Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

นักศึกษา มช. ในนามกลุ่ม SAAP 24:7 ยื่นจดหมายเปิดผนึกถึง “สุรเกียรติ์ เสถียรไทย” นายกสภามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และนายกสภาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ตั้งคําถามต่อความเหมาะสมในการดำรงตำแหน่งนายกสภาฯ ควบ 2 สถาบัน นักศึกษา มช. มีข้อสงสัยต่อกระบวนการถ่วงดุลอำนาจที่สุรเกียรติ์เคยทำหน้าที่ประธานกรรมการสรรหาอธิการบดีและปัจจุบันกลับดำรงตำแหน่งนายกสภาฯ ซึ่งมีหน้าที่กํากับดูแลอธิการบดีจากกระบวนการสรรหาอย่างลับโดยสุรเกียรติ์มีส่วนเกี่ยวข้อง และการควบตำแหน่งใน 2 มหาวิทยาลัยขนาดใหญ่อาจนำมาสู่ภาระงานล้นตัว ส่งผลให้ไม่สามารถแก้ปัญหาภายในมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ได้อย่างเต็มที่

 

8 ม.ค. 2569 เมื่อวันอังคารที่ 6 ม.ค. ที่ผ่านมา ตัวแทนกลุ่ม SAAP 24:7 นักศึกษา มช. เข้ายื่นจดหมายเปิดผนึกถึง “สุรเกียรติ์ เสถียรไทย” นายกสภามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และนายกสภาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ตั้งคําถามต่อความเหมาะสมในการดำรงตำแหน่งนายกสภามหาวิทยาลัยควบสองสถาบัน แต่ไม่พบตัวสุรเกียรติ์ที่ห้องทำงานประจำตำแหน่งนายกสภามหาวิทยาลัยเชียงใหม่แต่อย่างใด กลุ่ม SAAP 24:7 จึงได้ยื่นหนังสือผ่านเจ้าหน้าที่ประจำสำนักงานสภามหาวิทยาลัยแทน ได้เลขรับหนังสือ 3/2569

เนื้อหาในจดหมายระบุ ในนามของกลุ่มนักศึกษามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (SAAP 24:7) ตระหนักดีถึงวิทยฐานะและประสบการณ์อันยาวนานของสุรเกียรติ์ ในวงการวิชาการและการบริหาร อย่างไรก็ตาม การที่ดำรงตำแหน่งนายกสภามหาวิทยาลัยชั้นนําของประเทศพร้อมกันถึง 2 แห่ง (มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย) ได้นํามาซึ่งข้อกังวลและคําถามสำคัญต่อระบบธรรมาภิบาลในสถาบันอุดมศึกษาใน 3 ประเด็นหลัก ดังนี้

1. ข้อสงสัยต่อกระบวนการถ่วงดุลอำนาจ การที่สุรเกียรติ์เคยทำหน้าที่ประธานกรรมการสรรหาอธิการบดีและปัจจุบันดำรงตำแหน่งนายกสภาฯ ซึ่งมีหน้าที่กํากับดูแลอธิการบดีจากกระบวนการสรรหาอย่างลับโดยสุรเกียรติ์ ก่อให้เกิดคําถามถึงความโปร่งใสและประสิทธิภาพในการตรวจสอบ การดำรงตำแหน่งในลักษณะนี้อาจตอกยํ้าวัฒนธรรมอุปถัมภ์ที่ผูกขาดโดยเครือข่ายบุคคลกลุ่มเดียว ซึ่งปิดกั้นความหลากหลายทางความคิดและนวัตกรรมการบริหารที่ควรจะเกิดจากคนกลุ่มใหม่หรือผู้ที่มีมุมมองแตกต่าง

2. ข้อจำกัดด้านการบริหารจัดการและการเข้าถึงประชาคม ตำแหน่งนายกสภาฯ มิใช่เพียงบทบาทเชิงพิธีการ แต่ต้องอาศัยการทำความเข้าใจบริบทเฉพาะตัวของพื้นที่และจิตวิญญาณของสถาบัน การควบตำแหน่งในองค์กรขนาดใหญ่หลายแห่งพร้อมกัน นํามาซึ่งความกังวลเรื่องสภาวะ "ภาระงานล้นตัว" ที่ส่งผลให้ไม่สามารถให้ความสำคัญกับการสัมผัสกับปัญหาของประชาคมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ได้อย่างเต็มที่ซึ่งอาจทำให้การกํากับดูแลเป็นไปเพียงในระดับเอกสาร ขาดการรับฟังเสียงสะท้อนที่แท้จริงอันเป็นลม หายใจของบุคลากรและนักศึกษาในพื้นที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่อย่างทั่วถึง

3. ประเด็นผลประโยชน์ทับซ้อนทางข้อมูล ในยุคที่มหาวิทยาลัยต้องแข่งขันเพื่อทรัพยากร งบประมาณ และทุนวิจัย การที่ผู้นําสูงสุดในองค์กรที่มีบทบาทตรวจสอบและกํากับดูแลมหาวิทยาลัย ซึ่งเป็นผู้ถือครองข้อมูลเชิงยุทธศาสตร์ของสองสถาบันคู่แข่งขันเป็นบุคคลคนเดียวกัน ย่อมก่อให้เกิดความลักลั่นในเชิงจริยธรรมการบริหาร และยากที่จะสร้างความเชื่อมั่นได้ว่าการตัดสินใจเชิงนโยบายจะเป็นไปเพื่อรักษาผลประโยชน์สูงสุดของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่โดยปราศจากการประนีประนอมเพื่อประโยชน์ของอีกสถาบัน

ด้วยเหตุผลข้างต้น กลุ่ม SAAP 24:7 ในฐานะส่วนหนึ่งของประชาคมมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ขอเรียกร้องให้สุรเกียรติ์พิจารณาถึงความเหมาะสมและทบทวนบทบาทการดำรงตำแหน่งควบในครั้งนี้โดยเร็วที่สุด เพื่อสร้างบรรทัดฐานใหม่ทางจริยธรรมและการบริหารงานอุดมศึกษาที่โปร่งใส สง่างาม และเพื่อประโยชน์สูงสุดต่ออนาคตของมหาวิทยาลัยอย่างแท้จริง

 

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง