อดีตรองเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ประเมินว่าการปะทะที่ดำเนินอยู่ ไทยมีค่าใช้จ่ายต่อวันสูงถึง 2,000-3,000 ล้านบาท เทียบเท่ากับประมาณครึ่งหนึ่งของค่าใช้จ่ายต่อวันของยูเครนในการตั้งรับ - มอง ทางออกเดียวที่ยั่งยืน 'เส้นเขตแดนสีเหลือง' ประเทศใดที่รุกล้ำเข้ามาในพื้นที่ที่กำหนดก็สามารถถูกตอบโต้ได้อย่างชอบธรรม
16 ธันวาคม 2568 รายการ Money Chat Thailand Exclusive Interview ได้สัมภาษณ์ พล.ท.ดร.พงศกร รอดชมภู อดีตรองเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ประเด็นค่าใช้จ่ายของการปะทะชายแดนไทย-กัมพูชา โดย พล.ท.ดร.พงศกร ประเมินว่า การปะทะที่ดำเนินอยู่ระหว่างไทย-กัมพูชา มีค่าใช้จ่ายต่อวันสูงถึง 2,000 ถึง 3,000 ล้านบาท ซึ่งเทียบเท่ากับประมาณครึ่งหนึ่งของค่าใช้จ่ายต่อวันของยูเครนในการตั้งรับ (ยูเครนใช้ 6,000-7,000 ล้านบาทต่อวัน) หากอิงจากการประเมินการรบครั้งก่อน 5 วันที่ใช้งบประมาณไปกว่าหมื่นล้านบาท ก็เท่ากับวันละประมาณ 2,000 ล้านบาท และเมื่อนับถึงปัจจุบัน (ราว 9 วัน) ค่าใช้จ่ายสะสมอาจสูงเกือบ 20,000 ล้านบาทแล้ว
ค่าใช้จ่ายดังกล่าวสะท้อนจากการใช้อาวุธที่มีราคาสูง เช่น การใช้ระเบิดนำวิถี (JDAM) ขนาดเล็ก มีต้นทุนรวมการปล่อยอยู่ที่ราว 700,000-900,000 บาทต่อลูก หรือลูกระเบิดขนาดใหญ่ที่ราคาสูงถึง 1 ล้านบาท ขณะที่การยิงจรวด 122 มม. หนึ่งชุด 40 ลูก ก็มีค่าใช้จ่ายมากกว่า 1 ล้านบาทต่อรอบ การใช้กำลังทางอากาศก็มีราคาสูงเช่นกัน โดยเครื่องบิน F-16 มีค่าใช้จ่ายในการบินต่อชั่วโมงอยู่ที่ 750,000 บาท
ทางออกเดียวที่ยั่งยืน 'เส้นเขตแดนสีเหลือง'
พล.ท.ดร.พงศกร มองว่าการรบจะยังคงวนลูปต่อไปหากไม่มีการแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุ เพราะเมื่อไทยถอยออกมาจากพื้นที่ยึดคืน กัมพูชาจะกลับเข้ามาอีก วิธีเดียวที่จะยุติปัญหาได้จริง คือการกำหนด "เส้นเขตแดนที่ชัดเจน" โดยใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ เช่น LIDAR เพื่อสร้าง "เส้นสีเหลือง" ขึ้นมา
หากมีเส้นเขตแดนที่ชัดเจน ประเทศใดที่รุกล้ำเข้ามาในพื้นที่ที่กำหนดก็สามารถถูกตอบโต้ได้อย่างชอบธรรม หากใช้เทคโนโลยีนี้ การสำรวจเส้นแบ่งเขตแดนราว 200 กม. อาจใช้เวลาเพียง 40 วัน หรืออย่างช้าที่สุด 80 วัน หากมีผู้เชี่ยวชาญภายนอกมาช่วย ซึ่งจะทำให้ข้ออ้างในการใช้กำลังรุกรานหมดไป และเป็นการยุติความขัดแย้งได้อย่างยั่งยืน
