สส.พรรคประชาชน เผย กมธ.สัดส่วนเพื่อไทยเสนอแก้ร่าง พ.ร.บ.ศาลทหาร คดีทุจริต-คดีอาญา กลับไปขึ้นศาลทหารตามร่างเดิม
2 ธันวาคม 2568 มติชนออนไลน์ รายงานว่า นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน โพสต์โซเชียลเปิดเผยผลการประชุมคณะกรรมาธิการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ธรรมนูญศาลทหาร โดยระบุว่า กรรมาธิการมีมติเสียงข้างมาก ให้คดีทุจริต และคดีอาญาที่ทหารกระทำต่อพลเรือน กลับไปที่ศาลทหารตามเดิม ตามข้อเสนอของนายธงทอง นิพัทธรุจิ
ขณะที่ อนาลโย กอสกุล ที่ปรึกษา กมธ.ทหาร สภาผู้แทนราษฎร และแอดมินเพจ thaiarmedforce โพสต์ข้อความ ระบุว่า “แปลกมากเลย มันมีความพยายามทำทุกอย่างเพื่อให้ทหารหนีไม่ต้องขึ้นศาลยุติธรรมแต่ให้ขึ้นศาลทหารด้วยกันเอง แบบคดีทุจริตก็อ้างนู่นอ้างนี่เพื่อให้กลับไปขึ้นศาลทหาร เพราะอะไรเดากันเอง”
ด้านนายเชตวัน เตือประโคน สส.ปทุมธานี พรรคประชาชน ในฐานะกรรมาธิการฯ โพสต์ข้อความเรื่องเดียวกัน โดย ระบุว่า
ผมคงต้องขอ “สงวนความเห็น” และติดใจเตรียมอภิปรายเรื่องนี้ในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรในการพิจารณา วาระ 2 ของ ร่าง พ.ร.บ.ธรรมนูญศาลทหาร เพราะจุดประสงค์ของการเสนอให้ “คดีที่ทหารกระทำผิดอาญาต่อพลเรือน” ไม่ต้องไปขึ้นศาลทหารนั้น ก็เพื่อที่บรรดาอาชญากรรมรัฐต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเหตุการณ์ 14 ตุลา 16, เหตุการณ์ 6 ตุลา 19, เหตุการณ์ พฤษภา 35, เหตุการณ์เมษา-พฤษภา 53 เหล่านี้ ทหารที่ก่อคดีอาญาต่อชีวิตของประชาชน ต้องไปขึ้นศาลยุติธรรมหรือศาลพลเรือน เพื่อป้องกันการช่วยเหลือกันจากระบบรุ่น จากความไม่เป็นอิสระ ความน่าเชื่อถือของหน่วยงาน บุคคล และกระบวนการวิธี เพราะนี่คือการใช้อำนาจในทางตุลาการ
และที่น่าผิดหวัง คือ ผู้ที่เสนอให้มีการตัดวงเล็บนี้ออก จาก “มาตรา 14 คดีที่ไม่อยู่อำนาจของศาลทหาร” คือกรรมาธิการในสัดส่วนพรรคเพื่อไทย ที่ต่อมาในการลงมติมีเสียงเห็นชอบให้ตัดออก 14 เสียง, ไม่ตัด 4 เสียง จากองค์ประชุม 20 เสียง
ผมเข้าใจดีครับว่า “กรรมาธิการ” แต่ละคนนั้นมีเอกสิทธิ์ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า “เอกสิทธิ์” ที่ได้รับนั้นก็มาจากที่พรรคการเมืองแต่งตั้งเข้ามาตามสัดส่วนที่ตกลงกันในวิปฯ ว่าแต่ละพรรคจะได้เท่าไหร่ ดังนั้น จะออกตัวว่าเป็นความเห็นส่วนตัว เป็นมติส่วนตน ไม่ใช่ในนามพรรคการเมือง ก็ไม่น่าจะฟังขึ้น
เดินมาถึงจุดนี้ ร่าง พ.ร.บ.ธรรมนูญศาลทหาร ที่เราอยากเห็น การพัฒนาปรับปรุง เหมือนจะแย่ยิ่งกว่าเก่า ไม่เหลืออะไรเลย
สัปดาห์ที่แล้วไม่ให้ทุจริตที่ทหารกระทำผิดไปอยู่กับศาลอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ ซึ่งเป็นศาลพลเรือน มาวันนี้ตัดในส่วนคดีที่ทหารกระทำผิดอาญาต่อพลเรือนออกไป จาก “มาตรา 14 คดีที่ไม่อยู่ในอำนาจของศาลทหาร”
อย่างนี้ จะสบตากับญาติผู้เสียชีวิตจากอาชญากรรมรัฐ ที่ทหารเป็นผู้กระทำได้อย่างไร?
ผมหวังว่าในวาระ 2 ซึ่งพวกเรากรรมาธิการจากสัดส่วนพรรคประชาชน ได้ขอสงวนความเห็นและจะอภิปรายขอให้คงไว้ตามร่างเดิมนั้น บรรดา สส.พรรคเพื่อไทย จะได้พิจารณาในเรื่องนี้ใหม่กับพวกเราด้วยกันนะครับ
