สหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง KNU จัดรำลึก 77 ปีวันปฏิวัติกะเหรี่ยง ‘ซอ กเวทูวิน’ ประธาน KNU อ่านแถลงการณ์ระบุ KNU มุ่งรื้อถอนกลไกของอำนาจเผด็จการทหารทุกรูปแบบ สร้างสหพันธรัฐประชาธิปไตยของประชาชนทุกคนทุกกลุ่มชาติพันธุ์ โดยการจัดงานเกิดขึ้นหลายพื้นที่ปกครองของ KNU แต่ต้องเฝ้าระวังรักษาความปลอดภัยเข้มงวด เนื่องจากยังคงมีการโจมตีทางอากาศโดยกองทัพพม่าอยู่เป็นระยะ
เมื่อวันที่ 31 ม.ค. 2569 ที่ผ่านมา ตรงกับวันครบรอบ 77 ปี วันปฏิวัติกะเหรี่ยง ซึ่งถือเป็นวันที่รำลึกเหตุการณ์ที่กองทัพกะเหรี่ยงจับอาวุธต่อต้านรัฐบาลสหภาพพม่าเมื่อวันที่ 31 ม.ค. 2492 หรือเมื่อ 77 ปีก่อน
ประธาน KNU ลั่นรื้อถอนกลไกเผด็จการทหาร สร้างสหพันธรัฐประชาธิปไตย
ซอ กเวทูวิน ประธานสหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง KNU กล่าวสุนทรพจน์เนื่องในวันปฏิวัติกะเหรี่ยง เผยแพร่ในยูทูปและเฟซบุคของ KNU ตอนหนึ่งระบุว่า “เพื่อให้ประเทศของเราบรรลุถึงสันติภาพ ความมั่นคง และการพัฒนา มีหนทางเดียวเท่านั้น คือการกำจัดระบอบเผด็จการทหารให้หมดสิ้น และรื้อถอนกลไกของอำนาจเผด็จการทหารทุกรูปแบบทั่วประเทศ เราจำเป็นต้องสร้างประเทศนี้ให้เป็นสหพันธรัฐประชาธิปไตย ที่รับประกันประชาธิปไตย เสรีภาพ ความเสมอภาคของชนชาติ และสิทธิในการกำหนดชะตากรรมตนเองอย่างเต็มที่ ให้แก่ทุกกลุ่มชาติพันธุ์และประชาชนทุกคน”

โปสเตอร์รำลึกวันปฏิวัติกะเหรี่ยง เผยแพร่ในเพจสหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง
โดยในเพจของสหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง ได้โพสต์รำลึกวันปฏิวัติกะเหรี่ยงด้วยว่า “วันนี้คือวันที่ชาวกะเหรี่ยงเริ่มต้นการต่อสู้เพื่อสร้างประเทศกะเหรี่ยง ‘กอทูเล’ ซึ่งเป็นดินแดนที่เสรีภาพ ความเสมอภาค สิทธิในการกำหนดชะตากรรมตนเอง และความยุติธรรมจะดำรงอยู่ ชาวกะเหรี่ยงได้ลุกขึ้นต่อสู้ด้วยความมุ่งมั่นสืบต่อกันมาหลายชั่วอายุคน ในทุกพื้นที่และด้วยทุกวิถีทาง ตามกำลังและความสามารถของตน วันนี้เป็นวาระครบรอบ 77 ปีของการต่อสู้นั้น
เราจะยังคงยืนหยัดต่อต้านและถอนรากถอนโคนระบอบเผด็จการทหารและการปกครองกดขี่ทุกรูปแบบ จนกว่าชาวกะเหรี่ยงจะบรรลุสิทธิร่วมกันอย่างสมบูรณ์ในความเสมอภาคและสิทธิในการกำหนดชะตากรรมตนเอง รวมถึงสิทธิอันชอบธรรมในการปกครองตนเอง”
สหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง KNU จัดรำลึกหลายพื้นที่ปกครอง

งานรำลึกวันปฏิวัติกะเหรี่ยงปีที่ 77 ที่กองบัญชาการองค์การป้องกันแห่งชาติกะเหรี่ยง KNDO จังหวัดพะอัน เมื่อ 31 ม.ค. 2569 ที่มา: Facebook/Karen National Union

ซอ กเวทูวิน ประธานสหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง KNU ที่มา: Facebook/Karen National Union

หน่อ ลเวทูเซ หัวหน้าแผนกยุติธรรม และสมาชิกคณะกรรมการถาวรส่วนกลาง KNU ได้รับรางวัลผู้นำเยาวชนพะโด มาน ซาห์ ลาพาน ประจำปี 2568 โดยรางวัลนี้ริเริ่มขึ้นโดยทายาทของพะโด มาน ชาห์ ลาพาน อดีตเลขาธิการ KNU ผู้ถูกลอบสังหารในเดือนกุมภาพันธ์ปี 2551
ส่วนการจัดงานรำลึกวันปฏิวัติกะเหรี่ยงปีที่ 77 เกิดขึ้นแทบทุกจังหวัดปกครองของสหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง KNU โดยที่กองบัญชาการองค์การป้องกันแห่งชาติกะเหรี่ยง KNDO ในพื้นที่รัฐกะเหรี่ยง มีการจัดงานรำลึกโดยในมีผู้นำและผู้แทนระดับสูงเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง ได้แก่ ซอ กเวทูวิน ประธานสหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง KNU, ซอ หล้าทุน เลขาธิการร่วม KNU, พล.อ.ซอ มาทอ กองทัพปลดปล่อยแห่งชาติกะเหรี่ยง KNLA, พล.อ.ซอ ชิเล ผู้บัญชาการกองกำลังองค์การป้องกันแห่งชาติกะเหรี่ยง KNDO ฯลฯ รวมทั้งผู้นำฝ่ายต่างๆ ทั้งฝ่ายพลเรือนและฝ่ายทหาร นอกจากนี้ ยังมีครู นักเรียน นักศึกษา และประชาชนกว่า 300 คน เข้าร่วมงานรำลึกดังกล่าว
ภายในงาน ผู้แทนฝ่ายต่างๆ กล่าวรำลึกและให้กำลังใจเนื่องในวันปฏิวัติกะเหรี่ยงปีที่ 77 มีการอ่านสารแสดงความชื่นชม การอ่านประวัติย่อของการปฏิวัติกะเหรี่ยง และการมอบเหรียญเชิดชูเกียรติแก่ผู้นำและนักรบที่ได้อุทิศแรงกายเลือดเนื้อให้แก่ทหารกะเหรี่ยง และมีการมอบรางวัลผู้นำเยาวชนพะโด มาน ซาห์ ลาพาน ประจำปี 2025 โดยมอบให้กับ หน่อ ลเวทูเซ หัวหน้าแผนกยุติธรรม และสมาชิกคณะกรรมการถาวรส่วนกลาง KNU
กองทัพปลดปล่อยแห่งชาติกะเหรี่ยง (Karen National Liberation Army) หรือ KNLA ซึ่งเป็นปีกทางการทหารของสหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง KNU ยังออกแถลงการณ์รำลึก 77 ปี วันปฏิวัติกะเหรี่ยง “ตลอดระยะเวลา 77 ปีที่ผ่านมา ชาวกะเหรี่ยงได้ต่อสู้อย่างต่อเนื่องเพื่อเสรีภาพ ความเสมอภาค ความยุติธรรม และสิทธิในการกำหนดชะตากรรมตนเอง ท่ามกลางการเผชิญหน้ากับระบอบเผด็จการทหารและการปกครองแบบอำนาจนิยมทุกรูปแบบ”
“ในวาระวันปฏิวัติกะเหรี่ยง ครบรอบ 77 ปีนี้ กองทัพปลดปล่อยชาติกะเหรี่ยงขอสดุดีและแสดงความขอบคุณอย่างสุดซึ้งต่อประชาชนชาวกะเหรี่ยง นักสู้ปฏิวัติ และพลเรือนทุกคน ที่ได้เสียสละชีวิต กำลังกาย และจิตวิญญาณ เพื่อการต่อสู้เพื่อมาตุภูมิกะเหรี่ยงที่เสรีและเป็นธรรม” ตอนหนึ่งของแถลงการณ์ระบุ
ทั้งนี้มีรายงานจัดงานรำลึกวันปฏิวัติกะเหรี่ยงปีที่ 77 ในพื้นที่ของปกครองของสหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง KNU และกองกำลัง KNLA กองพลน้อยที่ 5 จังหวัดมูตรอ (ผาปูน) รัฐกะเหรี่ยง, กองพลน้อยที่ 2 จังหวัดตออู (ตองอู) ภาคพะโค, กองพลน้อยที่ 3 จังหวัดเกลอะ-ลวีทู (เญาง์เลบิน) ภาคพะโค, กองพลน้อยที่ 4 จังหวัดมะริด-ทวาย ภาคตะนาวศรี เป็นต้น อย่างไรก็ตามการจัดการรำลึกวันปฏิวัติกะเหรี่ยงปีนี้ ทุกพื้นที่ยังคงเฝ้าระวังรักษาความปลอดภัยเข้มงวด เนื่องจากยังคงมีการโจมตีทางอากาศโดยกองทัพพม่าอยู่เป็นระยะ
77 ปีจับอาวุธสหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง
สหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยงสู้รบกับรัฐบาลพม่ามาตั้งแต่ 31 มกราคม 2492 เคยยึดเมืองมัณฑะเลย์ ปยินอูลวิน เมกติลา ตองอู เมาะลำไย และรุกคืบจนถึงตอนเหนือของนครย่างกุ้ง ภายใต้ยุทธการอินเส่ง โดยการปะทะยืดเยื้อในห้วงมกราคม ถึงพฤษภาคม 2492 แต่ฝ่ายรัฐบาลพม่าตอบโต้จนต้องล่าถอยไป ช่วงทศวรรษ 2500 สหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง KNU สูญเสียพื้นที่ยึดครองสำคัญบริเวณปากแม่น้ำอิรวดี ซึ่งเป็นที่ตั้งถิ่นฐานของชาวกะเหรี่ยงอิรวดีไปให้กับรัฐบาลพม่า แต่พื้นที่ป่าเขาชายแดนด้านตะวันออกเฉียงใต้ของพม่าก็เป็นพื้นที่เคลื่อนไหวของ KNU มาหลายทศวรรษ
ในอดีตสหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง KNU เคยเกิดความแตกแยกครั้งใหญ่เมื่อเดือนธันวาคมปี 2537 โดยกองทัพกะเหรี่ยงพุทธประชาธิปไตย (Democratic Karen Buddhist Army - DKBA) ได้แยกออกจากสหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง และหยุดยิงกับรัฐบาลพม่า โดยสหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยงสูญเสียฐานบัญชาการใหญ่ที่มาเนอปลอว์เมื่อเดือมกราคม 2538 และทำให้ฝ่ายกะเหรี่ยง KNU และกะเหรี่ยง DKBA ปะทะกันเองหลายครั้ง ขณะที่ต่อมาในปี 2552 DKBA กลุ่มใหญ่นำโดยซอชิตตู่ แปรสภาพกลายเป็นกองกำลังพิทักษ์ชายแดนกะเหรี่ยง หรือ Karen BGF ส่วนกลุ่ม DKBA ที่เหลือเริ่มกลับมาปรับความสัมพันธ์กับ KNU ในปี 2553 โดยเปลี่ยนชื่อภาษาอังกฤษ แก้ไขคำว่า "Buddhist" และใช้ชื่อใหม่ว่า "Democratic Karen Benevolent Army" หรือกองกำลังกะเหรี่ยงประชาธิปไตยผู้มีใจเมตตา โดยคงชื่อย่อเดิมคือ DKBA
สหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง KNU เคยบรรลุข้อตกลงตกลงหยุดยิงกับรัฐบาลพม่านำโดยประธานาธิบดีเต็ง เส่ง เมื่อ 12 มกราคม 2555 ก่อนจะกลับมาสู้รบหลังกองทัพพม่ายึดอำนาจ 1 กุมภาพันธ์ 2564 โดยทหารกองทัพปลดปล่อยแห่งชาติกะเหรี่ยง KNLA กองพลน้อยที่ 5 เปิดปฏิบัติการทางทหารเมื่อ 27 มีนาคม 2564 ยึดฐานทีมือท่า ริมแม่น้ำสาละวินติดชายแดนไทย-พม่า ซึ่งเป็นที่มั่นกองทัพพม่า สังกัด กองพันทหารราบเบา (LIB) ที่ 349 และหลังจากนั้นจนถึงปัจจุบันก็เกิดการปะทะต่อเนื่องหลายแนวรบ กองทัพพม่าสูญเสียที่มั่นและจุดยุทธศาสตร์สำคัญ ขณะเดียวกันมีปฏิบัติการโจมตีทางอากาศตอบโต้พื้นที่ยึดครองของทหารกะเหรี่ยง KNLA ด้วย

แผนที่นำเสนอข้อมูลโดย ISP Myanmar เผยแพร่เมื่อกรกฎาคม 2568 แสดงพื้นที่อิทธิพลของสหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง และกองกำลังกะเหรี่ยงกลุ่มอื่นๆ เช่น KNLA/PC, DKBA, KTLA และกลุ่มอื่นๆ
ข้อมูลจากหน่วยงานคลังสมอง “ISP Myanmar” เผยแพร่เมื่อกรกฎาคม 2568 ระบุว่า 4 ปีหลังรัฐประหารพม่า สหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง KNU และกองทัพปลดปล่อยแห่งชาติกะเหรี่ยง KNLA ควบคุมพื้นที่ในรัฐกะเหรี่ยงได้ราวร้อยละ 61 ของอาณาเขตทั้งหมด และอิทธิพลของ KNU/KNLA ยังได้ขยายออกไปครอบคลุมบางพื้นที่ใน ภาคตะนาวศรี และ ภาคพะโคด้วย อย่างไรก็ตามกองทัพพม่าพยายามรุกคืบยึดพื้นที่สำคัญ ซึ่งรวมไปถึงถนนสายเอเชีย AH1 กอกะเร็ก-เมียวดี และพื้นที่รอบเมียวดี เพื่อเตรียมจัดเลือกตั้งพม่าเฟสแรก ปลายเดือนธันวาคม 2568 โดยการปะทะกันรอบนอกเมืองเมียวดี ใกล้ชายแดนไทย-พม่า ยังคงเกิดขึ้นจนถึงปัจจุบันนี้
