ พร้อมขู่หยุดความช่วยเหลือทั้งหมด แต่รัฐบาลไนจีเรียโต้แย้งว่าทั้งชาวคริสต์และชาวมุสลิมต่างเป็นเหยื่อจากกลุ่มหัวรุนแรง และต้องการความช่วยเหลือทางทหารเพื่อปราบปราม ไม่ใช่ถูกติดป้ายว่าละเมิดเสรีภาพทางศาสนา
2 พฤศจิกายน 2568 เว็บไซต์ CNN รายงานว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) ของสหรัฐฯ ออกมาประกาศเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา (1 พ.ย.) ว่า สั่งให้กระทรวงกลาโหมเตรียมพร้อมสำหรับการเข้าโจมตีทางทหารในไนจีเรีย หลังจากที่เขากล่าวหาประเทศนี้ว่าไม่ทำอะไรจริงจังในการหยุดยั้งความรุนแรงต่อชาวคริสต์ ซึ่งรัฐบาลไนจีเรียได้ออกมาปฏิเสธข้อกล่าวหานี้หลายครั้งแล้ว
ทรัมป์โพสต์ข้อความบนโซเชียลมีเดียวิพากษ์วิจารณ์สิ่งที่เขาเรียกว่า "การสังหารหมู่" ชาวคริสต์ในไนจีเรีย พร้อมเขียนว่าสหรัฐฯ จะ "หยุดความช่วยเหลือทุกรูปแบบให้กับไนจีเรียทันที" และเตือนรัฐบาลไนจีเรียให้ "เคลื่อนไหวเร็วๆ"
ในข้อความยาวๆ ของทรัมป์ เขาบอกว่าสหรัฐฯ "อาจจะเข้าไปในประเทศที่น่าอับอายนี้พร้อมกับอาวุธครบมือ เพื่อกวาดล้างผู้ก่อการร้ายอิสลามที่กำลังก่อเหตุโหดร้ายเหล่านี้ให้สิ้น"
ความจริงแล้ว ทั้งชาวคริสต์และชาวมุสลิมในไนจีเรียต่างเป็นเหยื่อจากการโจมตีของกลุ่มอิสลามหัวรุนแรง ประเทศนี้มีประชากรมากกว่า 230 ล้านคน ความรุนแรงที่เกิดขึ้นมีสาเหตุหลากหลาย บางเหตุการณ์เกิดจากแรงจูงใจทางศาสนาและส่งผลกระทบต่อทั้ง 2 กลุ่ม ในขณะที่บางเหตุเกิดจากข้อพิพาทระหว่างชาวนากับคนเลี้ยงสัตว์เรื่องทรัพยากรที่จำกัด รวมถึงความตึงเครียดระหว่างชุมชนและกลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ แม้ชาวคริสต์จะเป็นหนึ่งในเป้าหมายการโจมตี แต่รายงานท้องถิ่นระบุว่าเหยื่อส่วนใหญ่เป็นชาวมุสลิมที่อาศัยอยู่ทางตอนเหนือของไนจีเรีย ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ชาวมุสลิมเป็นประชากรส่วนใหญ่
ทรัมป์เขียนว่า "ผมสั่งกระทรวงสงครามของเราให้เตรียมพร้อมสำหรับการลงมือแล้ว ถ้าเราโจมตี มันจะเร็ว รุนแรง และสนุกสนาน เหมือนกับที่พวกผู้ก่อการร้ายโจมตีชาวคริสต์อันเป็นที่รักของเรา คำเตือน: รัฐบาลไนจีเรียควรเคลื่อนไหวให้เร็วเข้า"
รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐฯ พีท เฮกเซธ (Pete Hegseth) โพสต์ตอบกลับว่า "รับทราบครับท่านประธานาธิบดี" พร้อมแนบภาพหน้าจอข้อความของทรัมป์ และเขียนเพิ่มเติมว่า "การฆ่าชาวคริสต์ผู้บริสุทธิ์ในไนจีเรีย และที่ไหนก็ตาม ต้องหยุดทันที กระทรวงสงครามกำลังเตรียมพร้อมลงมือแล้ว ถ้ารัฐบาลไนจีเรียไม่ปกป้องชาวคริสต์ เราก็จะฆ่าผู้ก่อการร้ายอิสลามที่ก่อเหตุโหดร้ายเหล่านี้เอง"
CNN รายงานว่าการประกาศของทรัมป์ครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากที่เขากล่าวหาไนจีเรียว่าละเมิดเสรีภาพทางศาสนาเมื่อวันศุกร์ โดยอ้างว่า "คริสต์ศาสนากำลังเผชิญภัยคุกคามต่อการดำรงอยู่ในไนจีเรีย" และประกาศให้ไนจีเรียเป็น "ประเทศที่น่าเป็นห่วงเป็นพิเศษ" ตามพระราชบัญญัติเสรีภาพทางศาสนาระหว่างประเทศ การติดป้ายนี้หมายความว่ารัฐบาลทรัมป์พบว่าไนจีเรียมีส่วนร่วมหรือยอมให้เกิด "การละเมิดเสรีภาพทางศาสนาอย่างเป็นระบบ ต่อเนื่อง และร้ายแรง"
หลังจากถูกติดป้ายแต่ก่อนที่ทรัมป์จะพูดถึงเรื่องทหาร ประธานาธิบดีโบลา ตินูบู (Bola Tinubu) ของไนจีเรียได้โพสต์ข้อความว่า "การพรรณนาว่าไนจีเรียไม่ยอมรับความแตกต่างทางศาสนานั้นไม่สะท้อนความเป็นจริงของชาติเราเลย และไม่ได้คำนึงถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องและจริงใจของรัฐบาลในการปกป้องเสรีภาพทางศาสนาและความเชื่อของชาวไนจีเรียทุกคน" เขายังเสริมว่าไนจีเรีย "กำลังทำงานร่วมกับรัฐบาลสหรัฐฯ และชุมชนระหว่างประเทศเพื่อเสริมสร้างความเข้าใจและความร่วมมือในการปกป้องชุมชนทุกศาสนา"
เลขานุการสำนักข่าวของตินูบูออกมาตอบโต้โพสต์ของรัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ มาร์โก รูบิโอ (Marco Rubio) ที่ประณามการ "สังหารหมู่ชาวคริสต์หลายพันคน" โดยเรียกการพรรณนานี้ว่า "เป็นการพูดเกินจริงอย่างมากเกี่ยวกับสถานการณ์ในไนจีเรีย" และเสริมว่า "ชาวคริสต์ ชาวมุสลิม โบสถ์ และมัสยิดถูกโจมตีแบบสุ่ม"
บาโย โอนานูกา (Bayo Onanuga) กล่าวว่า "สิ่งที่ประเทศเราต้องการจากอเมริกาคือการสนับสนุนทางทหารเพื่อต่อสู้กับกลุ่มหัวรุนแรงเหล่านี้ในบางรัฐของประเทศเรา ไม่ใช่การติดป้ายว่าเป็นประเทศที่น่าเป็นห่วงเป็นพิเศษ"
CNN ยังรายงานว่าโฆษกของทำเนียบขาวและสำนักงานของตินูบูยังไม่ตอบคำขอให้ให้สัมภาษณ์
