Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

“ศูนย์คามิลเลียนฯ ปราจีนบุรี” ร่วมเป็น “สถานชีวาภิบาล” ในระบบบัตรทอง ประสานความร่วมมือ “สสจ.ปราจีนบุรี - อบต.โคกปีบ -รพ.ศรีมโหสถ” ดูแลผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิง ผู้ป่วยประคับประคอง ครบวงจร เพิ่มคุณภาพชีวิตที่ดี และจากไปอย่างมีศักดิ์ศรี อนาคตเตรียมหารือเพื่อยกระดับศูนย์คามิลเลียนฯ ต่อไป

บาทหลวงอัครพันธ์ นันทวานิช ที่ปรึกษาศูนย์สงเคราะห์ผู้สูงอายุคามิลเลียน โซเชียล เซนเตอร์ (ศูนย์คามิลเลียนฯ) นำคณะผู้บริหารจากสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เข้าเยี่ยมชมการดำเนินงานของศูนย์สงเคราะห์ผู้สูงอายุคามิลเลียน โซเชียล เซนเตอร์ ตำบลโคกปีบ อำเภอศรีมโหสถ จังหวัดปราจีนบุรี ซึ่งเป็นสถานดูแลผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิงระยะยาวและระยะท้าย โดยศูนย์ฯ ได้ขึ้นทะเบียนเป็นหน่วยบริการรับส่งต่อเฉพาะด้าน “สถานชีวาภิบาล” ตามมาตรา 3 พระราชบัญญัติหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2545 ทั้งนี้ มีเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานในพื้นที่ อาทิ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดปราจีนบุรี องค์การบริหารส่วนตำบลโคกปีบ และโรงพยาบาลศรีมโหสถ ร่วมให้การต้อนรับและให้ข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินงาน เมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน 2568

บาทหลวงอัครพันธ์ กล่าวว่า มูลนิธิคามิลเลียนมีภารกิจช่วยเหลือผู้ยากไร้มาอย่างต่อเนื่อง เดิมเป็นสถานฟื้นฟูผู้ป่วยโรคเรื้อน แต่เมื่อประเทศไทยก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ จึงปรับบทบาทให้สอดคล้อง ร่วมมือกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) เพื่อรับผู้สูงอายุที่ยากไร้และมีภาวะพึ่งพิงจากชุมชนโดยรอบเข้ามาดูแลที่มูลนิธิฯ ไม่คิดค่าใช้จ่าย โดยรับการสนับสนุนจากองค์การบริหารส่วนจังหวัดปราจีนบุรี (อบจ.ปราจีนบุรี) และเงินบริจาคอย่างต่อเนื่อง และต่อมาเมื่อทางศูนย์ฯ ได้รับรองเป็นสถานชีวาภิบาล เมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 2567 จึงได้ขึ้นทะเบียนเป็นหน่วยบริการรับส่งต่อเฉพาะด้านตามมาตรา 3 และรับงบประมาณดูแลผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิงระยะยาว (LTC) จาก สปสช. โดยตรง พร้อมได้รับการสนับสนุนจากองค์การบริหารส่วนตำบลโคกปีบ ในการจัดกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพภายในศูนย์ฯ อย่างต่อเนื่อง

ปัจจุบัน ศูนย์คามิลเลียน ปราจีนบุรี รับดูแลผู้สูงอายุจำนวน 70 คน เป็นผู้มีภาวะพึ่งพิง 40 คน โดยมีผู้ดูแลผู้ป่วยที่มีภาวะพึ่งพิง (Care Giver) ที่ผ่านการอบรมหลักสูตร 420 ชั่วโมง จำนวน 18 คน ให้การดูแลแบบองค์รวม 4 มิติ ได้แก่ ร่างกาย จิตใจ สังคม และจิตวิญญาณ ซึ่งการได้รับงบสนับสนุนได้ช่วยให้ศูนย์ฯ ทำให้สามารถจัดหาเวชภัณฑ์ อุปกรณ์การแพทย์ อาหาร และพาผู้สูงอายุเข้ารับบริการทางการแพทย์ได้อย่างเหมาะสม ได้รับการดูแลอย่างมีคุณภาพ บั้นปลายชีวิตมีความสุขและศักดิ์ศรีเพิ่มขึ้น

โฆษณา - Advertising

พญ.อรรัตน์ จันทร์เพ็ญ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดปราจีนบุรี กล่าวว่า จังหวัดปราจีนบุรีมีผู้สูงอายุมากกว่าร้อยละ 20 ของประชากรในพื้นที่ โดยเฉพาะอำเภอศรีมโหสถที่เป็นสังคมผู้สูงอายุอย่างสมบูรณ์ ทำให้ความต้องการบริการดูแลสุขภาพเพิ่มสูงขึ้น ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิงในชุมชนจึงมีบทบาทสำคัญ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดปราจีนบุรี (สสจ.ปราจีนบุรี) ได้บูรณาการความร่วมมือกับพื้นที่ ในการจัดบริการที่ตอบโจทย์ทั้งด้านสุขภาพและสังคม ควบคู่กับการช่วยลดอัตราครองเตียงในโรงพยาบาล และรองรับการดูแลผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิง ผู้ป่วยเรื้อรัง และผู้ที่อยู่ในระยะท้ายของชีวิต

ทั้งนี้ การขึ้นทะเบียนศูนย์คามิลเลียนฯ เป็นสถานชีวาภิบาล ได้ประสานความร่วมมือกับโรงพยาบาลศรีมโหสถ เพื่อให้ผู้สูงอายุทุกคนได้รับการประเมินสุขภาพก่อนเข้ารับการดูแล โดยมีทีมบุคลากรจากโรงพยาบาลติดตาม ประเมิน ให้คำปรึกษาเป็นรายกรณี และประสานการส่งต่อไปยังโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศรในกรณีที่มีอาการรุนแรง นอกจากนี้ ยังได้รับการสนับสนุนจาก อปท. และ สปสช. ในด้านงบประมาณเพื่อสร้างเสริมสุขภาพและจัดหาอุปกรณ์ที่จำเป็น เพื่อให้การดูแลเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

“รู้สึกชื่นชมในความร่วมมือของทุกภาคส่วน ทั้ง อปท. โรงพยาบาล และศูนย์คามิลเลียนฯ ที่ร่วมกันดูแลผู้สูงอายุด้วยความตั้งใจและจิตสาธารณะ และในอนาคตมีแผนหารือร่วมกับ สปสช. เพื่อพัฒนาการดูแลให้ครบวงจรมากยิ่งขึ้น อาทิ การนำบริการแพทย์ทางไกล (Telemedicine) มาใช้ หรือการสนับสนุนงบกองทุนฟื้นฟูสมรรถภาพขององค์การบริหารส่วนจังหวัดปราจีนบุรี เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุในพื้นที่อย่างยั่งยืน” พญ.อรรัตน์ กล่าว

ขณะที่ นายพิศิษฐ์ ธีรพนาศาสตร์ ปลัด อบต.โคกปีบ กล่าวว่า การดูแลผู้สูงอายุเป็นหนึ่งในภารกิจสำคัญของ อบต. ที่แม้กำลังบุคลากรจะมีจำกัด แต่ก็ไม่เคยปฏิเสธบทบาทดังกล่าว ที่ผ่านมาได้ประสานความร่วมมือกับโรงพยาบาล และ สธ. เพื่อสนับสนุนด้านวิชาการและการให้ความรู้ พร้อมทั้งสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนดูแลระยะยาวด้านสาธารณสุขสำหรับผู้สูงอายุและผู้ป่วยที่มีภาวะพึ่งพิง (Long Term Care : LTC) และหลักประกันสุขภาพท้องถิ่น (กปท.)  รวมถึงจัดกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรค เช่น การควบคุมโรคไข้เลือดออก การพาผู้สูงอายุร่วมงานประเพณี และกิจกรรมต่างๆ ที่ช่วยเสริมคุณภาพชีวิต ทำให้การดูแลผู้สูงอายุในศูนย์ฯ มีความครบถ้วนและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

น.ส.ดวงนภา พิเชษฐ์กุล รองเลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) กล่าวว่า สปสช. ถือเป็นอีกกลไกหนึ่งที่ช่วยสนับสนุน  โดยหน่วยบริการตามมาตรา 3 สามารถสนับสนุนการดูแลผู้มีภาวะพึ่งพิงได้ปีละ 10,442 บาทต่อหัวประชากร ซึ่งศูนย์คามิลเลียนฯ ดำเนินการรวมเป็นระยะเวลา 1 ปี สามารถเบิกค่าใช้จ่ายจากผู้ที่มีภาวะพึ่งพิงจำนวน 46 คน รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 480,332 บาท ช่วยให้ศูนย์คามิลเลียนฯ ดำเนินงานด้านการดูแลผู้สูงอายุระยะพึ่งพิงได้อย่างยั่งยืน ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิต และสร้างหลักประกันให้ผู้สูงอายุอยู่ในสังคมอย่างมีศักดิ์ศรีและปลอดภัย

ทั้งนี้ ปัจจุบันสถานชีวาภิบาลตามมาตรา 3 มีทั้งหมด 57 แห่งทั่วประเทศ แบ่งเป็นหน่วยงานสังกัดรัฐ 11 แห่ง และเอกชน 46 แห่ง ซึ่งในพื้นที่เขตสุขภาพที่ 6 ระยอง รับผิดชอบ 8 จังหวัด มีหน่วยบริการรับส่งต่อด้านสถานชีวาภิบาลจำนวน 6 แห่ง ใน 5 จังหวัด โดย สปสช. หวังว่าจะขยายเพิ่มขึ้นอีก เนื่องจากประเทศไทยเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุและมีผู้สูงอายุในภาวะพึ่งพิงจำนวนมาก

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง
โฆษณา - Advertising