Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เผยสำนักงานตำรวจแห่งชาติไทย-กัมพูชา ลงนามแผนความร่วมมือป้องกัน-ปราบปรามสแกมเมอร์ มีผลบังคับใช้ 2 ปี ตั้งแต่วันที่ 23 ต.ค.2568 ถึงวันที่ 22 ต.ค.2570 และลักษณะข้อตกลงเป็นความร่วมมือเสริม ไม่แทนที่สนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดน

Thai PBS รายงานเมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2568 ว่า  พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ดีพอ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ​ กล่าวว่า ไทยได้ประสานความร่วมมือกับกัมพูชา ตั้งแต่ปี 2564 ในการรับตัวคนไทยที่ถูกหลอกไปร่วมขบวนการคอลเซนเตอร์และที่สมัครใจ จนกระทั่งปี 2568 ได้ส่งตัวคนไทยกลับมาดำเนินคดีรวมแล้ว 249 คน ทั้งนี้ในเดือน ก.ย. ไทยได้มอบข้อมูลเป้าหมายสแกมเมอร์กว่า 62 เป้าหมายในกัมพูชา เพื่อให้กัมพูชาตรวจสอบ

นอกจากนี้ในเดือน ต.ค.ที่ผ่านมา ผู้ช่วย ผบ.ตร.ได้ลงนามแผนปฏิบัติการความร่วมมือในการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ 8 ข้อ ระหว่างสำนักงานตำรวจแห่งชาติไทย และสำนักงานตำรวจแห่งชาติกัมพูชา ครอบคลุมการแบ่งปันข่าวกรอง, การปฏิบัติการพร้อมกัน, การส่งผู้ต้องสงสัยและคุ้มครองเหยื่อ โดยมีคณะทำงานร่วม

ทั้งนี้ มีผลบังคับใช้ 2 ปี ตั้งแต่วันที่ 23 ต.ค.2568 ถึงวันที่ 22 ต.ค.2570 และลักษณะข้อตกลงเป็นความร่วมมือเสริม ไม่แทนที่สนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดน

พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ กล่าวอีกว่า ส่วนในประเทศไทย ผบ.ตร.ได้ตั้งศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ รวมทั้งตั้งศูนย์วอร์รูมและประสานงานกับธนาคารแห่งประเทศไทย สามารถดำเนินการคืนเงินให้กับผู้เสียหายเร็วสุดภายใน 9 วัน จำนวนกว่า 250 ล้านบาท

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง