Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

พรรคประชาชนเปิดตัว 3 แคนดิเดตนายก 'ณัฐพงษ์-ศิริกัญญา-วีระยุทธ' เปิดชุดนโยบายแรกในการหาเสียงเลือกตั้ง 2569 "ไทยไม่เทา ไทยเท่ากัน ไทยทันโลก" - 'ธนาธร' ชู 'เมกะโปรเจกต์สีส้ม' ทุ่ม 6.3 แสนล้าน 8 ปีเปลี่ยนไทยเป็นประเทศพัฒนาแล้ว ชวนทุกคนลองให้โอกาสพรรคประชาชน กล้าคิดอย่างทะเยอทะยานไปด้วยกัน

23 พฤศจิกายน 2568 Thai PBS รายงานว่า นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน แสดงวิสัยทัศน์เกี่ยวกับการบริหารประเทศในหัวข้อ "ความมั่นคงใหม่ เศรษฐกิจใหม่ การบริหารประเทศแบบใหม่ สร้างประเทศไทยที่ไม่แพ้ใครในเวทีโลก ให้ไทยทันโลก" โดยกล่าวถึงเหตุผลที่ทำร่วมกันเพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลง และเชื่อว่าทุกคนสามารถช่วยกันสร้างการเปลี่ยนแปลงในประเทศนี้ หากได้เป็นนายกรัฐมนตรีได้มองที่จะดำเนินนโยบายของประเทศในสไตล์วิศวกรรม แล้ววันนี้ในช่วงท้ายจะเปิดตัวแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีอีก 2 คน ในช่วงท้าย

สรุปแนวนโยบายของพรรคประชาชนที่เป็นเข็มทิศในการสู้ศึกเลือกตั้งครั้งหน้า ความดีต่อจากนี้คือ "สร้างประเทศไทยที่ไม่มีสีเทา - เท่ากัน - ทันโลก" พร้อมกันนี้ได้ส่งกำลังใจไปยังประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ซึ่งล่าสุด สส.พรรคประชาชนได้ลงพื้นที่แล้ว นำโดย สส.ภคมน หนุนอนันต์ ตั้งศูนย์ครัวกลางประชาชน

โดยช่วงแรกกล่าวถึงประเทศไทยในฝันของประชาชนเป็นอย่างไร ที่ทุกคนล้วนต่างฝันใหญ่ เพื่อส่งอนาคตที่ดีให้กับลูกหลาน ชี้ว่าองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นกลไกสำคัญที่จะแก้ไขให้กับคุณภาพชีวิตให้กับลูกหลาน

สำหรับนโยบายในการหาเสียงเลือกตั้ง ของพรรคประชาชน 1.นโยบายด้านความมั่นคง-ต่างประเทศใหม่ โดยเป็นแนวทางการแก้ไขปัญหาทุนเทาในประเทศ ตั้งศูนย์อาชญากรรมไซเบอร์อาเซียน และตั้งศูนย์ข่าวกรองแม่น้ำโขง

2. นโยบายเศรษฐกิจใหม่ เพิ่มทักษะและผลิตภาพ สร้างโอกาสให้กับกลุ่มสูงวัย การผลักดันร่างกฎหมายการแข่งขันทางการค้าที่เป็นธรรม สร้างระบบอุตสาหกรรมอนาคต

3. นโยบายรายการใหม่ ซึ่งจะต้องแก้ไขปัญหาเก่าไม่ให้มีการคอรัปชัน ปฏิรูประบบงบประมาณ กิโยตินกฎหมาย เตรียมรับมือความเปลี่ยนแปลงระบบ AI สร้างความเชื่อมั่นต่อประชาชน ให้ระบบการเมืองการบริหารราชการแผ่นดินมีความโปร่งใส

4. นโยบายคุณภาพชีวิตใหม่ ตั้งแต่คน - เมือง - ที่ดินสิ่งแวดล้อม - ดิจิทัล

พร้อมกล่าวถึงหน้าตาของรัฐบาลที่จะเข้ามาบริหารประเทศให้ประสบความสำเร็จได้จะต้องประกอบไปด้วย

1. เอาจริงมีเจตจำนงทางการเมือง

2. รัฐบาลที่มีคนมีความรู้ความสามารถเหมาะสม เหมาะกับตำแหน่งงาน ไม่ได้มาจากโควตาทางการเมือง

3. รัฐบาล วางบทบาทในเวทีโลกได้

โดยกล่าวทิ้งท้ายในการนำเสนอข้อมูล คณะทำงานฝ่ายบริหารในอนาคตพรรคประชาชนจะเปิดตัวเรื่อยๆ หลังจากปี่กลองเลือกตั้งดังขึ้น โดยวันนี้มีบุคคลที่สามารถเปิดตัวได้ คนแรกเป็นนายกรัฐมนตรีลำดับที่ 1 เป็นตัวเองอยู่แล้วเพราะเป็นหัวหน้าพรรค

แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีคนที่ 2 ไหม ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรค เป็นนักนโยบายสาธารณะ และเป็นคนที่หัวหน้าพรรค เกรงกลัวเกรงใจ เป็นคนที่คอยส่งมอบความรู้และยกระดับการทำงานของผู้ร่วม เป็นคนที่ให้ความรู้คนในพรรคระบบงบประมาณ

และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีคนที่ 2 เป็นบุคคลที่มีความรู้ความสามารถเป็นอาจารย์สอนอยู่ที่ญี่ปุ่น ซึ่งทำงานกับพรรคตั้งแต่พรรคอนาคตใหม่เป็นผู้อยู่เบื้องหลัง เสนอชุดนโยบายที่มีความคม ปัจจุบันเป็นรองหัวหน้าพรรคประชาชนฝ่ายยุทธศาสตร์ อ.ต้น - นายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร โดยนายณัฐพงษ์ประกาศให้คำมั่นสัญญากับทุกคน ว่าจะทำให้ไทยไม่เทา กำจัดทุจริตคอรัปชันให้หมดจากประเทศนี้

"เชื่อว่าสิ่งสำคัญที่พูดเรื่องทุนเทาปัญหาคอรัปชันโยงใยตั้งแต่ระดับล่างขึ้นบนสุดท้ายจะแก้เรื่องนี้ ได้หนีไม่พ้นว่าคนที่อยู่สูงสุดของประเทศ ต้องเอาจริงกับเรื่องนี้ คำว่าเอาจริงกับเรื่องนี้ไม่ใช่เฉพาะการจัดการกับคนที่ไม่ได้อยู่กับพรรคเอง แต่วันหนึ่งถ้าคนกลุ่มของตัวเองคนที่อยู่ในพรรคการเมืองของตัวเอง รัฐมนตรีในคณะรัฐมนตรีของตัวเอง ขึ้นมาทำผิดกฎหมายทุจริตคอรัปชันคุณก็ต้องกล้าจัดการ เพราะเมื่อไหร่ก็ตามหากคุณไม่กล้าจัดการ คุณไม่สามารถที่จะเปลี่ยนโครงสร้างทั้งโครงสร้างได้"

'ธนาธร' ชู 'เมกะโปรเจกต์สีส้ม' ทุ่ม 6.3 แสนล้าน 8 ปีเปลี่ยนไทยเป็นประเทศพัฒนาแล้ว

สำนักข่าวไทย รายงานว่า ที่อาคารอนาคตใหม่ ในกิจกรรมรีชาร์จประชาชน Recharge the People เป็นวันที่ 2 ในการเสวนาหัวข้อคุณภาพชีวิตดีที่คนไทยคู่ควร นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ แกนนำคณะก้าวหน้า ร่วมเปิดเวทีในหัวข้อ “Orange Megaprojects การลงทุนครั้งใหญ่เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตคนไทย” ว่า วันนี้ทางพรรคขอให้ตนมานำเสนเรื่อง Orange Megaprojects ซึ่งเวลาเราคิดถึงเมกะโปรเจกต์ เราคิดถึงสะพาน ตึกหรือสิ่งที่เป็นโครงสร้างใหญ่ๆ พรรคประชาชนบอกว่าเราควรต้องกลับมาลงทุนกับคุณภาพชีวิตของประชาชน การเพิ่มคุณภาพชีวิตของคนถึงจะเป็นเมกะโปรเจกต์ เวลาเราบอกว่าเราอยากเป็นประเทศที่พัฒนาแล้ว เราอยากเป็นเหมือนเขาด้านอะไร อย่างแรกเราอยากมีรายได้ เราอยากให้คนของเรามีรายได้ต่อเดือนเท่าเขา และเราอยากได้คุณภาพชีวิตเท่าเขา ดังนั้นเวลาเราบอกว่าเราอยากเป็นประเทศที่พัฒนาแล้วมี 2 มิติ คือมิติด้านรายได้ และมิติด้านคุณภาพชีวิต

นายธนาธร กล่าวว่า โดยตนอยากเริ่มจากการพาทุกคนไปดูปัญหาใหญ่ๆ ของประเทศไทยว่ามีอะไรบ้าง อย่างแรกคือการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศไทยในรอบ 30 ปีที่ผ่านมา ซึ่งหากเราดูการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจตัวเลขจีดีพีเราจะเห็นว่ามีทั้งปีขึ้นและปีลง 10 ปีมีปัญหา 1 ครั้ง แต่ในภาพรวมยังเติบโตอยู่ แต่หากเราดูเป็นทศวรรษ ทศวรรษที่ 2530 เรามีการเติบโตเฉลี่ย 7.3 % ต่อปี ทศวรรษที่ 2540 เราเติบโตเฉลี่ยต่อปี 5.3 % ทศวรรษที่ 2550 การเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ 3.2% ต่อปี และทศวรรษนี้ เหลือ 2.0 %ต่อปี ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าเรากำลังแข่งขันกับโลกไม่ได้ เราเติบโตสู้กับชาวบ้านไม่ได้ ซึ่งไม่ใช่สะท้อนเฉพาะปัญหาเฉพาะหน้าแต่สะท้อนปัญหาที่สะสมมายาวนานซึ่งแก้ไขได้ยากกว่ามีวิกฤตเฉพาะหน้าแล้วลงลึก

นายธนาธร กล่าวต่อไปว่า การใช้จ่ายและการลงทุนในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ไม่ก่อให้เกิดการเติบโตของรายได้ ทำให้เงินที่เรากู้มาเป็นสัดส่วนมากขึ้นกว่ารายได้ ซึ่งสะท้อนว่าเราลงทุนอย่างไม่มีประสิทธิภาพ และการตรวจสอบของเราตั้งแต่เป็นพรรคอนาคตใหม่ พรรคก้าวไกล และพรรคประชาชนในฐานะฝ่ายค้านก็บอกเช่นนั้น เช่น เราเจอเรื่องตึกที่สร้างขึ้นมาแล้วไม่ได้ใช้งาน และหากเรายังใช้ต่อไปอย่างไม่มีประสิทธิภาพดอกเบี้ยต่อประมาณการรายได้ของรัฐก็จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ รัฐบาลต่อไปจะแบกรับภาระที่หนักมาก เงินจะเหลือให้นำไปพัฒนาน้อยลงเพราะต้องเอาไปจ่ายดอกเบี้ยที่มากขึ้น ต่อไปต้องใช้เงินอย่างชาญฉลาดและมีประสิทธิภาพ สร้างผลการเติบโตต่อไปในอนาคตให้กับประเทศได้จริง

นายธนาธร กล่าวต่อไปว่า สิ่งที่ตนอยากเสนอการใช้จ่ายภาครัฐที่มาจากภาษีของทุกคน คือ 1.จะต้องเพิ่มคุณภาพชีวิตของประชาชนให้ดีขึ้น แก้ปัญหาสังคมได้ 2.สร้างงานที่มีคุณภาพ คนต้องมีงานทำ และต้องเป็นงานที่มีคุณภาพ 3.สร้างอุตสาหกรรมใหม่ สร้างเทคโนโลยีของคนไทย 4.ทำให้ประเทศไทยพร้อมรับมือสำหรับความท้าทายในอนาคต เราเสนอ 6.3 แสนล้านบาทใน 8 ปี ซึ่งจะถือเป็นการลงทุนครั้งใหญ่เพื่อเพิ่มคุณภาพชีวิตให้กับคนไทยให้เทียบเท่ากับประเทศที่พัฒนาแล้วได้ แบ่งเป็นการจัดการน้ำเสีย 6 หมื่นล้านบาท น้ำประปาดื่มได้ 7.5 หมื่นล้านบาท ขนส่งสาธารณะ 3.7 หมื่นล้านบาท การจัดการขยะ 1.83 แสนบ้านบาท โรงเรียน 5 หมื่นล้านบาท โรงพยาบาล 3 หมื่นล้านบาท และโครงข่ายไฟฟ้าอัจรยะ 1.92 แสนล้านบาท ตัวเลขอาจฟังดูเยอะแต่เมื่อหารด้วย 8 ปีแล้ว ออกมาปีละไม่ถึง 8 หมื่นล้านบาท ซึ่งพอเป็นไปได้ที่จะลงทุนสิ่งต่างๆ เหล่านี้ เพื่อให้กลับมาสะท้อนคุณภาพชีวิตของประชาชน

“หากเราไม่กล้าคิดอย่างทะเยอทะยานเราจะไปไม่ถึง หลายคนฟังแล้วบอกว่าเป็นไปไม่ได้ แต่ลองให้โอกาสพวกเราดู ผมคิดว่านี่เป็นเวลาของการกล้าทะเยอทะยาน นี่คือสิ่งที่จะเปลี่ยนแปลงไปหากพรรคประชาชนได้รับความไว้วางใจ ให้เข้ามาบริหารจัดการงบประมาณ งบฯ จะไม่ถูกใช้อย่างสะเปะสะปะ แต่จะถูกใช้อย่างมีเป้าหมาย เราจะทำให้คงเส้นคงวาและทำสิ่งต่างๆ เหล่านี้ให้เป็นจริง เหตุผลที่ต้องใช้ 8 ปี เพราะเรื่องเหล่านี้มันใหญ่ 4 ปีไม่จบ 8 ปีตั้งเป้าแบบนี้ว่าจะมีบริการเหล่านี้ให้ทัดเทียมกับประเทศพัฒนาแล้ว ผมคิดว่ามีโอกาส ขอทุกคนเดินทางไปกับพวกเรา ให้กำลังใจพวกเรากล้าคิดอย่างทะเยอทะยานไปด้วยกัน” นายธนาธร กล่าว

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง