คนไทยในต่างประเทศถือเป็นคนกลุ่มแรกที่ได้ใช้สิทธิออกเสียงเลือกตั้งทั่วไปและการลงประชามติ เยี่ยมยุทธ สุทธิฉายา ผู้สื่อข่าวพิเศษที่อาศัยในสหรัฐอเมริกาพูดคุยกับชาวไทยในต่างแดน ทั้งในสหรัฐฯ, ออสเตรเลีย และอังกฤษ ถึงประสบการณ์ที่พวกเขาพบเจอ บางคนเล่าว่ากระบวนการนี้ง่ายและน่าเชื่อถือ ขณะเดียวกัน มีบางคนที่ประสบปัญหาในการใช้สิทธิ
“ประทับใจที่สุด” คือคำกล่าวของวิทวัส ชาวไทยผู้มีสิทธิออกเสียงจากแคลิฟอร์เนีย ที่เล่าถึงประสบการณ์การเลือกตั้งและลงประชามติจากต่างแดน
เขาเล่าว่าการลงทะเบียนเพื่อขอใช้สิทธิทางไปรษณีย์เป็นไปอย่างราบรื่น เอกสารที่จำเป็นทั้งหมดถูกส่งมาทางไปรษณีย์ ไม่ว่าจะเป็นคำอธิบายวิธีการออกเสียงอย่างละเอียด รายชื่อผู้สมัคร และซองจดหมายแบบชำระค่าส่งล่วงหน้าแล้วสำหรับส่งคืนที่มาพร้อมระบบติดตามซองเอกสาร
ขณะที่ประเทศไทยกำลังเดินหน้าสู่การเลือกตั้งทั่วไปและการทำประชามติเรื่องรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ชาวไทยในต่างประเทศหลายแสนคนเป็นกลุ่มแรกที่ได้ลงคะแนนเสียง สถานทูตและสถานกงสุลไทยในประเทศต่างๆ ทำงานมือเป็นระวิงเพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ตั้งแต่การลงคะแนนเสียง การนับคะแนน และการส่งบัตรลงคะแนนกลับประเทศไทยโดยใช้ถุงเมล์ทางการทูต
แม้ว่าหลายประเทศได้รับคำชื่นชมในเรื่องประสิทธิภาพ แต่โหวตเตอร์จำนวนมากก็เผชิญกับปัญหาระหว่างทางที่ทำให้เกิดข้อสงสัยว่าเสียงของพวกเขาจะถูกนับหรือไม่
การลงประชามติแยกออกมา สร้างความสับสน
ที่ผ่านมาการเลือกตั้งในนอกราชอาณาจักรสามารถทำได้โดยการลงคะแนนด้วยตนเองที่สถานทูตหรือสถานกงสุล หรือลงคะแนนทางไปรษณีย์ ขึ้นอยู่กับว่าสถานทูตในประเทศนั้นๆ จะจัดการเลือกตั้งในรูปแบบใด บางประเทศเลือกใช้วิธีใดวิธีหนึ่ง ในขณะที่บางประเทศอนุญาตให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งเลือกได้ทั้งสองวิธี
ในสหรัฐอเมริกา สถานเอกอัครราชทูตใช้ระบบลงคะแนนทางไปรษณีย์ โดยผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่ลงทะเบียนไว้จะได้รับบัตรเลือกตั้งที่จะต้องส่งคืนไปที่สถานกงสุลใกล้เคียงหลังลงคะแนนแล้ว
ในกรณีของผู้สื่อข่าวเองสามารถลงทะเบียนออนไลน์ได้อย่างราบรื่น แต่เว็บไซต์ลงทะเบียนของรัฐบาลบางทีก็โหลดช้าหรือเข้าไม่ได้ไปเฉยๆ วิธีแก้คือการเข้าเว็บไซต์เพื่อลงทะเบียนหลังเที่ยงคืนตามเวลาไทยเพื่อเลี่ยงปัญหาเว็บล่มในช่วงที่มีผู้ใช้งานจำนวนมาก
เมื่อวันที่ 16 มกราคมที่ผ่านมา ซองเอกสารที่บรรจุบัตรเลือกตั้งก็มาถึงตู้ไปรษณีย์ของผู้สื่อข่าวในรัฐเวอร์จิเนีย โดยมีเอกสารแนบคล้ายกับของวิทวัสความแตกต่างเพียงอย่างเดียวคือ ผู้สื่อข่าวจะต้องส่งบัตรเลือกตั้งที่ลงคะแนนแล้วกลับไปยังสถานกงสุลใกล้เคียงในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ภายในวันที่ 27 มกราคม

ภาพบัตรเลือกตั้งของ เยี่ยมยุทธ (ผู้สื่อข่าว)
กระบวนการที่คล้ายกันนี้ได้ถูกใช้ทั่วสหรัฐอเมริกา โดยพัสดุจะต้องถูกส่งกลับไปยังสถานกงสุลที่กำหนดไว้ในนิวยอร์ก ลอสแอนเจลิส ชิคาโก หรือวอชิงตัน ดี.ซี.
ปัญหาที่คล้ายกันอีกเรื่องหนึ่งซึ่งแหล่งข่าวทุกคนในสหรัฐฯ ตั้งข้อสงสัยก็คือ การลงประชามตินอกราชอาณาจักรที่ต้องลงทะเบียนแยกกับการเลือกตั้งทั่วไป
ระเบียบของคณะกรรมการเลือกตั้ง (กกต.) กำหนดว่า การลงทะเบียนเพื่อทำประชามตินอกราชอาณาจักรจะต้องดำเนินการภายในระยะเวลาเดียวกับกระบวนการเลือกตั้งทั่วไป อย่างไรก็ตาม ช่วงระยะเวลาที่ให้ลงทะเบียนเพื่อออกเสียงประชามตินั้นค่อนข้างสั้น คือเปิดให้ลงทะเบียนเพียงสามวัน (3-5 มกราคม) เท่านั้น ในขณะที่ระยะเวลาการเลือกตั้งกินเวลากว่าสองสัปดาห์ (20 ธันวาคม - 5 มกราคม) จึงทำให้เกิดคำถามว่าทำไมกระบวนการนี้จึงต้องทำแยกต่างหาก และทำไมจึงให้เวลาในการลงทะเบียนเพียงช่วงสั้นๆ
กลไกที่อยู่เบื้องหลังความซับซ้อนนี้ดูเหมือนจะขึ้นอยู่กับ กกต. จากที่สถานทูตไทยทั่วโลก อาทิ สหรัฐฯ, โตเกียว, ปารีส ต่างเน้นย้ำว่าการลงทะเบียนเพื่อขอออกเสียงประชามตินั้นแยกต่างหาก ซึ่งสอดคล้องกับคำสั่งของ กกต.
แสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. กล่าวกับสื่อมวลชนว่า ขั้นตอนการลงทะเบียนเพื่อออกเสียงประชามติที่มีมาเพิ่มเติมนั้น ใช้เวลาทำเพียงสามนาทีเท่านั้น ด้วยเวลาที่ให้ไว้ 4,320 นาที (72 ชั่วโมง คูณ 60 นาที) ผู้มีสิทธิเลือกตั้งน่าจะมีเวลาเพียงพอที่จะเตรียมตัว
กตัญชลี ชัยชนะวิโรจน์ ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งครั้งแรกจากชิคาโก บอกเล่าประสบการณ์ของเธอในอีกแบบ เธอบอกว่าเว็บไซต์ลงทะเบียนนั้นแทบจะไม่ล่ม แต่ช่วงระยะ 3 วันที่เปิดให้ลงทะเบียนอยู่ในช่วงวันหยุดปีใหม่ ซึ่งมีส่วนทำให้เกิดปัญหา
“มีคนที่สงสัยว่าทำไมไม่สามารถลงทะเบียนพร้อมกันได้ ให้เสร็จไปครั้งเดียว ทำให้คนสับสนมาก เสียทั้งเวลาและสร้างความสับสน”
ชาวไทยในชิคาโกคนนี้บอกด้วยว่า สถานกงสุล ณ นครชิคาโก ทำหน้าที่ตอบคำถามผู้มีสิทธิเลือกตั้งและแจ้งข้อมูลอย่างเต็มที่ อย่างไรก็ตาม เธอพบว่าภาษาทางการในคู่มือการลงคะแนนเสียงนั้นเข้าใจยาก ทำให้เธอต้องหาข้อมูลเพิ่มเติมจากโซเชียลมีเดีย

เอกสารคำชี้แจงจากสถานทูต
วิทวัสเห็นด้วยว่าการลงประชามติแยกออกมาต่างหากนั้นเพิ่มความยุ่งยากขึ้นเล็กน้อย
อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่กงสุลก็กระตือรือร้นในการตอบคำถามต่างๆ ผ่านทางแชทในแอปพลิเคชันไลน์ นอกจากนี้ คลิปวิดีโอแนวตั้งของสถานกงสุลที่นครลอสแองเจลิส ซึ่งมีกงสุลใหญ่ ต่อ ศรลัมพ์ มาแกะถุงบัตรลงคะแนนเอง ก็ช่วยให้เห็นภาพขั้นตอนต่างๆ ได้ชัดเจนยิ่งขึ้น
ปัญหาเรื่องโลจิสติกส์
จำนวนผู้มีสิทธิลงคะแนนเสียงในต่างประเทศที่ลงทะเบียนไว้ทั้งหมด ตามที่ กกต. ประกาศ คือ 139,810 คน ในขณะที่ผู้ลงทะเบียนเพื่อการลงประชามติมีเพียง 95,975 คน ซึ่งคิดเป็นหนึ่งในสามของจำนวนผู้มีสิทธิลงคะแนนเสียงในต่างประเทศที่ลงทะเบียนไว้
ความแตกต่างดังกล่าวไม่ได้รวมถึงคนไทยบางส่วนที่ไม่ได้รับบัตรลงคะแนนประชามติ แม้ว่าเจ้าตัวจะลงทะเบียนแล้วก็ตาม หนึ่งในนั้นคือ แอน (นามสมมติ) ซึ่งระบุว่าเธอไม่พบบัตรลงคะแนนประชามติอยู่ในพัสดุที่ส่งถึงเธอ
เธอเปิดเผยภาพแชทที่เธอสนทนากับสถานกงสุลแอลเอให้ประชาไทดู ข้อความจากเจ้าหน้าที่ระบุว่าทางสถานกงสุลไม่สามารถทำอะไรได้
เนื่องจากเธอไม่มีทางเลือกอื่น เธอจึงต้องประกาศการไม่เข้าร่วมการลงประชามติทางออนไลน์ โดยระบุเหตุผลว่ามีเหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้น
“รู้สึกแย่มากเลยค่ะ คิดว่าข้อผิดพลาดเกิดขึ้นได้อยู่แล้ว แต่ควรมีแนวทางแก้ไขไว้ด้วยค่ะ ยิ่งเป็นเรื่องสำคัญด้วย อันนี้คือไม่มี plan b เลย” แอนกล่าว
การขนส่งและการจัดการด้านเวลาและพื้นที่เป็นประเด็นสำคัญในการเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร สภาพอากาศที่เลวร้ายหรือความล่าช้าของบริการไปรษณีย์มีส่วนทำให้ผู้คนอยากไปลงคะแนนเสียงน้อยลง
นิติพร (สงวนนามสกุล) อาศัยอยู่ในประเทศอังกฤษ เธอลงทะเบียนเพื่อใช้สิทธิเลือกตั้งและลงประชามติในช่วงต้นเดือนมกราคม อย่างไรตาม กว่าบัตรลงคะแนนทางไปรษณีย์มาถึงหลังจากนั้น 3 สัปดาห์ ทำให้เธอมีเวลาแค่ 5 วันทำการในการลงคะแนนและส่งกลับซองเอกสารไปยังสถานทูต
เธอกล่าวว่า แม้ว่าจะเจอทั้งปัญหาเว็บไซต์ลงทะเบียนขัดข้องและความล่าช้าในการจัดส่งบัตรเลือกตั้ง แต่เธอก็หวังว่าคะแนนเสียงของเธอจะนำมาซึ่งรัฐบาลที่ "มาจากการเลือกตั้งของประชาชนอย่างแท้จริง และนำพาบ้านเกิดของเราไปสู่ประชาธิปไตยที่แท้จริง"
มีหลายคนแสดงความคิดเห็นในโพสต์เฟซบุ๊กของสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงลอนดอน เกี่ยวกับบัตรเลือกตั้งที่ล่าช้า ในกรณีของนิติพร เธอติดต่อสถานเอกอัครราชทูตและได้รับบัตรเลือกตั้งที่ส่งมาใหม่ทางไปรษณีย์
สถานการณ์คล้ายกันนี้เกิดขึ้นในฝรั่งเศส โดยสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงปารีส ประกาศว่ามีความล่าช้าในการจัดส่งบัตรเลือกตั้งเนื่องจากปัญหาระบบไปรษณีย์ของฝรั่งเศส และได้ขยายวันรับซองเอกสารคืนจากประชาชน จากวันที่ 30 มกราคม เป็นวันที่ 2 กุมภาพันธ์
ปัจจุบันยังไม่ชัดเจนว่ามีผู้ได้รับผลกระทบจากความล่าช้าในการจัดส่งบัตรเลือกตั้งหรือไม่ได้รับบัตรเลือกตั้งเลยเป็นจำนวนกี่ราย ประชาไทติดต่อศูนย์ประสานงานการเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร กรมการกงสุลเพื่อขอข้อมูล แต่ยังไม่ได้รับคำตอบ

หน่วยเคลื่อนที่ของสถานทูต ประจำอยู่ที่วัดพุทธแห่งหนึ่งไม่ไกลจากกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. เพื่ออำนวยความสะดวกในการลงทะเบียน ผู้สื่อข่าวได้พูดคุยกับหนึ่งในคนที่เดินทางมาลงทะเบียนที่นี่ เพราะเว็บไซต์ล่มบ่อย หลายคนเป็นผู้สูงอายุที่ลงทะเบียนออนไลน์ผ่านมือถือไม่เป็น
ในออสเตรเลีย ประเทศที่มีจำนวนผู้มีสิทธิลงคะแนนเสียงมากที่สุด พวงพรรณ ภู่ขำ ผู้อาศัยในบริสเบน ไม่ปล่อยให้มีข้อผิดพลาดใดๆ เกิดขึ้น เธอเดินทางไปยังซิดนีย์เพื่อใช้สิทธิลงคะแนนเสียงด้วยตนเอง
“ปีนี้ตอนแรกพี่ว่าจะเลือกทางไปรษณีย์ แต่พี่ไม่มั่นใจประสิทธิภาพของความเร็วของไปรษณีย์ออสเตรเลีย”
ชาวไทยผู้อาศัยในบริสเบนคนนี้เล่าว่า เธอได้ทราบถึงปัญหาการส่งบัตรเลือกตั้งล่าช้าที่บางคนได้เผชิญ และกรณีที่บุรุษไปรษณีย์อาจไม่วางพัสดุทิ้งไว้ หากไม่มีใครออกมารับ
พวงพรรณกล่าวถึงประสบการณ์การเดินทางมาลงคะแนนเสียงด้วยตัวเองว่าเป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ โดยเธอใช้เวลาน้อยกว่า 10 นาทีในการลงคะแนนเสียงเลือกตั้งและประชามติ ซึ่งเร็วกว่าและเป็นระเบียบกว่าการลงคะแนนเสียงที่เธอเคยทำในปี 2023
ชวินโรจน์ เอื้อนิธิเลิศ ผู้มีสิทธิเลือกตั้งชาวไทยในแคลิฟอร์เนียที่เคยไปลงคะแนนเสียงในต่างประเทศหลายครั้ง กล่าวว่า สถานเอกอัครราชทูตไทยในสหรัฐฯ มีประสิทธิภาพในการจัดการเลือกตั้ง การลงประชามติครั้งนี้เป็นเพียงการเพิ่มขั้นตอนให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งได้รับทราบข้อมูลมากขึ้นเท่านั้น
เขาหวังว่าการลงคะแนนทางไปรษณีย์ที่ถูกต้องตามกฎหมายในสหรัฐอเมริกาจะสามารถเป็นแรงบันดาลใจให้เกิดการพัฒนาในลักษณะเดียวกันในประเทศไทยได้
“เขา (ที่สหรัฐฯ) ให้หลายช่องทางมากเลย บัตรที่ส่งมาที่บ้านเนี่ย เรามานั่งกอดเอาไว้แล้วก็นั่งอ่านทุกอย่างได้สอง-สามอาทิตย์เลย แล้วก็มีสื่อต่างๆ มีเมล์ ทุกคนมีอิสรภาพในการบอกว่าคุณควรจะโหวตสิ่งๆ นี้”
“ซองเลือกตั้งเองมีรายละเอียดเยอะมาก ในรายละเอียดบอกเลยว่า สมมติประชามติข้อนี้มีข้อดีข้อเสียยังไงในสังคม แล้วก็มีบทบัญญัติ มีอะไรให้อ่าน” ชวินโรจน์กล่าว
