เผยการสำรวจปักหมุดเขตแดนชั่วคราวไทย-กัมพูชา 3 วันที่ผ่านมาบรรยากาศเป็นไปด้วยดี ด้านแม่ทัพภาคที่ 1 ลงพื้นที่สร้างความอุ่นใจให้กับประชาชน บอกเรื่องชายแดนขอให้เป็นหน้าที่ของทหาร

ภาพจาก: สำนักข่าวไทย
22 พ.ย. 2568 สำนักข่าวไทย รายงานว่า การสำรวจปักหมุดเขตแดนชั่วคราวไทย-กัมพูชา วันที่ 3 บรรยากาศเป็นไปด้วยดี ด้านแม่ทัพภาคที่ 1 เซอร์ไพรส์มาลงพื้นที่สร้างความอุ่นใจให้กับประชาชน บอกเรื่องชายแดนขอให้เป็นหน้าที่ของทหาร
คืนที่ผ่านมา (21 พ.ย.) พล.ท.วรยส เหลืองสุวรรณ แม่ทัพภาคที่ 1 เดินทางลงพื้นที่พบปะพี่น้องประชาชน และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน ที่จุดตรวจรักษาความปลอดภัย ชุดรักษาความปลอดภัย บ้านหนองหญ้าแก้ว ต.โนนหมากมุ่น อ.โคกสูง จ.สระแก้ว ชาวบ้านต่างยินดีที่แม่ทัพเดินทางลงพื้นที่ในยามค่ำคืนเคียงบ่าเคียงไหลกับกำลังพลและเจ้าหน้าที่ ที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่แนวชายแดนไทย-กัมพูชา
ทั้งนี้แม่ทัพภาคที่ 1 เมื่อมาถึงก็ได้เข้าพูดคุยกับผู้ใหญ่บ้าน เพื่อสอบถามความเป็นอยู่ของประชาชน และส่งมอบกำลังใจให้กับเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน สร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนในพื้นที่ พร้อมกันนี้ ได้มอบเครื่องอุปโภคบริโภค และผ้าห่มกันหนาว ให้กับเจ้าหน้าที่ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่เคียงข้างทหารในการดูแลประชาชน
ขณะเดียวกัน พ.อ.บัญชา ชาญฉลาด รองผู้บัญชาการกองกำลังบูรพา และรองผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจที่ 12 ที่ได้ติดตามคณะของแม่ทัพภาคที่ 1 ลงพื้นที่ ได้อยู่ร่วมรับประทานอาหารกับชาวบ้านหนองหญ้าแก้ว ที่จุดตรวจรักษาความปลอดภัย ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้านหนองหญ้าแก้ว เพื่อสร้างบรรยากาศให้ประชาชนมั่นใจในการปฏิบัติหน้าที่ของทหาร และรับฟังปัญหาข้อขัดข้อง และข้อเสนอแนะของประชาชนด้วย
อีกส่วนที่หน้าสนใจ วันนี้ (22 พ.ย.) ชุดปฏิบัติงานของกองกำลังบูรพา ร่วมกับชุดสำรวจและจัดทำหลักเขตแดนร่วมไทย–กัมพูชา ฝ่ายปกครองจังหวัดสระแก้วและอำเภอโคกสูง จำนวน 35 นาย จะบินโดรน และวางแนวเขต หลักหมดชั่วคราวต่อเนื่องแม้ว่าจะเป็นวันหยุด โดยระยะทางจากบ้านหนองจานถึงบ้านหนองหญ้าแก้วประมาณ 7 กิโลเมตร ต้องปักหมุดทั้งหมด 72 หมดขณะนี้ปักไปได้แล้ว 32 หมดขณะการบินโดรนจากระยะทางต้องดำเนินการทั้งหมด 7 กิโลเมตรขณะนี้ก็บินสำรวจไปได้แล้ว 3.4 กิโลเมตร
ภาพรวมบรรยากาศการทำงานร่วมในการปักหมุดเขตแดนชั่วคราวไทย-กัมพูชา 3 วันที่ผ่านมา เป็นไปด้วยดี
ชุดสำรวจ-ปักหมุดชั่วคราวหลักเขตแดนที่ 52–59 จันทบุรี พบอุปสรรคสวนลำไย-สวนทุเรียน ต้นไม้ขนาดใหญ่บดบังสัญญาณดาวเทียม GPS
NBT Connext รายงานว่า หน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินจันทบุรี ร่วมกับชุดสำรวจและจัดทำหลักเขตแดนร่วมไทย–กัมพูชา ชุดควบคุมทหารพรานนาวิกโยธินที่ 2 หน่วยปฏิบัติการทุ่นระเบิดด้านมนุษยธรรมที่ 2 หน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 14 สำนักงานพัฒนาภาค 1 หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา หน่วยเฉพาะกิจตำรวจตระเวนชายแดนจันทบุรี และชุดรักษาความปลอดภัย ตำบลเทพนิมิตร รวม 60 นาย ได้ปฏิบัติงานร่วมกับฝ่ายกัมพูชาจำนวน 40 นาย เพื่อสำรวจและปักหมุดชั่วคราวระหว่างหลักเขตแดนที่ 53–54 ได้จำนวน 3 หมุด (TM53-19 ถึง TM53-21) รวมระยะทาง 150 เมตร รวมปักได้ 136 หมุด จากทั้งหมด 166 หมุด คิดเป็น 81.93% รวมระยะทาง 6.8 กิโลเมตร จากทั้งหมด 8.3 กิโลเมตร
ในช่วงบ่าย ชุดสำรวจฯ ของทั้งสองฝ่ายได้ร่วมกันจัดทำรายงานประจำวันเพื่อบันทึกผลการสำรวจและปักหมุดชั่วคราวระหว่างหลักเขตแดนที่ 52–59 โดยพบว่าพื้นที่ปฏิบัติงานส่วนใหญ่เป็นสวนลำไยและสวนทุเรียน ส่งผลให้ต้นไม้ขนาดใหญ่บดบังสัญญาณดาวเทียม GPS อีกทั้งยังมีบางช่วงเป็นป่าหญ้ารกทึบ ทำให้การวัดพิกัดต้องอาศัยความละเอียดรอบคอบและความร่วมมือใกล้ชิดระหว่างชุดสำรวจทั้งสองฝ่าย
สำหรับแผนการปฏิบัติงานในวันเสาร์ที่ 22 พฤศจิกายน เวลา 09.00 นาฬิกา ทั้งสองฝ่ายได้นัดพบกันที่หลักเขตแดนที่ 58 เพื่อดำเนินการปักหมุด TM57-39 ถึง TM57-47 ตามแผนที่วางไว้ร่วมกัน
การปักหมุดชั่วคราวระหว่างหลักเขตแดนเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการ “จัดทำเส้นเขตแดนบนพื้นดิน (land boundary demarcation)” ซึ่งเป็นมาตรฐานสากลที่ใช้ในการแบ่งเขตแดนระหว่างประเทศ หมุดแต่ละหมุดทำหน้าที่เป็นจุดอ้างอิงเชิงพิกัด (geodetic reference points) เพื่อยืนยันตำแหน่งของเส้นเขตแดนอย่างถูกต้องก่อนนำไปสู่การติดตั้งหลักเขตแดนถาวรในลำดับต่อไป
กระบวนการนี้ต้องอาศัยการปฏิบัติร่วมกันอย่างละเอียดระหว่างทั้งสองประเทศ เพื่อให้เส้นเขตแดนมีความชัดเจน โปร่งใส และสามารถใช้ประกอบการบริหารพื้นที่ชายแดนได้อย่างถูกต้องตามกฎหมายระหว่างประเทศ อันเป็นประโยชน์ยิ่งต่อการรักษาเสถียรภาพ ความมั่นคง ระหว่างไทย
