Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

กป.อพช.จับมือเครือข่ายภาคประชาชนจาก 20 องค์กรทั่วประเทศ จัดงาน “Kick Off ข้อเสนอนโยบายภาคประชาชนถึงพรรคการเมือง” รวมพลังจี้ตัวแทน 10 พรรคการเมืองรับข้อเรียกร้องจากประชาชนในการกำหนดนโยบายสิทธิชุมชน ที่ดิน สิ่งแวดล้อม – สิทธิที่อยู่อาศัย – สิทธิแรงงาน – รัฐสวัสดิการ – สิทธิในการกำหนดเจตจำนงของตนเอง – สันติภาพและความยุติธรรม รวมทั้ง “คืนสิทธิ คืนชีวิต คืนศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์”

วันที่ 25 มกราคม 2569 ที่หอศิลปวัฒนธรรมกรุงเทพฯ คณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชน (กป.อพช.) จัดงาน “Festival กป.อพช. x เครือข่ายภาคประชาชน Kick Off ข้อเสนอนโยบายภาคประชาชนถึงพรรคการเมือง” โดยมีเครือข่ายภาคประชาชนกว่าร้อยคนจาก 20 กว่าองค์กรทั่วประเทศเข้าร่วม เช่น เครือข่ายสมัชชาคนจน เครือข่ายประชาชนผู้เป็นเจ้าของแร่ ขบวนประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เครือข่ายนักกิจกรรมแห่งประชาคมปาตานี ขบวนเคลื่อนไหวผู้หญิงปกป้องสิทธิฯ กป.ตะวันออก มูลนิธิเอ็มพาวเวอร์ เครือข่ายผู้ติดเชื้อเอชไอวี/เอดส์ ประเทศไทย เครือข่ายรักษ์ระนอง ชุมพร นักรบผ้าถุง สลัมสี่ภาค เครือข่ายสภาริมรางและเครือข่ายคนไร้บ้านจ.ขอนแก่น  สหภาพคนทำงานต่างประเทศแห่งประเทศไทย เครือข่ายประชาชนขจัดการเลือกปฏิบัติ  

โดยมีตัวแทนพรรคการเมือง 10 พรรค ประกอบด้วยน.ส.ณัฐยา บุญภักดี  ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อของพรรคประชาชน พล.ต.ต. ไมตรี สันตยากุล รองหัวหน้าพรรคประชาชาติ นายรวีภัทร์ จิรศักดิ์วัฒนา ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ ผู้สมัคร ส.ส. เขตของพรรคภูมิใจไทย นายเบสท์ วงศ์ไพโรจน์กุล รองเลขาธิการพรรคไทยสร้างไทย นายกัณวีร์ สืบแสง หัวหน้าพรรคพลวัต นายปิติพงศ์ เต็มเจริญ หัวหน้าพรรคเป็นธรรม น.ส.บุณณดา สุปิยพันธุ์ ผู้สมัคร ส.ส.เขต พรรคไทยก้าวใหม่ นายดิษยะฤทธิ์ รู้ดี ผู้สมัคร ส.ส. เขตของพรรคกล้าธรรม และน.ส.ศิริภา อินทรวิเชียร ผู้สมัครส.ส.เขต พรรคประชาธิปัตย์ ร่วมรับฟังข้อเสนอ

นายเลิศศักดิ์ คำคงศักดิ์ ประธานกป.อพช. กล่าวว่าเวทีนี้เป็นพื้นที่สาธารณะของกระบวนประชาชน ในการรวบรวมเสียงและประสบการณ์ตรง รวมทั้งข้อเสนอเชิงโครงสร้างจากผู้ได้รับผลกระทบจริงและนักปกป้องสิทธิมนุษยชน เพื่อนำเสนอไปยังพรรคการเมืองในฐานะสถาบันทางการเมือง ที่มีบทบาทโดยตรงในการกำหนดทิศทางประเทศ ทั้งในเชิงนโยบายการออกกฎหมาย และการใช้อำนาจรัฐ กป.อพช. ย้ำว่าข้อเสนอที่แนบมานี้เป็นข้อเสนอเชิงนโยบายที่ผ่านการแลกเปลี่ยนวิเคราะห์ และเชื่อมโยงข้ามเครือข่ายอย่างจริงอย่างจริงจัง บนฐานของประชาธิปไตย สิทธิมนุษยชน และศักดิ์ศรีศรีความเป็นมนุษย์ จึงขอให้พรรคการเมือง พิจารณาข้อเสนออย่างรอบคอบ และแสดงจุดยืนหรือแนวทางตอบสนองอย่างเป็นรูปธรรมต่อข้อเสนอของพวกเราภาคประชาชน เพื่อเป็นข้อมูลต่อสาธารณะและเป็นฐานสำหรับการติดตามตรวจสอบ  และการสื่อสารทางการเมืองในระยะต่อไป

โฆษณา - Advertising

เสนอกำหนดสิทธิกำหนดรูปแบบการปกครอง –จัดการตนเอง แก้ปัญหาความไม่สงบชายแดนใต้

ทั้งนี้ตัวแทนเครือข่ายภาคประชาชนได้นำเสนอข้อเรียกร้องต่อตัวแทนพรรคการเมือง โดยกอนีต๊ะ สะรี ตัวแทนประชาคมปาตานี  กล่าวว่า เป็นระยะเวลากว่าสองทศวรรษของความขัดแย้งในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ เกิดความสูญเสียใหญ่ต่อคนในพื้นที่จากเหตุความไม่สงบมากกว่า 2 หมื่นครั้ง มีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก โดยเฉพาะเด็ก สตรี และกลุ่มเปราะบาง สิ่งเหล่านี้สะท้อนความล้มเหลวในการจัดการโครงสร้างความขัดแย้งและความยุติธรรมกับประชาชน ดังนั้นจึงมีข้อเสนอต่อพรรคการเมืองดังนี้ 1.สิทธิในการกำหนดรูปแบบการปกครอง และการจัดการตนเองให้สอดคล้องกับประวัติศาสตร์ อัตลักษณ์ วัฒนธรรมและบริบททางสังคม 2.สิทธิในการแสดงความคิดเห็น การแสดงออก การชุมนุม การดำเนินกิจกรรมทางการเมือง 3.รับรองสิทธิของคนพื้นเมือง คนดั้งเดิม ซึ่งคือประชาคมที่มีความสัมพันธ์ทางประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม ภาษา การดำรงชีพและทรัพยากร 4. กำหนดให้รัฐมีเจตจำนงทางการเมืองในการแสวงหาทางออกทางการเมือง หรือการจัดการความขัดแย้งโดยสันติวิธี โดยไม่ใช้ความรุนแรง

พร้อมกับขอให้พรรคการเมืองผลักดันนโยบายให้เกิดกระบวนการสันติภาพให้เป็นวาระแห่งชาติ สอดคล้องกับหลักการสากล และบรรทัดฐานระหว่างประเทศ นอกจากนี้ควรทบทวนการยกเลิกกฎหมายพิเศษ เช่ย กฎอัยการ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน พ.ร.บ.ความมั่นคง และผลักดันให้คู่ขัดแย้งทุกฝ่ายได้รับการคุ้มครองพลเมืองตามหลักสากล ขณะเดียวกันต้องคุ้มครองทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ โดยจัดสรรแบ่งปันอย่างเป็นธรรม คืนภาษีให้ทั้งท้องถิ่น สร้างความยั่งยืนต่อคนและระบบนิเวศโดยคำนึงถึงการใช้ประโยชน์ต่อไปของคนรุ่นต่อไป

สมัชชาคนจน จี้ ปฏิรูปนโยบายที่ดิน-ทรัพยากร ติงรัฐรวบอำนาจตัดสินใจ ขอยกเลิกหนี้เกษตรกร

ไพทูรย์ สร้อยสด ตัวแทนสมัชชาคนจน เปิดเผยว่า เกษตรกรรายย่อยในประเทศไทยเผชิญกับความยากลำบากมาอย่างยาวนานจากการผูกขาดเชิงนโยบายของรัฐ และโครงการพัฒนาของรัฐ รวมถึงการที่รัฐรวบอำนาจการตัดสินใจไว้เพียงฝ่ายเดียว ส่งผลให้เกษตรกรถูกกีดกันออกจากกระบวนการตัดสินใจในทุกระดับ ทั้งนี้การแก้ไขปัญหาจำเป็นต้องเริ่มจากการกระจายรายได้ และการปฏิรูปนโยบายด้านที่ดินและทรัพยากร โดยเสนอแนวทางสำคัญ ได้แก่ ยกเลิกการรวมศูนย์อำนาจในการบริหารจัดการที่ดิน และกระจายอำนาจให้เกษตรกรและชุมชนมีส่วนร่วม แก้ไขปัญหาที่ดินโดยให้ชุมชนทั่วประเทศมีส่วนร่วมในการจำแนกและจัดการการใช้ประโยชน์ที่ดินใหม่ พร้อมทั้งทบทวนกฎหมายให้ทันสมัย ครอบคลุมถึงการจัดการทรัพยากรน้ำ

ในด้านนโยบายวิถีชีวิตและการเข้าถึงปัจจัยการผลิต รัฐควรให้ความช่วยเหลือและชดเชยเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รัฐต้องไม่แสวงหากำไรจากการแก้ไขปัญหาคาร์บอนเครดิต โดยไม่ผูกโยงกับสิทธิในที่ดิน รวมถึงจัดตั้งโรงเรียนเกษตรนิเวศเพื่อพัฒนาความรู้และความยั่งยืนในการผลิต นอกจากนี้ รัฐต้องไม่เข้าร่วมหรือถอนตัวจากภาคีและข้อตกลงที่ละเมิดสิทธิของเกษตรกร โดยเฉพาะการทำข้อตกลงการค้าเสรี ซึ่งต้องไม่นำประเด็นด้านอาหารและการเกษตรไปเป็นเงื่อนไขในการเจรจา

โฆษณา - Advertising

ด้านนโยบายเศรษฐกิจ เสนอให้ยกเลิกหนี้เกษตรกร เปิดโอกาสให้เกษตรกรมีส่วนร่วมในการกำหนดราคา และส่งเสริมการใช้และพัฒนาพันธุกรรมท้องถิ่น พร้อมกันนี้ เรียกร้องให้ยกเลิกกฎหมายและนโยบายที่เกี่ยวข้องกับข้อตกลงปารีส และเรียกร้องให้เงินกองทุนจากองค์กรระหว่างประเทศเพื่อแก้ไขวิกฤตสภาพภูมิอากาศต้องปราศจากเงื่อนไข โดยไม่ควรใช้วิธีการกู้ยืมเงินซึ่งจะสร้างภาระให้กับประเทศ

จี้เพิกถอนประกาศเขตแหล่งหิน-แร่ ทำคนพื้นที่เดือดร้อน ให้ผู้ก่อมลพิษเป็นผู้จ่ายค่าเสียหาย

พชรสร ชาติราษี ตัวแทนเครือข่ายประชาชนผู้เป็นเจ้าของแร่กล่าวว่า ความเดือดร้อนผลกระทบที่เกิดขึ้นย่ำแย่มากขึ้นจากมลพิษของเหมืองแร่ บางคนก็ตายไป ขณะนี้ยังมีการขอประทานบัตรเหมืองแร่เพิ่มขึ้นหลายพื้นที่ประชาชนในพื้นที่ได้รับความเดือดร้อนจากทุนเทา จึงอยากให้นักการเมืองรับทราบนิยามที่แท้จริงเกี่ยวกับคำว่า “แร่” ซึ่งทรัพยากรแร่เป็นสมบัติสาธารณะของประชาชนทั่วประเทศไม่ใช่ของพรรคการเมือง หรือเอกชนรายใดรายหนึ่ง การตัดสินใจใช้ประโยชน์จึงต้องอยู่บนพื้นฐานการมีส่วนร่วมของประชาชนอย่างแท้จริง จึงมีข้อเสนอต่อพรรคการเมืองดังนี้ 1.ผู้ก่อมลพิษเป็นผู้จ่าย 2.แยกหน่วยงานส่งเสริมการทำเหมืองออกจากหน่วยงานกำกับ 3. ยกเลิกและเพิกถอนประกาศเขตแหล่งหินและเขตแหล่งแร่ที่กำหนดจากส่วนกลางทั้งหมด พร้อมทั้งระงับการใช้เขตแหล่งหินหรือเขตแหล่งแร่เป็นฐานกฎหมายในการเร่งรัด บังคับ หรือสร้างความชอบธรรมให้เกิดการทำเหมืองในพื้นที่ โดยไม่ผ่านความยินยอมของประชาชนและชุมชนเจ้าของทรัพยากรแร่ 4. การกำหนดพื้นที่ที่เกี่ยวข้องกับทรัพยากรแร่ในอนาคตต้องผ่านกระบวนการตัดสินใจของประชาชน 5. การคุ้มครองสิทธิของนักปกป้องสิทธิ ที่ถูกข่มขู่คุกคามและการฟ้องคดีปิดปากชาวบ้าน

เสนอปลดล็อกที่ดินรัฐ สร้างที่อยู่อาศัยผู้มีรายได้น้อย

โยธิตา สิงหาราม เครือข่ายสภาริมราง จ.ขอนแก่นกล่าวว่า เราต้องการเจตจำนงการเมืองอันแน่วแน่ โดยเสนอให้ทุกพรรคบรรจุนโยบายสิทธิในที่อยู่อาศัยเป็นนโยบายหลัก ซึ่งเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานที่รัฐต้องจัดหาให้ทุกคนมีที่อยู่อาศัยอย่างปลอดภัยและต้องบรรจุไว้ในรัฐธรรมนูญ โดยมีข้อเสนอ 6 ข้อประกอบด้วย 1.ต้องบรรจุสิทธิในที่อยู่อาศัยไว้ในรัฐธรรมนูญ 2.ขยายโมเดลที่ทำได้จริง เช่น โครงการห้องเช่าคนละครึ่ง และโครงการห้องเช่าราคาถูก 3.ปลดล็อกที่ดินรัฐ เพื่อสร้างที่อยู่อาศัยสำหรับผู้มีรายได้น้อยและคนไร้บ้าน 4.การจัดตั้งกองทุนหลักประกันความมั่นคงเพื่อป้องกันการไร้บ้าน 5 .ปฏิรูปงบประมาณท้องถิ่นให้ยึดตามการใช้ชีวิตจริง และปรับปรุงอำนาจหน้าที่ให้สามารถดำเนินการที่อยู่อาศัย สำหรับคนมีรายได้น้อย และ6. ยกระดับศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งสู่การบริหารจัดการร่วมกันของภาคประชาสังคม

ชงรัฐหนุนสถาบันการเงินปล่อนสินเชื้อที่อยู่อาศัยดอกเบี้ยต่ำ -อุดหนุนค่าเช่าที่ดิน-บ้าน ผู้มีรายได้น้อย

หนูเกณ อินทจันทร์  ตัวแทนสลัมสี่ภาค กล่าวว่า สิทธิในที่อยู่อาศัย เท่ากับสิทธิขั้นพื้นฐาน ดังนั้นรัฐต้องหาหลักประกันให้ทุกคนมีที่อยู่อาศัยอย่างปลอดภัยและบรรจุในรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะประเด็นที่ดินราคาแพง และคนจนเมืองเข้าไม่ถึงในที่ดิน โดยมีข้อเสนอดังนี้ 1.สิทธิขั้นพื้นฐานสำหรับประชาชนทั่วไป ต้องเพิ่มมาตรการให้ธนาคารผ่อนปรนเงื่อนไข และคิดอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อที่อยู่อาศัยในอัตราร้อยละ 2 สำหรับที่อยู่อาศัยราคา 2-3 ล้านบาท รวมทั้งอุดหนุนค่าเช่าที่ดินรายเดือนไม่ต่ำกว่าร้อยละ 10 ของรายได้ครัวเรือนไม่เกิน 1 ปี2.อุดหนุนผู้มีรายได้น้อย ให้เช่าที่พักอาศัยในราคาถูก มีคุณภาพและความมั่นคง โดยให้หน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องจัดสร้างและปรับปรุงที่อยู่อาศัยเพื่อให้เช่าในราคาถูก พร้อมอุดหนุนงบประมาณการจัดสร้างที่อยู่อาศัยให้หน่วยงานรัฐ เหมือนบ้านมั่นคง และปรับอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อที่อยู่อาศัยกำหนดอัตราร้อยละ 2-4 ต่อปี และนำที่ดินของหน่วยงานรัฐมาแบ่งปันเพื่อจัดสร้างที่อยู่อาศัยราคาถูก แก้ไขกฎหมายท้องถิ่นให้มีอำนาจหน้าที่ในการสนับสนุนสร้างที่อยู่อาศัยสำหรับผู้มีรายได้น้อย สนับสนุนให้ประชาชนเข้าถึงสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน

โฆษณา - Advertising

จี้รัฐ ยุติการฟ้องปิดปากและคุกคามนักปกป้องสิทธิมนุษยชน และนักปกป้องสิทธิมนุษยชนต้องร่วมกำหนดนโยบาย

ด้านชูศรี โอฬาร์กิจ และเดือนรุ่ง มูลขุนทด ตัวแทนขบวนเคลื่อนไหวผู้หญิงนักปกป้องสิทธิมนุษยชน มีข้อเรียกร้องดังนี้ 1.เรียกร้องให้มีการคุ้มครองนักปกป้องสิทธิมนุษยชน และผู้หญิงนักปกป้องสิทธิมนุษยชน 2.ยุติการฟ้องปิดปากและคุกคามทางกระบวนการยุติธรรม 3.ต้องมีรัฐธรรมนูญใหม่โดยประชาชนตามหลักประชาธิปไตยและสิทธิมนุษยชนสากล เริ่มจากการเห็นชอบประชามติ 4.การรับรองงานดูแลในฐานะที่เป็นงานมีคุณค่าทางเศรษฐกิจและสิทธิมนุษยชน 5.สิทธิในที่ดินทรัพยากรสิ่งแวดล้อมและสภาพภูมิอากาศ และ6.สังคมที่เป็นธรรมและประชาธิปไตยที่มีความหมาย ต้องมีนักปกป้องสิทธิมนุษยชนเป็นผู้ร่วมกำหนดนโยบาย

ชงกำหนดสิทธิประโยชน์รักษาพยาบาลเท่าเทียมกันทุกสิทธิ ดันกม.ขจัดการเลือกปฏิบัติ

อภิวัฒน์ กวางแก้ว ตัวแทนเครือข่ายผู้ติดเชื้อ ระบุว่า ควรรวมกองทุนด้านสุขภาพเพื่อให้การบริหารงบประมาณมีประสิทธิภาพและเป็นธรรม พร้อมยืนยันว่าชุดสิทธิประโยชน์ในระบบหลักประกันสุขภาพต้องเท่าเทียมสำหรับทุกคนในประเทศไทย รวมถึงแรงงานข้ามชาติ คนไร้สถานะทางกฎหมาย และคนไทยในต่างแดน ในด้านการดูแลผู้สูงอายุและคนไร้ที่พึ่ง เห็นว่ารัฐต้องจัดระบบดูแลให้มีคุณภาพ พัฒนาศักยภาพผู้ดูแล และเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วม เพื่อให้การเข้าถึงบริการสาธารณสุขเป็นไปอย่างทั่วถึงและเป็นธรรม นอกจากนี้ ควรมีหลักประกันรายได้ให้กับผู้ที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไปมีรายได้รายเดือน เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ ขณะเดียวกัน ชี้ว่าผู้ติดเชื้อเอชไอวียังคงเผชิญการตีตราและการเลือกปฏิบัติ โดยการนำสถานะเอชไอวีมาเป็นเงื่อนไขในการเรียนและทำงาน พร้อมเรียกร้องให้หน่วยงานรัฐยุติการเลือกปฏิบัติ และเร่งผลักดันกฎหมายขจัดการเลือกปฏิบัติต่อบุคคล

เสนอแก้ปัญหาแรงงานเบอร์รี่ เสนอ จัดส่งแรงงานแบบรัฐต่อรัฐ จัดการปัญหาค้ามนุษย์อย่างจริงจัง

เจนปรียา จำปีหอม สหภาพแรงงานคนทำงานต่างประเทศแห่งประเทศไทย มีข้อเสนอดังนี้ 1.ให้มีการจัดส่งรัฐต่อรัฐ โดยมีมาตรการคุ้มครองแรงงานไทยที่ไปทำงานต่างประเทศ 2. ให้มีการประสานงานระหว่างรัฐบาลไทย-สวีเดน และฟินแลนด์ เพื่อจัดกองทุนชดเชยให้กับแรงงานไทยที่ได้รับความเสียหายจากการถูกค้ามนุษย์ 3. ในการเจรจาสามฝ่ายต้องมีตัวแทนสหภาพแรงงานในการเจรจาทุกครั้ง 4. ให้ดำเนินการให้ผู้ที่เกี่ยวข้องในการกระทำผิดที่เข้าข่ายการค้ามนุษย์อย่างจริงจัง

เสนอรัฐ ปลดล็อกตลาดไฟฟ้าเสรี ให้ประชาชนเข้าถึงพลังงานหมุนเวียน -กองทุนติดโซลาร์รูฟท็อป

จิราพัชร ช้ำเกตุ เครือข่ายกป.ภาคตะวันออก กล่าวว่ามีข้อเสนอด้านการพลังงงานหมุนเวียนของประชาชน โดยปลดล็อกการซื้อขายไฟฟ้าเข้าสายส่งในราคาที่เหมาะสม โดยในระดับครัวเรือนอัตรา 2 บาทต่อหน่วย ขณะที่กิจการขนาดใหญ่หน่วยละ 1 บาท โดยไม่มีเพดานการขายว่าต้องขายขั้นต่ำกี่เมกะวัตต์  รวมทั้งควรพัฒนาระบบไมโครกริด เพื่อสร้างเสริมความมั่นคง และพึ่งพาตนเองของจังหวัด สนับสนุนการจัดตั้งกองทุนพลังงานสะอาด ส่งเสริมการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปให้ประชาชนเข้าถึงได้อย่างทั่วถึงเป็นธรรมพึ่งพาตนเองได้ในระยะยาว และผลักดันโมเดลจังหวัดพลังงานหมุนเวียน อาศัยศักยภาพการตัดตั้งโซลาร์รูฟท็อปโดยอ้างอิงการศึกษาวิจัยว่าจะมีโซลาร์รูฟท็อปในระดับครัวเรือนประมาณ 3แสนหลังคาเรือน ซึ่งจะผลิตไฟฟ้าได้ประมาณ 1500 เมกะวัตต์

โฆษณา - Advertising

ขอประชาชนมีส่วนร่วมโครงการขนาดใหญ่ของรัฐที่กระทบวิถีชีวิตคนในพื้นที่

ชลธิชา สันบู ตับลีนย์ ขะเร็มปุ และนาซีเร๊าะ หวะหลำตัวแทนนักรบผ้าถุง กล่าวว่า สิ่งที่เครือข่ายกำลังต่อสู้อยู่คือการต่อสู้ในนิคมอุตสาหกรรมจะนะ โครงการขนาดใหญ่ได้กวาดล้างทรัพยากรในทะเล ทำให้ความอุดมสมบูรณ์สูญหายไปโดยไม่สามารถนำกลับคืนมาได้อีก จึงอยากให้โครงการขนาดใหญ่สามารถโปร่งใส ตรวจสอบได้ ประชาชนต้องมีส่วนร่วม โดยรัฐต้องฟื้นฟูระบบนิเวศ รวมถึงการกระจายอำนาจ และความเป็นธรรมทางสิ่งแวดล้อม พร้อมกับการเยียวยาจากภัยบัติทางธรรมชาติ ความเท่าเทียมทางสังคม ที่สำคัญต้องให้ความสำคัญกับสิทธิในการเข้าถึงการศึกษา ที่วันนี้พบว่าไม่มีความเท่าเทียมอย่างแท้จริงแม้ว่าจะมีนโยบายเรียนฟรี เพราะทรัพยากรของโรงเรียนในแต่ละพื้นที่ไม่เท่ากัน จึงควรทำให้การศึกษาฟรี โดยครอบคลุมอุปกรณ์ ค่าเดินทาง และควรทำให้การสอบโอเน็ต ไม่ได้เป็นเพียงตัวชี้วัดเดียว แต่คำนึงถึงบริบทในพื้นที่ คำนึงถึงความไม่เท่าเทียม และความถนัดของนักเรียน

จี้ยกเลิกพ.ร.บ. SEC – หยุดโครงการแลนด์บริดจ์

เบญจวรรณ ทับทิมทอง เครือข่ายชุมพร-ระนอง มีข้อเรียกร้องให้ยุติพ.ร.บ.เขตพัฒนาพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้ (SEC) รวมทั้งโครงการแลนด์บริดจ์ในพื้นที่จ.ระนอง ชุมพร เนื่องจากการสร้างเมกะโปรเจคเป็นการทำลายทรัพยากรอย่างมหาศาล ทั้งทางทะเล และบนบก ในการก่อสร้างราง และมอเตอร์เวย์เพื่อเชื่อมสองท่าเรือ รวมทั้งการสร้างนิคมอุตสหากรรม อ่างเก็บน้ำ-เขื่อน ดังนั้นจึงเสนอต่อพรรคการเมืองให้มีนโยบายเร่งด่วน โดยต้องยุติโครงการแลนด์บริดจ์ ดันศักยภาพเศรษฐกิจฐานราก และสร้างเศรษฐกิจมูลค่าสูง ส่งเสริมอุตสาหรรมแปรรูปผลผลิตทางการเกษตรที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และพัฒนาการศึกษาและวิจัยนวัตกรรมท้องถิ่น โดยให้ประชาชนเป็นศูนย์กลางในการพัฒนา

ย้ำความเสมอภาคเป็นสิทธิของประชาชน โดยไม่มีเงื่อนไข

ณชา อบอุ่น ตัวแทนมูฟดิ กล่าวว่า ความเสมอภาคที่มีเงื่อนไขคือรากของการเลือกปฏิบัติ ดังนั้นความเสมอภาคต้องเป็นสิทธิของประชาชน โดยไม่มีเงื่อนไข ต้องรื้อมายาคติความเป็นชาติ ศีลธรรมอันดี ผิดเพศ ผิดบาป อาชญกร โครงสร้างชายเป็นใหญ่ รวมถึงแนวคิดความเมตตา การสงเคราะห์ โดยทิ้งให้ทุกอย่างเป็นสิทธิของประชาชน รวมทั้งตัดคำและวิธีการจัดกลุ่มในรัฐธรรมนูญที่ลดทอนศักดิ์ศรีของมนุษย์ออกไป ทั้งคำว่ากลุ่มเปราะบาง กลุ่มด้อยโอกาส คนยากไร้ ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องปัจเจกแต่เป็นโครงสร้างอำนาจของรัฐ นอกจากนี้การสะท้อนการถูกเลือกปฏิบัติและออกแบบการจัดการเลือกปฏิบัติ ต้องนำและมีส่วนร่วมโดยประชาชน ที่สำคัญรัฐต้องมีหน้าที่ในการห้ามเลือกกปฏิบัติ รัฐต้องส่งเสริมป้องกันไม่ให้เกิดการเลือกปฏิบัติทุกรูปแบบ โดยเฉพาะหน่วยงานของรัฐที่มีกฎระเบียบกีดกัดประชาชนทั้งการทำงาน การเรียน การเข้าถึงบริหารสุขภาพ และการเข้าถึงสวัสดิการทางสังคม เพื่อให้ประชากรทุกกลุ่มสามารถเข้าถึงสวัสดิการอย่างเท่าเทียมกัน

หนุนยกเลิกความผิดอาญากม.ค้าประเวณี - จัดทำร่างพ.ร.บ.คุ้มครองผู้ให้บริการทางเพศ

ทันตา เลาวิลาวัณยกุล เครือข่ายพนักงานบริการทางเพศ (เอ็มพาวเวอร์)  กล่าวว่า มีพนักงานบริการทางเพศหลายแสนคนในประเทศ และได้ผลกระทบจากกฎหมายปราบปรามการค้าประเวณี ทั้งนี้ตลอด 40 ปีที่ผ่านมาเครือข่ายได้ต่อสู้มาโดยตลอดเพราะสิ่งเหล่านี้ทำให้เข้าไม่ถึงสิทธิการเป็นแรงงาน ความยุติธรรม และไม่ได้รับโอกาสใด ๆ จึงมีข้อเสนอต่อพรรคการเมืองดังนี้ 1. ยกเลิกพ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการค้าประเวณี 2539(ยกเลิกความผิดทางอาญา) 2. จัดทำร่างพ.ร.บ.คุ้มครองผู้ให้บริการทางเพศ รับรองการทำงาน และให้คุ้มครองผู้ใช้บริการ จดเบียนผู้ประกอบการ (ไม่ใช่พนักงานบริการ) และ3.การมีส่วนร่วมในการกำหนดกฎหมาย และนโยบายที่เกี่ยวข้องกับพนักงานบริการทางเพศ

โฆษณา - Advertising

ทั้งนี้ในช่วงท้ายของการนำเสนอเครือข่ายภาคประชาชน กป .อพช .ได้ส่งมอบข้อเสนอต่อตัวแทนพรรคการเมืองทั้ง 10 พรรค และเปิดเวทีให้ตัวแทนพรรคการเมืองได้ให้สัตยาบันกับภาคประชาชนในการผลักดันข้อเสนอหากได้เป็นรัฐบาล พร้อมประกาศการติดตามนโยบายที่ได้เสนอทุกพรรคการเมืองไป พร้อมรณรงค์ 8 กุมภากาเห็นชอบ

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง
โฆษณา - Advertising