Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

สปสช. จับมือภาคีเครือข่าย ตั้งเป้าปี 2569 ขยาย “ห้องเรียนปลอดฝุ่น” 2,000 แห่งทั่วประเทศ รับมือปัญหาฝุ่น PM 2.5 ดูแลสุขภาพเด็กไทย พร้อมย้ำ กรุงเทพมหานครยังมีง กปท. กว่า 960 ล้านบาท ชวนชุมชน/หน่วยงานที่พร้อม เสนอขอโครงการ ขณะที่กรุงเทพมหานครประกาศพร้อมเป็นพี่เลี้ยงสนับสนุนพื้นที่ดำเนินงาน


แฟ้มภาพ NBT Connext

สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) จัดเวทีเสวนาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ “ห้องเรียนปลอดฝุ่นกับสุขภาพเด็กเล็ก ความร่วมมือของชุมชนและหน่วยงานรัฐ” ณ ศูนย์พัฒนาเด็กก่อนวัยเรียนชุมชนแหลมทองพัฒนา เขตสวนหลวง กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 30 มกราคม 2569 โดยศูนย์ดังกล่าวเป็นหนึ่งในตัวอย่างความสำเร็จของการจัดทำห้องเรียนปลอดฝุ่น ภายใต้ความร่วมมือของชุมชนและสำนักงานเขตสวนหลวง ใช้งบจากกองทุน กปท. ในการปรับปรุงห้องเรียน

ดร.นงลักษณ์ ยอดมงคล ผู้ช่วยเลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ กล่าวว่า สปสช. ให้ความสำคัญกับการดูแลกลุ่มเปราะบาง โดยเฉพาะเด็กเล็ก กลไกสำคัญในการขับเคลื่อนคือกองทุน กปท. อย่างไรก็ตาม การดำเนินงานไม่อาจอาศัยเพียงงบประมาณ ต้องอาศัยความร่วมมือจากภาคีระดับพื้นที่และท้องถิ่นร่วมกันผลักดัน สำหรับในส่วนของโครงการห้องเรียนปลอดฝุ่นนี้ สปสช. และภาคีเครือข่ายได้ตั้งเป้าหมายระยะ 3 ปี ในการสร้างห้องเรียนปลอดฝุ่นจำนวน 8,000 แห่งทั่วประเทศ โดยเบื้องต้นปี 2569 ตั้งเป้า 2,000 แห่งทั่วประเทศ ก่อนขยายเพิ่มเติมในปีต่อไป โดยครูศูนย์พัฒนาเด็กเล็กและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) สามารถร่วมกันเขียนโครงการเพื่อเสนอขอรับงบจากกองทุน กปท. ได้ โดยมี สปสช. เขตพื้นที่ทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยง

โฆษณา - Advertising

“ปัจจุบัน กทม. มีศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก 1,196 แห่ง ระยะแรกได้รับการสนับสนุนงบจากสำนักอนามัย กทม. และ สสส. ดำเนินการแล้ว 98 แห่ง ปี 2569 จะเพิ่มเป็น 542 แห่ง และอีกกว่า 500 แห่งจะดำเนินการให้ครบทุกศูนย์” ดร.นงลักษณ์กล่าว และว่า สำหรับพื้นที่ สปสช. อีก 12 เขต นั้น ทาง สสส.และภาคีระดับพื้นที่ได้จัดทำข้อมูลพื้นที่เสี่ยงฝุ่น PM 2.5 โดยใช้ข้อมูลดาวเทียมประกอบการพิจารณา ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลาง

ด้าน ดร.นพ.ไพโรจน์ เสาน่วม ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนการควบคุมปัจจัยเสี่ยงทางสุขภาพ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวว่า ปัญหา PM 2.5 เป็นวาระระดับประเทศ ต้องแก้ไขเชิงระบบ แม้การรักษาจะมีความเข้มแข็งมากขึ้น แต่การป้องกันต้นทางยังมีความสำคัญ โดยต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งการผลักดันกฎหมายอากาศสะอาด การสื่อสารป้องกันตนเอง และการพัฒนาห้องปลอดฝุ่นในหลายบริบท โดยเฉพาะเด็กเล็กซึ่งอยู่ในวัยเจริญเติบโต

สำหรับเป้าหมายสร้างห้องเรียนปลอดฝุ่น 2,000 แห่งในปีนี้ สสส. สนับสนุนด้านข้อมูลวิชาการและการจัดทำมาตรฐาน เช่น ขนาดห้อง จำนวนเครื่องปรับอากาศและเครื่องฟอกอากาศ งบประมาณที่เหมาะสม และประสิทธิผลในการลดฝุ่น โดยมีกองทุน กปท. เป็นกลไกสนับสนุนงบประมาณ พร้อมเชิญชวนพื้นที่ที่มีความพร้อมเสนอขอโครงการ

น.ส.ซูรียา จะนือรง หัวหน้ากลุ่มหลักประกันสุขภาพ สำนักอนามัย กรุงเทพมหานคร กล่าวว่า ปีงบประมาณ 2568 มีโครงการห้องเรียนปลอดฝุ่นผ่านการพิจารณา 98 โครงการ ใช้งบประมาณกว่า 14 ล้านบาท ส่วนปีงบประมาณ 2569 ผ่านมา 4 เดือน มีโครงการผ่านแล้ว 22 โครงการ ใช้งบกว่า 3 ล้านบาท พร้อมระบุว่าขั้นตอนการขอรับงบได้ปรับให้ง่ายขึ้น โดยศูนย์บริการสาธารณสุขจะทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงให้ชุมชนในการเขียนโครงการ

โฆษณา - Advertising

นายบัญชา สืบกระพัน ผู้อำนวยการเขตสวนหลวง กล่าวว่า กทม. มีนโยบายชัดเจนในการพัฒนาศูนย์เด็กเล็ก เขตสวนหลวงมีศูนย์เด็กเล็ก 12 แห่ง ดำเนินการห้องเรียนปลอดฝุ่นแล้ว 6 แห่ง ที่เหลืออยู่ระหว่างดำเนินการ โดยความสำเร็จเกิดจากความร่วมมือของผู้นำชุมชน หากพื้นที่ใดพร้อม เขตสวนหลวงยินดีสนับสนุนทันที

ขณะที่ พ.ท.ทพ.ธนศักดิ์ ถัมภ์บรรฑุ ผู้อำนวยการ สปสช. เขต 13 กรุงเทพมหานคร กล่าวว่า กองทุน กปท. ไม่เพียงแก้ปัญหาสุขภาพ แต่เป็นเครื่องมือเสริมพลังให้ชุมชนจัดการปัญหาคุณภาพชีวิตของตนเอง ปัจจุบัน กทม. ยังมีงบกองทุน กปท. เหลือกว่า 960 ล้านบาท ชุมชนที่เห็นความเสี่ยงต่อกลุ่มเปราะบาง เช่น เด็กเล็กหรือผู้ป่วยติดบ้านติดเตียง สามารถเสนอขอโครงการทั้งการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรคได้ อย่างโครงการจัดทำห้องปลอดฝุ่นนี้ก็เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างที่ทำได้

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง
โฆษณา - Advertising