Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

สำนักข่าวต่างๆ รายงานว่าในเช้าวันนี้ (14 ม.ค.2569). ประมาณ 9.00 น. ที่บ้านถนนคต ต.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา เกิดเหตุเครนก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงหล่นทับรางรถไฟจนเกิดเหตุรถไฟสายที่ 21 กรุงเทพอภิวัฒน์-อุบลราชธานีที่วิ่งมาตามเส้นทางชนเข้ากับเครนที่หล่นลงมา ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บหลายราย 

จากรายงานข่าวของไทยรัฐทีวีเมื่อ 11.48 น. มีผู้เสียชีวิต 22 ราย บาดเจ็บ 55 ราย จากคนทั้งหมดในขบวน 190 คน

ทั้งนี้ยังคงมีรายงานผู้เสียชีวิตเพิ่มเติมเมื่อเวลา 14.56 น. ข่าวสดออนไลน์รายงานว่ามีผู้เสียชีวิตอีก 6 ราย รวมแล้ว 28 ราย

ทั้งนี้เส้นทางรถไฟความเร็วสูงมีหลายช่วงสัญญาหลายผู้รับเหมา ข้อมูลจากเอกสารเผยแพร่บนเว็บไซต์ของโครงการ พบว่าช่วงเส้นทางที่เกิดเหตุเป็นช่วงตามสัญญาที่ 3-4 ลำตะคอง-สีคิ้ว และกุดจิก-โคกกรวด ระยะทาง 37.45 กม.ซึ่งมีบมจ. อิตาเลี่ยนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ เป็นผู้ดำเนินงานก่อสร้าง โดยมีกลุ่ม Construction Supervision Consultant  (China Railway International Co., Ltd. (CRIC) และ China Railway Design Corporation (CRDC)) เป็นที่ปรึกษาควบคมงานก่อสร้างงานโยธา 

อย่างไรก็ตาม โครงการนี้เป็นโครงการร่วมทุนระหว่างรัฐบาลไทยกับสาธารณรัฐประชาชนจีน ที่ลงนามเมื่อ 12 พ.ค.2559 และคณะรัฐมนตรีอนุมัติให้การรถไฟแห่งประเทศไทยดำเนินโครงการเมื่อวันที่ 11 ก.ค.2560 ในช่วงของรัฐบาลทหารของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา

ทั้งนี้ความคืบหน้าจากทางหน่วยงานรัฐไทยรัฐทีวีรายงานว่า พิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ลงตรวจสอบพื้นที่กล่าวแสดงความเสียใจและได้พูดถึงการประสานกับกระทรวงแรงงานเพื่อตรวจสอบสิทธิของผู้ใช้แรงงานที่ประสบเหตุให้ได้รับเงินเยียวยาจากสำนักงานประกันสังคมและกองทุนเงินทดแทน

พิเชฐ คุณาธรรมรักษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางราง กล่าวว่าอยู่ระหว่างตรวจสอบมาตรการความปลอดภัยในเขตก่อสร้างแล้ว

4 ข้อสันนิษฐานเหตุเครนร่วง

ศ.ดร.อมร พิมานมาศ นายกสมาคมวิศวกรโครงสร้างแห่งประเทศไทย และ ศาสตราจารย์ประจำคณะวิศวกรรมศาสตร์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้อธิบายว่า โครงเหล็กเครนลอนเชอร์ดังกล่าวเป็นโครงถักเหล็กเลื่อนตัวได้ (Launching truss) ที่ใช้ก่อสร้างโครงสร้างรถไฟฟ้าความเร็วสูง โดยเป็นการก่อสร้างไปข้างหน้าทีละช่วง แต่ส่วนที่ร่วงลงมาทับรถไฟที่วิ่งอยู่ข้างใต้นั้น เป็นตัวฐานรองรับ (Support) ที่วางใต้โครงเหล็กดังกล่าว โดยฐานรองรับดังกล่าวมีน้ำหนักมากถึง 20-30 ตันต่อตัว

สาเหตุการร่วงของฐานรองรับดังกล่าว ยังไม่สามารถระบุได้อย่างแน่ชัดในเวลานี้ อย่างไรก็ตาม ในเบื้องต้นมีข้อสันนิษฐานถึงสาเหตุที่เป็นได้ไว้ 4 ข้อดังนี้
  1. อุบัติเหตุน่าจะเกิดขึ้นหลังจากที่ก่อสร้างสะพานเสร็จไปช่วงหนึ่งแล้ว และกำลังเคลื่อนเครนไปข้างหน้า หรือขณะที่กำลังเคลื่อนย้ายฐานรองรับตัวกลางไปวางบนเสาต้นถัดไป
  2. ส่วนที่ร่วงลงมาคือฐานรองรับโครงเหล็ก ฐานรองรับดังกล่าวมีน้ำหนัก 20-30 ตันต่อตัว ตกลงมากระแทกรถไฟที่วิ่งอยู่ข้างล่างพอดี ทำให้รถไฟคว่ำ มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บหลายราย
  3. ผลจากแรงกระแทกทำให้โครงเหล็กเลื่อนหักและพาดอยู่บนโครงสร้างสะพาน
  4. สาเหตุที่ทำให้ฐานรองรับล่วงลงมาได้นั้น ต้องตรวจสอบการยึดฐานรองรับดังกล่าวกับตัวคานขวางสะพานที่ก่อสร้างเสร็จแล้วว่ายึดไว้แข็งแรงเพียงใด มีปัญหาในการติดตั้งหรือไม่ ทำไมจึงร่วงลงมาได้
สำหรับเหตุการณ์คล้ายกันที่โครงเหล็ก Launcher ร่วงลงมาเคยเกิดขึ้นมาแล้ว 2 ครั้งคือการก่อสร้างสะพานทางยกระดับลาดกระบัง-อ่อนนุช เมื่อเดือน ก.ค. ปี 2566 และเหตุการณ์ Launcher ในโครงการก่อสร้างทางยกระดับพระราม 2 ถล่มลงมาเมื่อเดือน พ.ย. ปี 2567 ทั้งสองเหตุการณ์มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บหลายราย สะท้อนให้เห็นจุดบกพร่องในมาตรความปลอดภัยของการก่อสร้างขนาดใหญ่ในพื้นที่สาธารณะ

อิตาเลียนไทยโพสต์ภาพแถลงแสดงความเสียใจ

หลังเหตุการณ์ผ่านไปกว่า 6 ชั่วโมง เมื่อเวลา 15.40 น.ทางบริษัทอิตาเลียนไทยฯ โพสต์ภาพคำแถลงแสดงความเสียใจต่อความสูญเสียที่เกิดจากกรณีอุบัติเหตุเครนตกก่อสร้างตกทับขบวนรถไฟโดยสารดังกล่าว  

แถลงระบุว่าทางบริษัทพร้อมแสดงความรับผิดชอบที่จะให้การช่วยเหลือในการชดเชยเยียวยาให้ครอบครัวผู้สูญเสียและการรักษาพยาบาลผู้ที่ได้รับบาดเจ็บอย่างเต็มที่ พร้อมให้การสนับสนุนเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วน เพื่อเร่งดำเนินการแก้ไขให้สถานการณ์กลับสู่สภาวะปกติโดยเร็ว

 

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง