Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

UNHCR เปิดเผยว่า ผู้คนถึง 117 ล้านคนต้องหนีออกจากบ้านเกิดเพราะสงครามและความรุนแรง ขณะเดียวกันยังต้องเผชิญวิกฤตสภาพภูมิอากาศที่รุนแรงขึ้น คาดว่าภายในปี 2050 ค่ายผู้ลี้ภัยที่ร้อนที่สุดจะเผชิญความร้อนสูงสุดเกือบ 200 วันต่อปี จนหลายพื้นที่อาจอยู่อาศัยไม่ได้


ภาพจาก: UNICEF Ethiopia (CC BY-NC-ND 2.0)

11 พฤศจิกายน 2025 เว็บไซต์ UN News รายงานว่า สำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (UNHCR) เปิดเผยเมื่อวันจันทร์ (10 พ.ย.) ว่า ตอนนี้มีผู้คนถึง 117 ล้านคนต้องหนีออกจากบ้านเกิดเพราะสงคราม ความรุนแรง และการถูกข่มเหง ขณะเดียวกันก็ยังต้องเผชิญปัญหาวิกฤตสภาพภูมิอากาศที่ทวีความรุนแรงมากขึ้น

UNHCR ระบุว่า "ไม่ว่าจะเป็นน้ำท่วมใหญ่ในซูดานใต้และบราซิล ความร้อนสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในเคนยาและปากีสถาน หรือการขาดแคลนน้ำในชาดและเอธิโอเปีย สภาพอากาศที่รุนแรงกำลังผลักดันชุมชนที่อ่อนแออยู่แล้วให้เข้าสู่จุดวิกฤต"

ตลอด 10 ปีที่ผ่านมา ภัยพิบัติจากสภาพอากาศทำให้ผู้คนต้องอพยพภายในประเทศถึง 250 ล้านครั้ง หรือเฉลี่ยวันละ 70,000 คน คิดเป็นอัตราการอพยพ 2 ครั้งทุกๆ 3 วินาที ปีนี้มีผู้คนกลับไปซีเรียและอัฟกานิสถานเป็นจำนวนมาก ทำให้จำนวนผู้พลัดถิ่นทั่วโลกลดลงเมื่อเทียบกับปี 2024

ชุมชนแนวหน้าเผชิญวิกฤตหนัก

รายงานฉบับใหม่ของ UNHCR ชี้ให้เห็นว่า 3 ใน 4 ของผู้ที่ถูกบังคับให้หนีออกจากบ้านตอนนี้อาศัยอยู่ในประเทศที่ชุมชนแนวหน้าต้องเผชิญภัยคุกคามจากสภาพภูมิอากาศในระดับ "สูงถึงสูงสุด"

ฟิลิปโป กรันดี (Filippo Grandi) ข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติที่กำลังจะสิ้นสุดวาระ กล่าวว่า "สภาพอากาศที่รุนแรงทำให้ผู้คนตกอยู่ในอันตรายมากขึ้น มันขัดขวางการเข้าถึงบริการที่จำเป็น ทำลายบ้านเรือนและอาชีพ และบังคับให้ครอบครัวต่างๆ ซึ่งหลายคนเพิ่งหนีจากความรุนแรงมาได้ ต้องหนีไปอีกครั้ง"

"คนเหล่านี้สูญเสียอะไรมามากมายแล้ว แต่ตอนนี้พวกเขากลับต้องเผชิญความยากลำบากและความหายนะซ้ำแล้วซ้ำเล่า พวกเขาได้รับผลกระทบหนักที่สุดจากภัยแล้งรุนแรง น้ำท่วมร้ายแรง และคลื่นความร้อนที่สูงเป็นประวัติการณ์ แต่กลับมีทรัพยากรน้อยที่สุดในการฟื้นตัว"

ระบบคุ้มครองตึงเครียดจนสุดขีด

UNHCR เตือนว่า ระบบช่วยเหลือเบื้องต้นสำหรับผู้ลี้ภัยทั่วโลกตอนนี้อยู่ในภาวะตึงเครียดแล้ว

ตัวอย่างเช่น ในบางพื้นที่ของชาดที่ประสบน้ำท่วม ผู้ลี้ภัยที่เพิ่งมาถึงจากการหนีสงครามในซูดานประเทศเพื่อนบ้านได้รับน้ำไม่ถึง 10 ลิตรต่อวัน ซึ่งต่ำกว่ามาตรฐานฉุกเฉินมาก

หลักฐานยังชี้ว่า ภายในปี 2050 ค่ายผู้ลี้ภัยที่ร้อนที่สุดอาจต้องเผชิญกับความร้อนสูงสุดเกือบ 200 วันต่อปี ซึ่งเสี่ยงอย่างร้ายแรงต่อสุขภาพและการอยู่รอด

UNHCR ยืนยันว่า "หลายพื้นที่เหล่านี้น่าจะกลายเป็นที่ที่อยู่อาศัยไม่ได้ เพราะความร้อนสูงสุดและความชื้นสูงผสมกันอย่างอันตราย"

ภัยคุกคามจากการเสื่อมโทรมของที่ดินในแอฟริกา

รายงานระบุว่า ผู้ลี้ภัย 1.2 ล้านคนกลับบ้านในช่วงต้นปี 2025 แต่ครึ่งหนึ่งกลับไปยังพื้นที่ที่ "เปราะบางต่อสภาพภูมิอากาศ" ขณะที่ UNHCR ยังพบว่า 75% ของพื้นที่ทั่วทวีปแอฟริกากำลังเสื่อมโทรมลง และมากกว่า 1 ใน 2 ของที่ตั้งผู้ลี้ภัยอยู่ในพื้นที่ "ความเครียดสูง"

UNHCR กล่าวว่า "สถานการณ์นี้ทำให้การเข้าถึงอาหาร น้ำ และรายได้ลดลง" และยังเป็นตัวผลักดันให้มีการสรรหาสมาชิกเข้ากลุ่มติดอาวุธในบางส่วนของซาเฮล ก่อให้เกิดความขัดแย้งและการพลัดถิ่นซ้ำๆ

แม้ความต้องการจะเพิ่มขึ้น แต่การขาดแคลนเงินทุนและสิ่งที่ UNHCR เรียกว่า "ระบบการเงินด้านสภาพภูมิอากาศที่ไม่เป็นธรรมอย่างยิ่ง" ทำให้ผู้คนหลายล้านไม่ได้รับการคุ้มครอง วันนี้ ประเทศที่ได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งและเป็นที่พำนักของผู้ลี้ภัยได้รับเงินทุนด้านสภาพภูมิอากาศเพียงหนึ่งในสี่ของที่พวกเขาต้องการ ขณะที่เงินทุนสภาพภูมิอากาศส่วนใหญ่ของโลกไม่เคยไปถึงชุมชนผู้พลัดถิ่นหรือชุมชนที่รับพวกเขาไว้เลย

กรันดีกล่าวในวันเปิดการประชุมสุดยอดสภาพภูมิอากาศ COP30 ของสหประชาชาติที่เบเลง (Belem) ประเทศบราซิลว่า "การตัดเงินทุนกำลังจำกัดความสามารถของเราในการปกป้องผู้ลี้ภัยและครอบครัวผู้พลัดถิ่นจากผลกระทบของสภาพอากาศที่รุนแรงอย่างมาก"

ผู้นำ UNHCR กล่าวเสริมว่า "ถ้าเราต้องการความมั่นคง เราต้องลงทุนในที่ที่ผู้คนเสี่ยงมากที่สุด เพื่อป้องกันการพลัดถิ่นเพิ่มเติม เงินทุนด้านสภาพภูมิอากาศต้องไปถึงชุมชนที่อยู่อย่างแขวนลอยอยู่แล้ว พวกเขาจะถูกทิ้งให้อยู่คนเดียวไม่ได้ COP ครั้งนี้ต้องสร้างการเปลี่ยนแปลงจริงๆ ไม่ใช่แค่คำสัญญาว่างเปล่า"

ประเด็นสำคัญจากรายงานของ UNHCR ระบุว่า 3 ใน 4 ของผู้ลี้ภัยหรือผู้พลัดถิ่นจากความขัดแย้งกำลังอาศัยอยู่ในประเทศที่เผชิญภัยคุกคามจากสภาพภูมิอากาศในระดับสูงถึงสูงสุด ผู้ลี้ภัย 1.2 ล้านคนกลับบ้านในช่วงต้นปี 2025 โดยครึ่งหนึ่งกลับไปยังพื้นที่เปราะบางต่อสภาพภูมิอากาศ 75% ของพื้นที่ในแอฟริกากำลังเสื่อมโทรมลง และมากกว่าครึ่งหนึ่งของที่ตั้งผู้ลี้ภัยอยู่ในพื้นที่ความเครียดสูง ที่ตั้งผู้ลี้ภัยเกือบทั้งหมดจะเผชิญกับความร้อนอันตรายที่เพิ่มขึ้นอย่างไม่เคยมีมาก่อน

ภายในปี 2050 ค่ายผู้ลี้ภัย 15 แห่งที่ร้อนที่สุดในโลกซึ่งตั้งอยู่ในแกมเบีย เอริเทรีย เอธิโอเปีย เซเนกัล และมาลี คาดว่าจะเผชิญความร้อนอันตรายเกือบ 200 วันหรือมากกว่านั้นต่อปี ภายในปี 2040 จำนวนประเทศที่เผชิญภัยพิบัติจากสภาพภูมิอากาศอย่างรุนแรงอาจเพิ่มจาก 3 ประเทศเป็น 65 ประเทศ และตั้งแต่เมษายน 2023 มีผู้คนเกือบ 1.3 ล้านคนหนีความขัดแย้งในซูดานไปขอลี้ภัยในซูดานใต้และชาด ซึ่งเป็น 2 ประเทศที่มีความพร้อมน้อยที่สุดในการรับมือกับวิกฤตสภาพภูมิอากาศที่เพิ่มขึ้น

 

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง