Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

ตลอด 79 ปีที่ผ่านมา การต่อสู้เรียกร้องเสรีภาพเหนือดินแดนในรัฐกะเหรี่ยง สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา หรือพม่า นำโดยสหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง หรือเคเอ็นยู (Karen National Union: KNU) มีธงชัดเจนธงเดียว นั่นคือ ระบบสหพันธรัฐ ที่ชาวพม่าและทุกชนกลุ่มน้อยจะอยู่ร่วมกันอย่างสันติ

ต้นปีที่ผ่านมาผู้นำกะเหรี่ยงกลุ่มหนึ่งประกาศชัดเจนว่าไม่เชื่อแนวทางนั้นอีกแล้ว และเรียกร้องสิ่งที่พวกเขาเรียกว่า”เอกราช” ประกาศตั้งสาธารณรัฐกอทูเล มีรัฐบาลเป็นของตนเองเป็นพาดหัวข่าวไปทั้งโลก

เคเอ็นยูที่เป็นผู้นำตลอดมาสวนทันควันว่า “ไร้สาระ” และ “สร้างกระแส” เพราะไม่มีกลุ่มติดอาวุธอื่นใดในรัฐกะเหรี่ยงมีอำนาจควบคุมดินแดนอย่างแท้จริง

ปัญหาคือเราจะเชื่อใคร? หรือจะไม่เชื่อใครเลย? มองให้เป็นโจ๊กเสีย ไร้สาระ ลืมมันเสีย

หรือควรจะเฝ้าจับตาศึกษาติดตามแล้ววิเคราะห์ในฐานะเพื่อนบ้านหลังคาติดกัน?


เนอดา โบ เมียะ และกำลังพลกองกำลังกะเหรี่ยงกอทูเล KTLA ในวันรำลึกเอกราชกอทูเล เมื่อวันที่ 5 ม.ค. 2569 ที่มา: Facebook/Kaw Thoo Lei Army

ตำราการเมืองการปกครองที่ใช้กันมาหลายชั่วอายุคนบอกว่า การจะเป็นชาติได้จะต้องมีประชาชน รัฐบาล และต้องมีดินแดน

กองกำลังกอทูเล (Kawthoolei Arm: KTLA) นำโดยพลตรี เนอดา โบ เมียะ (Nerdah Bo Mya) ที่ประกาศอิสรภาพและตั้ง “รัฐบาลกอทูเล” ขึ้นเมื่อ 5 มกราคม มีพื้นที่ควบคุมของตนเองไม่กี่ตารางกิโลเมตรติดชายแดนไทย กรรมการเคเอ็นยูประจำเมียวดีเยาะเย้ยว่า “แค่ชาวบ้านจากหมู่บ้านเดียว”

เนอดายอมรับว่าเขามีกำลังน้อย “แต่ก็ไม่เห็นมีใครมีมากไปกว่าใครมากนี่นา” คนเยาะเย้ยบอกว่าเขามีกำลังไม่เกิน200 ตัวเลขที่แท้จริงไม่มีใครรู้ แต่วันที่เขาประกาศอิสรภาพ มีทหารและผู้สนับสนุนของเขาร่วมเป็นสักขีพยานราว 400 คน

เขายืนยันในสิ่งที่ตำรารัฐศาสตร์ดั้งเดิมไม่ได้บัญญัติ “การตั้งประเทศไม่จำเป็นต้องมีพื้นที่มากก่อน เราใช้กระบวนการการทูต การเจรจาก่อนได้”

นักรัฐศาสตร์หลายคนที่ผู้เขียนสอบถาม เบ้ปาก

ท่านประธานาธิบดีคนใหม่เป็นใคร?

แม้เพิ่งมีคนรู้จักเป็นเรื่องเป็นราว แต่บุคคลสำคัญเบื้องหลังรัฐบาลกอทูเล ไม่ใช่คนแปลกหน้า พลตรี เนอดา โบ เมียะ ผู้ประกาศตนเองเป็นประธานาธิบดี เป็นลูกของนายพลโบ เมียะ (General Bo Mya) หนึ่งในบุคคลที่มีอิทธิพลมากที่สุดในการต่อสู้ของชาวกะเหรี่ยง นายพลโบ เมียะ เป็นประธานเคเอ็นยูตั้งแต่ปี 2519 และหากไม่มีปัญหาสุขภาพจนทำให้ต้องลงจากตำแหน่งในปี2543 ก็คงจะเป็นประธานเคเอ็นยูที่อยู่ในตำแหน่งยาวนานที่สุด โบ เมียะ พาเคเอ็นยูผ่านห้วงรุ่งโรจน์สุดจนถึงตกต่ำถึงขนาดสูญเสียฐานที่มั่นค่ายมาเนอปลอต้นปี 2538 เนอดาเองเคยดำรงตำแหน่งสูงในเคเอ็นยู และเป็นผู้นำหลักของ KNDO กองกำลังติดอาวุธภายใต้เคเอ็นยู

เมื่อเคเอ็นยูประกาศอัปเปหิเนอดาในเดือนกรกฎาคม 2565 จากกรณีที่กองกำลัง KNDO ภายใต้การบังคับบัญชาของเขาสังหารชายไร้อาวุธ 25 คน เนอดาปฏิเสธว่าทหารภายใต้การบังคับบัญชาไม่ได้กระทำผิด โดยอ้างว่าผู้เสียชีวิตเป็นสายลับของกองทัพพม่า ขณะที่ Fortify Rights ระบุว่าการกระทำดังกล่าวเข้าข่ายอาชญากรรมสงครามต่อมาเนอดาได้แยกตัวออกมาโดยดุษฎี และเปลี่ยนชื่อกองกำลังที่เขาบังคับบัญชาเป็น “กองทัพกอทูเล”

กองกำลังที่มีกำลังพลไม่กี่ร้อยไม่มีความสำคัญใดในสนามรบ เคลื่อนไหวเงียบๆ ตามแนวชายแดนไทย เงียบและเล็กจนหลายคนเริ่มลืมแล้วว่าพวกเขาดำรงอยู่

จนเช้าวันที่ 5 มกราคม เนอดา พร้อมด้วยอดีตเจ้าหน้าที่ระดับสูงของเคเอ็นยูหลายคน กองกำลังและผู้สนับสนุนอีกประมาณ 400 คน ประกาศก่อตั้งรัฐใหม่ และประกาศเอกราชจากพม่า

หลายชั่วอายุคนมาแล้วที่ขบวนการทางการเมืองของกลุ่มชาติพันธุ์ในพม่ายึดมั่นว่าระบบสหพันธรัฐจะให้อิสระแก่ชนกลุ่มน้อยภายใต้รัฐที่มีชาวพม่าเป็นแกนนำ

แต่เนอดาและกลุ่มของเขายืนยันว่าเป็นฝันที่ล้มเหลวซ้ำแล้วซ้ำเล่า และควรจะพอได้แล้ว

ทำไมถึงต้อง “เอกราช”?


กองกำลัง KTLA อบรมหลักสูตรคอมมานโด ภาพเผยแพร่ในเดือนธันวาคมปี 2022 ที่มา: แฟ้มภาพ/Myanmar Now


แผนที่นำเสนอข้อมูลโดย ISP Myanmar เผยแพร่เมื่อกรกฎาคม 2568 แสดงพื้นที่อิทธิพลของสหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง และกองกำลังกะเหรี่ยงกลุ่มอื่นๆ เช่น KNLA/PC, DKBA, KTLA และกลุ่มอื่นๆ

ผู้เขียนได้สัมภาษณ์ ซาร์เกย์ โป  Saw Hsar Gay Po ผู้ใช้เวลาสามทศวรรษทำงานในกรรมการกลางเคเอ็นยู ปัจจุบันแยกตัวออกมาและดำรงตำแหน่งรองประธานาธิบดีและรัฐมนตรีต่างประเทศของรัฐบาลกอทูเล ซาร์เกย์ โป เขาให้สัมภาษณ์ระหว่างเดินทางหาพันธมิตรในยุโรป

เขาบอกว่ามันถึงเวลาแล้วที่จะต้องกลับหลังหันกันเสียที หลังการเจรจายืดเยื้อยาวนานที่ไม่ได้แผ้วถางทางสู่อิสระที่แท้จริง สำหรับเขาระบบสหพันธรัฐไม่เคยมีเจตนาที่จะกระจายอำนาจจริงจัง

"มันไม่เคยถูกออกแบบให้เป็นสหพันธรัฐ" เขากล่าว “มันคือรัฐแบบเดิมๆคือพม่าเป็นผู้ปกครอง” ทั้งหมดสรุปจากการเจรจาที่ล้มเหลวหรือมีแต่ลมลวงซ้ำแล้วซ้ำเล่า รวมทั้งข้อตกลงหยุดยิงทั่วประเทศ (National Ceasefire Agreement: NCA) ที่ลงนามในปี 2558 ระหว่างรัฐบาลพม่าและกลุ่มติดอาวุธชาติพันธุ์หลายกลุ่มรวมทั้งเคเอ็นยู

คนที่สนับสนุนการเจรจาบอกว่า ก็มันจะนำไปสู่การเจรจาทางการเมืองยังไงเล่า แต่รัฐบาลกอทูเลและกลุ่มผู้สนับสนุนบอกว่ามันแค่ถ่วงเวลาให้กลุ่มชาติพันธุ์อ่อนแอลงเรื่อยๆ

“สหพันธรัฐที่แท้จริงคือทุกคนจะอยู่ร่วมกันอย่างเท่าเทียม” ซาร์เกย์ โป กล่าว “แต่โครงสร้างที่รัฐบาลพม่าเสนอให้พวกเราเห็นชอบด้วยมาตลอดยังคงยึดอำนาจไว้ที่ศูนย์กลางตลอดมา” ข้อสรุปพวกเขาชัดเจน เอกราชเป็นเส้นทางที่เป็นจริงมากกว่า

การเกิดขึ้นของรัฐบาลกอทูเลถือเป็นการแตกหักทางความคิดอย่างชัดเจนจากเคเอ็นยู “องค์กรนำ”ยาวนานหลายทศวรรษของชาวกะเหรี่ยง

เนอดาและกลุ่มของเขาไม่ปิดบังว่าการหันหลังกลับครั้งนี้มีเสียงสนับสนุนจากนอกประเทศ

ปัจจุบันมีชาวกะเหรี่ยงประมาณ 90,000 คนอาศัยอยู่ในสหรัฐอเมริกาและแคนาดา ชาวกะเหรี่ยงพลัดถิ่นมีบทบาททางการเมือง และเป็นแหล่งสนับสนุนทางการเงินและการเมืองที่สำคัญ พวกเขาแสดงออกชัดเจนว่าไม่อยากรอการเจรจาที่อาจยืดยาวไปจนถึงร้อยปีเข้าสักวัน

ตามที่ผู้นำของรัฐบาลกอทูเลกล่าว ชาวกะเหรี่ยงรุ่นใหม่มองว่าเอกราชเป็นเป้าหมายที่ทำได้จริง แม้อาจจะใช้เวลา “เพราะการตั้งประเทศไม่เคยเป็นเรื่องง่าย” แต่มันน่าจะเป็นจริงมากกว่าจะยึดมั่นกับการเจรจาที่กำหนดให้พม่าเป็นผู้ปกครองหลัก

ซาร์เก โป ยืนยันกับผู้เขียนว่าพวกตนเองไม่เคยละทิ้งกลุ่มกะเหรี่ยงที่มีอุดมการณ์ต่างกัน

“เราเชื่อว่าเราจำเป็นต้องพูดคุย และเราจะอธิบายอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยแก่เพื่อนร่วมชาติของเราทุกคน” ซึ่งรวมถึงเคเอ็นยูด้วย ซาร์เก โปบอกว่าก่อนแยกตัวออกมา เขาใช้เวลาอธิบายต่อผู้ใหญ่ในเคเอ็นยูอย่างหนัก แต่ล้มเหลว “เพราะในนั้นมีแนวคิดที่ต่างกันมากมายเหลือเกิน จนยากที่จะมีใครเชื่อใครได้โดยง่าย” แต่เขายืนยันจะอธิบายต่อไป

หนึ่งในบรรดาผู้นำกะเหรี่ยงที่เข้าร่วมรัฐบาลกอทูเลคือ  เดวิด ทากาบอว์ (David Thakabaw ) ผู้เคยดำรงตำแหน่งรองประธานและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของเคเอ็นยูมายาวนาน

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

โจทก์คณิตศาสตร์ที่ซับซ้อนเกิน

ซาเก โพ อธิบายปัญหาที่พวกเขาเผชิญหน้าแบบอธิบายโจทก์คณิตศาสตร์ ความขัดแย้งในพม่ามีความซับซ้อนมากขึ้นเรื่อยๆ มีกลุ่มติดอาวุธหลายกลุ่ม วาระทางการเมืองที่แข่งขันกัน และความไม่ไว้วางใจที่สะสมมานานหลายทศวรรษ การแก้ไขปัญหาภายในระบบการเมืองเดียว หรือประเทศเดียวอาจเป็นไปไม่ได้อีกต่อไป

“เมื่อสมการคณิตศาสตร์มันซับซ้อนเกิน สิ่งแรกที่คุณต้องทำคือทำให้โจทก์มันง่ายขึ้น” ซาเก โป กล่าว “เอกราชคือทางออกที่ดีที่สุดที่เราเห็นสำหรับสมการนี้”

สำหรับผู้ที่มองว่าความพยายามนี้ไม่มีทางเป็นไปได้ ซาเก โป ยกตัวอย่างประเทศเอกราชที่เกิดขึ้นหลังความขัดแย้งที่ยืดเยื้อ เช่นติมอร์-เลสเต ซึ่งได้รับเอกราชจากอินโดนีเซียในปี 2545 หลังเป็นอาณานิคมมายาวนาน การแยกอดีตประเทศยูโกสลาเวีย ออกเป็นเกือบสิบประเทศ การแยกตัวอย่างสันติของอดีตเชโกสโลวาเกียออกเป็นสาธารรัฐเช็ค และประเทศสโลวาเกียในปี 2536 และการก่อตั้งรัฐซูดานใต้ในปี 2554

รัฐบาลกอทูเลกำลังมองหาพันธมิตรจากกลุ่มการเมืองชาติพันธุ์อื่นๆ ที่สนับสนุนอธิปไตย จนถึงตอนนี้พวกเขาได้รับการรับรองโดยองค์การแห่งชาติคะฉิ่น หรือเคเอ็นโอ (Kachin National Organization:KNO) ซึ่งเป็นกลุ่มการเมืองที่กำลังแสวงหาแนวทางเอกราชของชาวคะฉิ่นเช่นกัน

ในขณะที่องค์การเอกราชคะฉิ่น (Kachin Independent Organization: KIO) ซึ่งมีบทบาทในรัฐคะฉิ่นโดดเด่นกว่ามาก ยังคงสนับสนุนแนวทางสหพันธรัฐ แต่เคเอ็นโอตัดสินใจเดินบนเส้นทางแห่งการประกาศเอกราช

“การมีเอกราชคือสิทธิโดยกำเนิดของเรา” กันผา ตู สะดาน (Hkanhpa Tu Sadan) เลขาธิการต่างประเทศและโฆษกของเคเอ็นโอ. กล่าวขณะเยือนเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เพื่อแสวงหาความร่วมมือ “นี่ไม่ใช่เรื่องของการแยกตัวจากใคร แต่เป็นเรื่องของสิทธิพื้นฐานของมนุษย์”

รัฐบาลของกอทูเลยอมรับว่าการควบคุมดินแดนของตนยังคงมีจำกัด ปัจจุบันครอบครองดินแดนบางส่วนในพื้นที่รัฐกะเหรี่ยงตอนใต้ รักษาฐานที่มั่นขนาดเล็กในพื้นที่ต่างๆ เช่น กองพลที่ 6 ใกล้ชายแดนไทย

แต่ซาเก โป มองว่าการควบคุมพื้นที่แบบกระจัดกระจายเป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว

“จนถึงปัจจุบันไม่มีใครควบคุมพื้นที่ส่วนใหญ่ของรัฐกะเหรี่ยงได้ และยากที่จะเป็นไปได้” เขากล่าว

พื้นที่กะเหรี่ยงยังคงถูกแบ่งแยกโดยกลุ่มติดอาวุธหลายกลุ่ม เช่น สหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง (KNU) กองทัพกะเหรี่ยงประชาธิปไตยผู้มีใจเมตตา (Democratic Karen Benevolent Army: DKBA) และ กองกำลังพิทักษ์ชายแดน/กองทัพแห่งชาติกะเหรี่ยง (Karen Notional Army: KNA) ที่ร่วมมือกับกองทัพพม่า

เขากล่าวว่า ในสภาพแวดล้อมเช่นนี้ การจัดระเบียบทางการเมือง และการทูต มีความสำคัญพอๆ กับการควบคุมดินแดน การแสวงหาดินแดนจากพันธมิตรเป็นเรื่องที่จะตามมาภายหลัง

แต่ตามคำกล่าวของพันโทหน่าย หม่อง ซอว์ โฆษกของ KNA ซึ่งเพิ่งยุติบทบาทในฐานะกองกำลังรักษาชายแดน (Border Guard Force: BGF) ให้กับรัฐบาลทหารพม่าเมื่อไม่ถึงเดือนที่ผ่านมา รัฐบาลกอทูเลไม่เคยหารือเรื่องนี้กับกลุ่มของเขาเลย

ไทย: เพื่อนบ้านตามธรรมชาติ

จากการพูดคุยกับแกนนำหลายคนของรัฐบาลกอทูเล เขาคาดหวังความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับไทยในฐานะเพื่อนบ้านที่มีพรมแดนติดกัน และมีความสัมพันธ์มาต่อเนื่อง

ไทยเป็นพันธมิตรทางเศรษฐกิจและการเมืองโดยธรรมชาติ มากกว่าพม่า กลุ่มติดอาวุธกะเหรี่ยงทำงานกับทางการไทยมานานหลายทศวรรษ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงสงครามเย็นเมื่อทั้งสองฝ่ายต่างต่อต้านคอมมิวนิสต์

พวกเขาบอกด้วยว่าดินแดนที่มีแนวเขตติดไทย ไม่ว่าจะรัฐกะเหรี่ยง รัฐมอญ รัฐฉาน และรัฐคะเรนนี มีโอกาสที่จะเกิดเป็นรัฐอิสระตลอดแนวชายแดนตะวันตกของประเทศไทยได้ เพราะเหตุผลที่ต่างใกล้ชิดกับไทยมากกว่าพม่าเป็นทุนเดิน

“พวกเราก้าวข้ามขอบเขตทางการเมืองของพม่าได้” ซาเก โป กล่าว “แล้วเชื่อมโยงกับไทยซึ่งเป็นเพื่อนบ้านโดยธรรมชาติของเราอย่างใกล้ชิดยิ่งขึ้น”

ถามว่ารัฐบาลกอทูเลจะขอให้ไทยรับรองอย่างเป็นทางการไหม เขายอมรับว่าสถานการณ์แบบนั้นยังอยู่ห่างไกล

“ถึงไทยรับรองเราวันนี้ ก็ไม่ทำให้เส้นทางข้างหน้าของเรายากลำบากน้อยลง” เขากล่าว

“การเป็นเพื่อนกันอย่างที่เป็นมานานหลายทศวรรษถือว่าใจดีกับเรามากพอแล้ว”

สมาชิกอาวุโสคนหนึ่งของสภาบริหารชั่วคราวแห่งรัฐคะเรนนี (Interim Executive Council of Karenni State : IEC Karenni) รัฐบาลเฉพาะกาลของฝ่ายต่อต้านรัฐบาลบริหารรัฐคะเรนนีติดชายแดนไทยที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน บอกกับผู้เขียนหลังได้ยินคำกล่าวอ้างของซาเกโป ว่า "เราไม่มีแผนจะประกาศเอกราช ไม่จำเป็นต้องเสียงดังโฉ่งฉ่าง เราจะเดินตามแนวสหพันธรัฐ ถ้าแนวทางนั้นล่มสลาย เราก็แค่กลับไปสู่รากเหง้าเดิมของเรา" รัฐคะเรนนีเคยเป็นรัฐอิสระมาก่อน แม้กระทั่งในสมัยที่พม่าอยู่ภายใต้การปกครองของอังกฤษ

เสียงเย้ยยังดังกว่าเสียงยอมรับ

นักวิเคราะห์หลายคนสงสัยว่ารัฐกะเหรี่ยงใหม่นี่จะเกิดขึ้นได้จริงหรือไม่

หนึ่งในสมาชิกคณะกรรมการเคเอ็นยู ในเมืองเมียวดีกล่าวกับสำนักข่าวบีบีซีภาคภาษาพม่าว่า "พวกเขาเป็นคนจากหมู่บ้านเดียว แทบไม่มีกิจกรรมใดๆ และไม่เคยปรากฎตัวในสนามรบ "

สื่อพม่าแห่งหนึ่งล้อขำๆว่า "ประเทศนี้มีประธานาธิบดีมากเกินไปแล้ว" คือนับจากประธานาธิบดีผู้นำของระบอบทหาร ประธานาธิบดีของรัฐบาลพลเรือนที่ถูกโค่นล้มไป ประธานาธิบดีของรัฐบาลเงาฝ่ายประชาธิปไตย (National Unity Government of Myanmar: NUG) และรัฐบาลของกอทูเลในที่สุด

"ตอนไปค่ายกลุ่มติดอาวุธกลุ่มหนึ่งทางตอนเหนือของประเทศเรา เจอคนนั้นก็รัฐมนตรีคนนี้ก็รัฐมนตรี นี่ก็คงแค่จะมีรัฐมนตรีเพิ่มขึ้นอีกเท่านั้นแหละ" นักวิชาการคนหนึ่งกล่าวพร้อมหัวเราะเบาๆ

อย่างไรก็ตาม ผู้สนับสนุนแนวคิดนี้ก็โต้แย้งว่าการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองมักเริ่มต้นจากแนวคิดที่ดูเหมือนจะไม่สมจริงในตอนแรกทั้งนั้น

ผลสำรวจที่จัดทำโดย Power Mentor กลุ่มสนับสนุนชุมชนชายขอบในสหรัฐอเมริกา  มีผู้ให้ข้อมูลเป็นชาวกะเหรี่ยง 9,686 คน ทั้งในพม่าและในชุมชนพลัดถิ่น รายงานว่าร้อยละ 98 สนับสนุนการแยกตัวเป็นอิสระของรัฐกอทูเล ขณะที่ร้อยละ 2 สนับสนุนให้รอระบบสหพันธรัฐเมียนมาเป็นจริง

ผู้เขียนไม่สามารถตรวจสอบความแม่นยำของผลสำรวจอิสระนี้ แต่ผู้นำของรัฐบาลกอทูเลกล่าวว่า ผลการสำรวจสะท้อนให้เห็นถึงความไม่พอใจที่เพิ่มมากขึ้นต่อการเจรจาที่หยุดชะงักมานานหลายทศวรรษ

สี่แยกวัดใจ

รัฐบาลกอทูเลเชื่อว่า ปีนี้ปีหน้า หรืออาจจะไกลกว่านั้นไม่มาก อาจมีการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองครั้งใหญ่ องค์กรชาติพันธุ์อื่นๆ ได้เริ่มแสวงหาทางออกใหม่แทนจะกัดฟันเดินไปกับหนทางที่ตีบตัน

เราจะไม่มีทางรู้เลยว่าความพยายามของรัฐอิสระจะเป็นไปได้จริงมากน้อยแค่ไหน

แต่การเกิดขึ้นของรัฐบาลกอทูเลเน้นให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองของกลุ่มชาติพันธุ์ในพม่า หลังพวกเขายึดแนวทางเดียวมานานหลายทศวรรษ

ผู้นำบางคนเริ่มตั้งคำถามว่าสหพันธรัฐในฝันที่พวกเขายึดถือ ถูกสอนให้เคารพไว้เหนือเกล้า สละชีวิตเพื่อมันหลายต่อหลายชั่วอายุคน จะยังคงดำรงอยู่ได้หรือไม่

ไทยเป็นประเทศเพื่อนบ้านหลังคาติดกัน ไม่ว่าอะไรที่เกิดขึ้นกับเขาล้วนมีผลต่อเราไม่มากก็น้อย การเฝ้าจับตาและศึกษาไม่มีอะไรเสียหายสำหรับเรา

การเมินเฉย หรือมากไปกว่านั้นคือการมองหมิ่นต่างหากที่จะเราเสียโอกาสได้เรียนรู้จากปรากฎการณ์นี้ ซึ่งเป็นเรื่องน่าเสียดาย

อะไรที่ไม่เคยมีตำราเรียนเก่า ไม่เคยได้ยินไม่เคยได้เห็นไม่เคยได้รู้ ไม่ได้หมายความว่ามันไม่มีอยู่จริง

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง