Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

“หมอสุภัทร” ผู้สมัคร สส.เขต 2 หาดใหญ่ พรรคประชาชน อดีตผู้อำนวยการโรงพยาบาลสะบ้าย้อย โพสต์เปิดยุทธการเตะตัดขา ไม่ให้ตนเองเข้าสภา หลังที่ประชุมคณะกรรมการ อกพ. กระทรวงสาธารณสุข มีมติ 4 ต่อ 3 ให้ปลดหมอสุภัทรออกจากราชการ เหตุมีความผิดวินัยร้ายแรงจากกรณีการจัดซื้อ ATK ในโครงการแพทย์ชนบทบุกกรุงช่วยโควิด-19 หมอสุภัทรตั้งข้อสังเกตหลังตนเองกับธนาธรทวงเงินซ่อมบ้านน้ำท่วมหลังละ 49,500 บาท ให้คนหาดใหญ่ก็มีการนำวาระความผิดทางวินัยของตนเข้าที่ประชุมเมื่อวันที่ 22 ม.ค. 2569 แบบเร่งรีบกรรมการคนหนึ่งที่ไปราชการต่างจังหวัดต้องเข้าประชุมออนไลน์ “เหมือนจำใจต้องเข้าประชุม เพราะมิเช่นนั้น มติปลดจะไม่สำเร็จ” โดยข้าราชการกระทรวงสาธารณสุข 3 คน มีมติให้ปลดออก ส่วนผู้ทรงคุณวุฒิกรรมการคนนอก สธ. อีก 3 คน ไม่เห็นด้วย ก่อนที่ประธานในที่ประชุมซึ่งเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขจากพรรคภูมิใจไทยจะยกมือให้ปลดออก มติจึงเป็น 4ต่อ 3 ในที่สุด

 

26 ม.ค. 2569 เมื่อวันที่ 25 ม.ค. ที่ผ่านมา สำนักข่าว The Reporters รายงานว่า ได้รับข้อมูลจากแหล่งข่าวระดับสูงในกระทรวงสาธารณสุขว่า เมื่อวันที่ 22 ม.ค. 2569 คณะอนุกรรมการข้าราชการพลเรือน (อกพ.) กระทรวงสาธารณสุขมีการประชุมประจำเดือน โดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขเป็นประธาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุขเป็นรองประธาน แหล่งข่าวระดับสูงระบุว่า มีการเพิ่มวาระเร่งด่วนเข้ามาก่อนประชุมเพียงไม่กี่ชั่วโมง เป็นวาระพิจารณาความผิดทางวินัย ของ นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ หรือ “หมอสุภัทร” อดีตผู้อำนวยการโรงพยาบาลสะบ้าย้อย ปัจจุบันเป็นผู้สมัคร สส.เขต 2 หาดใหญ่ พรรคประชาชน

แหล่งข่าวของ The Reporters ระบุว่า เดิมทีไม่มีวาระนี้ แต่ประธานมีการนำมาพิจารณา และมีการลงมติ 4 ต่อ 3 ให้ นพ.สุภัทร มีความผิดวินัยร้ายแรง จากกรณีการจัดซื้อ ATK ในโครงการแพทย์ชนบทบุกกรุงช่วยโควิด-19 โดยให้ปลดออกจากราชการ สำหรับมติที่ให้มีความผิด 4 เสียง ประกอบด้วย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข, ปลัดกระทรวงสาธารณสุข, อธิบดีกรมอนามัย และอธิบดีกรมสุขภาพจิต ซึ่งเป็นคนใน ส่วนเสียงที่ไม่เห็นด้วย 3 เสียง เป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิคนนอก 3 คน

ทั้งนี้ ตามขั้นตอนเมื่อ อกพ. มีมติแล้ว ปลัดกระทรวงต้องลงนามให้เป็นไปตามมติ แต่เนื่องจากมีความเห็นแย้งจากผู้ทรงคุณวุฒิจากคนนอก ที่มองว่าเป็นเรื่องละเอียดอ่อนและมีความเห็นที่สูสี จึงขอนำไปหารือในที่ประชุม อกพ.วิสามัญเกี่ยวกับวินัยและจริยธรรมของคณะกรรมการ กพ. ทำให้ที่ประชุม อกพ.กระทรวงฯ ยังไม่สามารถมีบทสรุปสุดท้ายได้

ปลัดกระทรวงจึงยังไม่มีการลงนามคำสั่งให้ปลดออกจากราชการ เพื่อรอความเห็นของคณะกรรมการ ก.พ.

ยุทธการเตะตัดขา ไม่ให้เข้าสภา

หลังจากมีการรายงานข่าว มติ 4 ต่อ 3 ของคณะกรรมการ อกพ. กระทรวงสาธารณสุขที่ให้ปลดหมอสุภัทรออกจากราชการเกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก ล่าสุดวันนี้ (26 ม.ค. 2569) หมอสุภัทรได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับมติที่ออกมาว่าเป็น “ยุทธการเตะตัดขา ไม่ให้ผมเข้าสภา” หมอสุภัทรระบุว่า ตนเองรู้เรื่องมติของคณะกรรมการ อกพ. กระทรวงสาธารณสุขจากการอ่านข่าวเช่นกัน

โพสต์ของหมอสุภัทรชี้แจงว่า “เมื่อวานเดินหาเสียงอยู่เช่นทุกวัน มีโทรศัพท์เข้ามาถี่ๆ บอกว่าหมอรู้ข่าวยัง “กระทรวงฟันหมอแล้ว” ผมเดินหาเสียงจนเสร็จตามแผน แล้วมาอ่านข่าว “ผมก็รู้จากข่าวนี่แหละ” “ค่ำๆจึงได้เช็คข่าว ถึงชัดว่า ถูกจัดเต็ม”

พอผมกับธนาธรทวงเงินซ่อมบ้านน้ำท่วมหลังละ 49,500 บาท ให้คนหาดใหญ่ที่ยังไม่มีใครได้เลยแม้แต่หลังเดียว จากที่เคยบอกว่า “รักผมจะตาย” เกิดหงุดหงิดอย่างหนัก

เริ่มต้นด้วยการแทรกวาระประชุมวันที่ 22 มกราคม 2569 เข้ามาวาระแทรกนี่แหละ คือ ความไม่เป็นธรรม เอกสารแจกในที่ประชุมมีเพียงเอกสารสรุปผลโดยย่อที่กรรมการสอบวินัยสรุปมา โดยที่คณะกรรมการทั้ง 7 คนไม่มีใครได้เห็นเอกสารฉบับเต็ม ทั้งข้อกล่าวหา เอกสารตอบชี้แจงของผม และเอกสารประกอบอื่นใด”

หมอสุภัทร

หมอสุภัทรระบุว่า ที่ประชุมวันที่ 22 มกราคม 2569 มีมติ 3 ต่อ 3 โดยมีกรรมการที่ยังเป็นข้าราชการ สธ. 3 คน ลงมติว่าให้ปลดออก ส่วนผู้ทรงคุณวุฒิกรรมการคนนอก สธ. อีก 3 คน มีไม่เห็นด้วยกับการให้ปลดตนเอง ประธานในที่ประชุมซึ่งเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข รัฐมนตรีจากพรรคภูมิใจไทยจึงยกมือให้ปลดออกด้วย มติจึงเป็น 4ต่อ 3 ในที่สุด

นอกจากนี้ หมอสุภัทรตั้งข้อสังเกตว่า ถ้าถูกปลดออกจากราชการอาจทำให้ตนเองเข้าข่ายขาดคุณสมบัติผู้สมัคร สส. ตามรัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 98 (คุณสมบัติต้องห้าม เคยถูกสั่งให้พ้นจากราชการ) และอาจถูกตัดสิทธิการเป็นผู้สมัคร สส. ได้ ซึ่งกระบวนการลงมติปลดตนเองออกจากราชการครั้งนี้ยังดูมีความรีบร้อนอีกประการหนึ่งเนื่องจากกรรมการฝั่งข้าราชการที่ยกมือให้ปลดตนเองนั้น มีคนหนึ่งที่ไปราชการที่ตรัง และได้เข้าประชุมออนไลน์ หมอสุภัทรตั้งข้อสังเกตว่า “เหมือนจำใจต้องเข้าประชุม เพราะมิเช่นนั้น มติปลดจะไม่สำเร็จ”

โดยสรุปหมอสุภัทรระบุว่า ตอนนี้ตนเองยังเป็นผู้สมัคร สส. ของพรรคประชาชนเช่นเดิม ยุทธการเตะตัดขาเกือบสำเร็จ แม้ที่ประชุมมีมติ 4 ต่อ 3 ปลดตนออกจากราชการจริง แต่ยังไม่สามารถปลดได้ เพราะผู้แทน กพ. ขอนำเรื่องไปพิจารณาในกรรมการใหญ่อีกชุดที่เป็นธรรมกว่าสำหรับตนเองมองว่านี่เป็นแผนสกัดไม่ให้ตนเข้าสภาอย่างแน่นอน เพราะกระแสของตนมาแรงมาก และยังเป็นการหวังตัดโอกาสตนเองในการเข้าไปปัดกวาดการเมืองสีเทาในกระทรวงสาธารณสุข จึงมีความพยายามที่จะเตะตัดขาทำให้ขาดคุณสมบัติลง สส.

หมอสุภัทรยืนยันว่า คนที่เปิดเกมส์นี้คิดผิดแน่นอน ตนเองจะยิ่งมุ่งมั่นยิ่งเดินเต็มที่เพื่อหาเสียงต่อไป การใช้วิชามารแบบนี้ ทำให้กระแสสีส้มยิ่งแรงขึ้นทั้งพรรคและผู้สมัคร

หมอสุภัทรทิ้งท้ายว่า ตนเปิดปฏิบัติการแพทย์ชนบทบุกกรุง ช่วงโควิด-19 ระบาดหนักในปี 2564 มาถูกสอบวินัยในปี 2566 หลังค้านนโยบายกัญชาเสรี แล้วมาชี้ขาดในปี 2569 เพียง 15 วันก่อนเลือกตั้ง ดูประจวบเหมาะเกินไป

รมว.สาธารณสุข ชี้ ดำเนินการตามขั้นตอน ไม่เร่งรัด ไม่ใช่คำสั่งนายกฯ – กกต. ย้ำ กรณีหมอสุภัทรต้องดูรายละเอียด

เดอะสแตนดาร์ด วันนี้ (26 ม.ค. 2569) พัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนถึงมติปลดหมอสุภัทรว่า เป็นไปตามมติของคณะอนุกรรมการสอบสวนวินัย ซึ่งได้ดำเนินการสอบสวนและเสนอความเห็นขึ้นมา ก่อนที่ตนจะเข้ารับตำแหน่งด้วยซ้ำ ส่วนขั้นตอนหลังจากนี้ อยู่ระหว่างรอคำสั่งอย่างเป็นทางการ และจะดำเนินการตามขั้นตอนของคณะกรรมการและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

พัฒนาย้ำว่า ไม่มีการกำหนดไทม์ไลน์ทางการเมืองใดๆ ทั้งสิ้น เป็นกระบวนการตามขั้นตอนปกติของคณะกรรมการสอบสวนวินัย ที่ส่งเรื่องเข้ามาตามลำดับ และได้รับการกลั่นกรองก่อนนำเข้าสู่ที่ประชุมตามระยะเวลาปกติ

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่ากระบวนการลงคะแนนในที่ประชุมมีรายงานว่าเสียงเห็นชอบเป็น 3 ต่อ 3 และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขเป็นผู้ชี้ขาด พัฒนากล่าวว่า เป็นการลงคะแนนของคณะกรรมการทุกคน โดยยึดตามข้อมูลและมติของคณะกรรมการสอบสวนวินัย ส่วนการลงคะแนนก็เป็นการลงคะแนนของทุกๆ คน ไม่มีประเด็นเกี่ยวกับการเมืองใดๆ ยืนยันว่า ทุกอย่างเป็นไปตามคณะกรรมการสอบสวนวินัยที่แสวงหาข้อเท็จจริงไว้แล้ว

มีการตั้งข้อสังเกตเชื่อมโยงถึงอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี พัฒนากล่าวว่า ไม่ทราบว่าใครเป็นผู้เชื่อมโยง และยืนยันว่าไม่ได้มีการพูดคุยกันในเรื่องนี้ ทุกอย่างดำเนินไปตามขั้นตอนของกระทรวงสาธารณสุข

พัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ภาพจาก เจาะลึกระบบสุขภาพ

เจาะลึกระบบสุขภาพ รายงานเพิ่มเติมว่า พัฒนา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ว่า กรณีของหมอสุภัทรยังอุทธรณ์ได้ตามกฎหมาย และยืนยันการพิจารณาของคณะกรรมการ อกพ. กระทรวงสาธารณสุขเป็นไปตามเงื่อนเวลา

ไทยรัฐ ว่าที่ ร.ต.ภาสกร สิริภคยาพร รองเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีปลดหมอสุภัทรว่าจะกระทบกับคุณสมบัติการเป็นผู้สมัคร สส.หรือไม่ รองเลขาธิการ กกต. ระบุ ต้องไปดูว่าถูกสั่งให้พ้นจากตำแหน่งหรือไม่ สั่งให้พ้นจากเหตุการณ์ทุจริตหรือไม่ เพราะกฎหมายเลือกตั้ง มาตรา 42 (10) ระบุว่า เคยถูกสั่งให้พ้นจากราชการ หน่วยงานของรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจ เพราะทุจริตต่อหน้าที่ อย่างไรก็ตาม การทุจริตประพฤติชอบในวงราชการนั้นเราก็ต้องไปดูว่าข้อเท็จจริงเขาถูกสั่งให้พ้นจากตำแหน่งหรือไม่ อย่างไร หรือสั่งให้พ้นจากเหตุอะไร

ผู้สื่อข่าวไทยรัฐถามต่อว่า กรณีหมอสุภัทรลาออกจากราชการก่อนผลการสอบสวน และนำมาสู่มติดังกล่าวไปก่อนหน้านี้แล้ว จะนับด้วยหรือไม่ รองเลขาธิการ กกต. ระบุ ต้องดูว่าคำสั่งที่สั่งให้พ้นนั้นเมื่อไหร่ ในกฎหมายเขียนว่า “เคยถูกสั่งให้ออกจากราชการ หน่วยงานรัฐวิสาหกิจ เพราะทุจริตต่อหน้าที่” คำว่า “เคย” นั้นจะเคยมาตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ แต่ถ้า “เคย” ปุ๊บก็เข้าลักษณะต้องห้ามทันที

อย่างไรก็ตาม กฎหมายจะนับหลังจากที่มีการลงนามในคำสั่งนั้นอย่างเป็นทางการก่อน หากบอกว่าเป็นมติแต่ยังไม่มีการลงนามคำสั่งก็ยังไม่นับ

หากการลงนามคำสั่งหลังการเลือกตั้ง แล้วผู้นั้นได้รับเลือกเป็น สส. จะเป็นเหตุอย่างไรต่อไป กกต. ระบุ ถ้าได้รับการรับเลือก กรณีนี้หมายความว่าเป็นลักษณะต้องห้ามที่เกิดขึ้น ก็ยังเป็นอำนาจของ กกต. ในการพิจารณาเรื่องนี้ว่าจะรับรอง หรือไม่รับรอง

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง