Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

สัมภาษณ์พิเศษผู้นำขององค์กรแห่งชาติกะฉิ่น KNO ซึ่งเป็นองค์กรทางการเมืองพลัดถิ่นของชาวกะฉิ่นทางตอนเหนือของพม่า “กุน ตอย ลายาน” เลขาธิการ KNO และ “กันผา ตู สะดาน” รัฐมนตรีต่างประเทศและโฆษกองค์กรกล่าวถึงเหตุผลที่ KNO สนับสนุน “เนอดา เมียะ” ผู้นำกองกำลังกะเหรี่ยงกอทูเล KTLA ประกาศเอกราชตั้งรัฐกอทูเล โดยพวกเขาไม่เชื่ออีกต่อไปว่าสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา หรือ พม่า จะ “ซ่อมแซมได้” และมองคำประกาศตั้งรัฐกอทูเลไม่ใช่ความนอกคอก หากแต่เป็น “รอยร้าวแรก” ของระเบียบการเมืองที่กำลังพังทลาย

เมื่อพลเอกเนอดา เมียะ ประกาศตั้งรัฐบาลกอทูเล (Government of Kawthoolei) และประกาศเอกราชรัฐกะเหรี่ยงให้เป็นรัฐอิสระเมื่อวันที่ 5 มกราคม กลุ่มติดอาวุธในพม่าส่วนใหญ่เลือกจะนิ่งเฉย บางกลุ่มมองว่าเป็นเรื่องเพ้อฝัน บางส่วนเห็นว่าเป็นการแสดงทางการเมืองของกลุ่มชายขอบ สื่อจำนวนมากมองเป็นเพียงตลกหน้าม่าน

สี่วันต่อมา องค์กรแปลกหน้าองค์กรหนึ่งก็แสดงตัว

10 มกราคม Kachin National Organization – KNO หรือ องค์กรแห่งชาติกะฉิ่น กลายเป็นกลุ่มการเมืองเพียงหนึ่งเดียวในโลก ที่ออกแถลงการณ์รับรองการประกาศของฝ่ายกะเหรี่ยงกอทูเล KTLA อย่างเป็นทางการ ระบุว่าเป็นการใช้สิทธิในการกำหนดชะตากรรมตนเองตามกฎหมายระหว่างประเทศ


แถลงการณ์ขององค์กรแห่งชาติกะฉิ่น KNO สนับสนุนกะเหรี่ยงกอทูเล KTLA ประกาศเอกราช

“การประกาศนี้ไม่ใช่การแยกตัวเพื่อความสะดวกหรือผลประโยชน์ทางการเมือง” KNO ระบุในแถลงการณ์ โดยอ้างถึง กฎบัตรสหประชาชาติ (UN Charter) และ กติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง (International Covenant on Civil and Political Rights – ICCPR) พร้อมระบุว่าการเคลื่อนไหวของฝ่ายกะเหรี่ยงคือ “มาตรการเพื่อความอยู่รอดและการคุ้มครองประชาชนที่กำลังเผชิญภัยคุกคามต่อการดำรงอยู่ภายใต้การปกครองของกองทัพพม่าอย่างต่อเนื่อง”

คำถามสำคัญคือ เหตุใดองค์กรกะฉิ่น—ซึ่งไม่ได้ตั้งอยู่ในพื้นที่กะเหรี่ยง—จึงตัดสินใจเดิมพันทางการเมืองเช่นนี้ ในซีนที่แนวร่วมต่อต้านพม่าส่วนใหญ่หันหลังให้

จากการสัมภาษณ์ผู้นำระดับสูงสองคนขององค์กรแห่งชาติกะฉิ่น KNO ได้แก่ กุน ตอย ลายาน (Hkun Htoi Layan) เลขาธิการ และ กันผา ตู สะดาน (Hkanhpa Tu Sadan) รัฐมนตรีต่างประเทศและโฆษกองค์กร ภาพของขบวนการหนึ่งเริ่มชัดเจนขึ้น—ขบวนการที่ไม่เชื่ออีกต่อไปว่าพม่าจะ “ซ่อมแซมได้” และมองกอทูเลไม่ใช่ความนอกคอก หากแต่เป็น “รอยร้าวแรก” ของระเบียบการเมืองที่กำลังพังทลาย

ขบวนการกะฉิ่นที่คนนอกแทบไม่รู้จัก

KNO ก่อตั้งขึ้นในเดือนมกราคม 1999 ในช่วงที่องค์กรเอกราชกะฉิ่น (Kachin Independence Organization – KIO) ซึ่งทรงอิทธิพล ถูกผูกมัดด้วยข้อตกลงหยุดยิงกับกองทัพพม่า

“การหยุดยิงนั้นไม่ได้สร้างสันติภาพหรือกระบวนการสันติภาพ” กันผา ตู สะดาน กล่าว “มันกลับกลายเป็นการทหารที่เข้มข้นขึ้น… และการทำลายสิ่งแวดล้อมอย่างมหาศาลในดินแดนของเรา”

เพราะในเวลานั้น KIO ถูกจำกัดทางการเมือง ผู้อาวุโสกะฉิ่นทั้งในและนอกประเทศจึงตั้ง KNO เป็นเวทีทางการเมืองอีกแห่งหนึ่ง

“พวกเขาตั้งเวทีทางการเมืองใหม่ขึ้นมาเพื่อพูดถึงสิ่งที่เกิดขึ้นในรัฐกะฉิ่น” เขากล่าว

ผู้นำ KNO ย้ำว่าพวกเขาไม่ใช่กลุ่มแยกตัวจาก KIO แต่เป็นกระแสการเมืองคู่ขนาน

“ความสับสนนี้เป็นเรื่องเข้าใจได้” กุน ตอย ลายาน กล่าว “แต่มันสะท้อนความเข้าใจที่ไม่ครบถ้วนต่อความเป็นจริงทางการเมืองของพม่า ประเทศไทยในฐานะเพื่อนบ้านโดยตรงจำเป็นต้องเข้าใจผู้เล่นทุกฝ่าย ไม่ใช่แค่ฝ่ายที่มองเห็นได้ง่าย”

ครอบครัวของ KNO ยังคงสู้รบอยู่ในแนวหน้าในนามของกองทัพกะฉิ่น (KIA) เขากล่าว “แทบทุกครอบครัวของ KNO วันนี้มีสมาชิกอยู่ในแนวหน้า”

สิ่งที่ไม่เปิดเผยต่อสื่อมากนักจนถึงตอนนี้ก็คือ KNO ยังมีปีกกำลังรบของตนเอง


กรมรบพิเศษที่ 108 กองทัพจิงปอแลนด์ ปีกทางการทหารของ KNO


กรมรบพิเศษที่ 108 กองทัพจิงปอแลนด์ ในห้วงปฏิบัติการ 1027 พื้นที่รัฐฉานเหนือ ในเดือนตุลาคมปี 2023

ตามคำบอกของกุน ตอย ลายาน KNO มี กรมรบพิเศษที่ 108 แห่งกองทัพจิงปอแลนด์ (108th Special Regiment of the Jinghpawland Army) ซึ่งเป็นหน่วยกองโจรที่ปฏิบัติการในพื้นที่รัฐกะฉิ่นและอนุรัฐกะฉิ่น (Kachin sub-state) ในพื้นที่รัฐฉานตอนเหนือ

หน่วยนี้ทำสงครามแบบจรยุทธ โดยระหว่างปฏิบัติการ 1027 ก็มีส่วนร่วมกับพันธมิตรสามภราดรภาพ (3BHA) และฝ่ายต่อต้านในยุทธการร่วมที่นำไปสู่การยึดจุดยุทธศาสตร์สำคัญ เช่น ด่านการค้า 105 ไมล์ใกล้เมืองหมู่เจ้-น้ำคำ เมืองล่าเสี้ยว (Lashio) และเมืองจ็อกแม (Kyaukme)

“การปฏิบัติการเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามร่วมกัน เพราะเรามีศัตรูร่วมกัน” เขากล่าว ซึ่งศัตรูร่วมกันในที่นี้คือกองทัพพม่า

กองกำลังเดิมของ KNO คือ กองทัพสหกะฉิ่นแลนด์ (United Kachinland Army) ได้ควบรวมเข้ากับกองทัพเอกราชกะฉิ่น (KIA) อย่างเป็นทางการในปี 2012 นักรบ KNO บางคนกลายเป็นผู้บัญชาการระดับสูงใน KIA ขณะที่อีกจำนวนหนึ่งเสียชีวิตในสนามรบ

ข้อมูลนี้ท้าทายภาพลักษณ์ที่มอง KNO เป็นเพียงกลุ่มการเมืองในต่างแดนที่ไร้อำนาจในพื้นที่

สหพันธรัฐไม่ใช่คำตอบอีกต่อไป?

หลายทศวรรษที่ผ่านมา KIO และขบวนการชาติพันธุ์จำนวนมากพยายามผลักดัน “สหพันธรัฐ” แต่ KNO เห็นว่าหนทางนี้พังทลายลงแล้วภายใต้การแบ่งแยกแล้วปกครองของกองทัพพม่า

“รัฐธรรมนูญปี 2008 ไม่ได้ให้ทางออกทางการเมืองใด ๆ” กุน ตอย ลายาน กล่าว “ยุทธศาสตร์แบ่งแยกแล้วปกครองของกองทัพทำให้พลังต่อรองของฝ่ายชาติพันธุ์อ่อนแอ”


ที่ประชุมใหญ่กะฉิ่น  (Kachin Convention) ในเดือนมกราคม 2019 ที่ จ.เชียงใหม่

ในปี 2019 KNO จัดการประชุมใหญ่กะฉิ่น (Kachin Convention) ที่เชียงใหม่ ผู้แทนจากดินแดนกะฉิ่นลงมติให้ชาวกะฉิ่นเดินหน้าสู่เอกราชเต็มรูปแบบ

“นั่นคือพันธกิจที่เราดำเนินอยู่ในวันนี้” เขากล่าว

ทำไมต้องใส่ใจกอทูเล?


ผู้แทนรัฐบาลกอทูเล GoK และผู้แทนองค์กรแห่งชาติกะฉิ่น KNO ลงนาม MoU ในปี 2025 เพื่อร่วมมือทางการเมือง

การรับรองรัฐกะเหรี่ยงขององค์กรแห่งชาติกะฉิ่น KNO ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ

“ผู้ก่อตั้งกอทูเลและผู้นำของเราต่อสู้ร่วมกันมานานแล้ว” กันผา ตู สะดาน กล่าว “เรามีความสัมพันธ์และความเคารพซึ่งกันและกัน”

ทั้งสองฝ่ายลงนามใน บันทึกความเข้าใจ (MoU) ในปี 2025 เพื่อร่วมมือทางการเมือง

“เป้าหมายทางการเมืองของเราสอดคล้องกัน” เขากล่าว “เราจะสนับสนุนกันและกัน”

เมื่อถามว่าการหนุนกอทูเลหมายความว่ากะฉิ่นจะเดินเส้นทางเดียวกันนี้หรือไม่ เขาตอบชัดเจนว่า

“ใช่ เราจะจับมือกันสร้างรัฐบาลกอทูเล และพวกเขาจะช่วยเราสร้างชาติกะฉิ่น”

ถามว่ารัฐเอกราชของกะฉิ่นจะเกิดขึ้นเมื่อใด เขายิ้มกว้างและบอกว่าไม่สามารถเปิดเผยได้ “แต่คุณจะได้เห็นแน่นอน”

 

ทุกอย่างเริ่มจากเล็กๆ

นักวิจารณ์มองกอทูเลว่าเป็นฝันเพ้อของคนกลุ่มเล็ก ๆ กันผา ตู สะดาน ปฏิเสธกรอบคิดนั้น

“ถ้าดูประวัติศาสตร์ของชาติที่ได้รับอิสรภาพ ทุกชาติเริ่มจากคนกลุ่มเล็กๆ” เขากล่าว พร้อมยกตัวอย่างการปฏิวัติจีนปี 1911 ของ ดอกเตอร์ ซุน ยัตเซ็น ที่ใช้คนกลุ่มหนึ่งโค่นล้มจักรวรรดิจีนได้ การก่อตั้ง KIA โดยนักศึกษา 7 คน และการเติบโตของกองทัพอาระกัน AA จากคนหนุ่มเต็มไปด้วยฝันไม่กี่คน

“พวกเขาหว่านเมล็ดแล้ว พวกเขาปลูกแรงบันดาลใจ” เขากล่าวถึงผู้นำกะเหรี่ยง “และเมล็ดเหล่านั้นจะเติบโตเป็นต้นไม้ใหญ่”

“และเราทุกคนรู้ดีว่าการสร้างชาติใหม่ไม่ใช่เรื่องง่าย ไม่ต้องห่วงเรื่องนั้น”

 

KNO ยังไม่มีดินแดนบริหารของตนเอง

“เรายังไม่มีพื้นที่ปกครอง” เขากล่าว “แต่แนวคิดและแรงบันดาลใจทางการเมืองสำคัญยิ่ง ผมยืนยันได้ว่าชาวกะฉิ่นต้องการชาติอิสระ” เขาบอกว่าเมื่อมีความตั้งใจมากพอ หนักแน่นพอ เขาจะสามารถรวบรวมการสนับสนุนจากทุกฝ่ายได้

“นายพลเนอดาและรัฐบาลของเขา ต้องการการสนับสนุนจากทุกฝ่าย จากกองกำลัง จากประชาชน จากนานาประเทศ พวกเราทุกกลุ่มบนเส้นทางนี้ก็เช่นกัน เรารู้ว่ามันไม่ง่าย แต่ความยากไม่ได้ทำให้เราถอย บรรพบุรุษของเราสละชีวิตเพื่อจะให้ได้สาธารณรัฐที่สงบสุข พวกเขาลงนามในสนธิสัญญาปางหลวง และเคารพมันเหนือเกล้า พวกเขาสละชีวิตเพื่อจะไปให้ถึงจุดนั้น เราเคารพบรรพบุรุษของเรา แต่ถึงเวลาที่เราต้องยอมรับว่ามันเป็นไปไม่ได้แล้ว”

 

เส้นทางที่ไม่หวนกลับ

“วิสัยทัศน์ของเราชัดเจน” กุน ตอย ละยัน กล่าว “กะฉิ่นแลนด์ต้องเป็นอิสระ ส่วนรัฐของชาวพม่าที่ยังอยู่ หากพวกเขาพ้นจากการปกครองของทหารมาได้ ก็สามารถเป็นเพื่อนบ้านเราอย่างสันติ”

“สหภาพที่เป็นอยู่มันล้มเหลวแล้ว” เขากล่าวเสริม “ยุคของการบังคับให้อยู่ร่วมกันมันสิ้นสุดแล้ว”

อนาคตของกอทูเลยังไม่แน่นอน

แต่ที่แน่นอนคือ ไม่ใช่กอทูเลเท่านั้นที่ยืนยันว่าพม่าไม่ใช่อนาคตของพวกเขาอีกต่อไป

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง