Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

พรรคประชาชนปราศรัยใหญ่เชียงใหม่เมื่อวันที่ 4 ก.พ. 2569 ประชาชนชาวเชียงใหม่นับพันคนพร้อมใจกันเดินทางมาฟังปราศรัยจาก สส. ในพื้นที่ของพวกเขา และผู้ช่วยหาเสียงของพรรคอีกหลายคนของพรรค อาทิ พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ , วีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร , ชัยธวัช ตุลาธน , หมออ๋อง ปดิพัทธ์ สันติภาดา และไอซ์ รักชนก ศรีนอก ประชาชนที่มามีทั้งนักเรียน นักศึกษา คนทำงาน และผู้ใหญ่วัยเกษียณ หลายคนพกเก้าอี้ ปูเสื่อ นั่งฟังปราศรัยเต็มพื้นที่ลานประเสริฐแลนด์ ประชาไทชวนสำรวจความคิดความเห็นของประชาชนที่มาฟังปราศรัยใหญ่ครั้งนี้ พรรคประชาชนอยู่ตรงไหนของความหวังเลือกตั้ง 2569 ของพวกเขา

กาย อายุ 19 ปี นิวโหวตเตอร์

กาย นิวโหวตเตอร์ วัย 19 ปี นักศึกษาชั้นปีที่ 1 คณะรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กล่าวว่า ก่อนหน้าที่จะมาฟังปราศรัยใหย่ของพรรคประชาชนก็ได้ไปฟังเวที “The Choice เลือกตั้ง 69” ที่ทางคณะรัฐศาสตร์ มช. จัดมาก่อนในช่วงกลางวัน หลังจากนั้นก็เหมือนว่าตัดสินใจได้แล้วว่าจะไปฟังเวทีไหนต่อ

“เดิมทีเราก็ตามติดฟังพรรคประชาชนตั้งแต่เขาเป็นพรรคอนาคตใหม่ เราก็ยังตามไปเรื่อยๆ เราไม่เห็นความด่างพร้อยในระบบของเขา เรามั่นใจว่าเขายืนบนหลักการมาโดยตลอด อะไรเก่าๆ ที่เราเห็นมาตั้งแต่การเลือกตั้งครั้งที่แล้ว เราก็ได้เห็นหลายพรรคได้เป็นรัฐบาลแล้ว เราก็ว่า “อาจจะยัง” เราก็อยากจะลองอะไรใหม่ๆ ในเมื่อเขาสามารถยืนบนอุดมการณ์ได้ตลอดเวลา เขาก็ต้องยืนให้เราได้เหมือนกัน”

โฆษณา - Advertising

นโยบายที่ชอบเป็นพิเศษของพรรคประชาชนคือ นโยบาย TCAS ฟรี “เราเพิ่งผ่านมาสดๆ ร้อนๆ เด็ก 68 จ่ายเพื่อสอบ 900 กว่าบาท 9 วิชา 900 บาทไม่ใช่เงินน้อยๆ ถ้าเราได้สอบฟรี เด็กๆ ได้สอบฟรีก็จะเป็นการลดค่าใช้จ่าย อย่างผมเป็นชาวเชียงใหม่แต่อยู่รอบนอก จะมาสอบเข้า มช. ก็ต้องเสียค่าใช้จ่ายอย่างอื่นอีก ถ้ามีส่วนนี้มารองรับก็จะเสียค่าใช้จ่ายน้อยลง”

ส่วนตัวยังไม่ได้หมดกับประเทศไทยมากจนเกินไป แต่ถ้ายังไม่มีการเปลี่ยนแปลงใหม่ๆ หรือไม่แก้ไขอะไรหลายอย่างในประเทศให้ไปในทางที่ถูกที่ควร ก็อาจทำให้สังคมที่เป็นอยู่แย่ลงไปกว่าเดิม “เราไม่อาจหวังอะไรใหม่ๆ จากสิ่งเก่าๆ ทำเหมือนเดิมแล้วจะหวังอะไรใหม่ๆ เป็นไปไม่ได้”

ปัจจุบันนี้ระบบต่างๆ ภายในประเทศก็ชัดด้วยตัวเองอยู่แล้วว่าทำไมพรรคประชาชนไม่ได้เป็นรัฐบาลเสียทีตั้งแต่การเลือกตั้งครั้งที่แล้ว ขอให้พรรคประชาชนสู้ต่อไป 

“นิวโหวตเตอร์มีขึ้นทุก 4 ปี เดี๋ยวเขาก็สูญพันธุ์ไปเอง แล้วมันจะเหลือแค่เรา” กาย กล่าว

โฆษณา - Advertising

พัด อายุ 33 ปี (คนใส่แว่น)

พัด อายุ 33 ปี ชาวเชียงใหม่ระบุว่า ไม่เคยเดินทางไปฟังปราศรัยของพรรคอื่นเลย ที่มาฟังพรรคประชาชนปราศรัยก็เพราะคิดว่าเป็นพรรคที่มีความหวังไม่เหมือนพรรคอื่น

“พรรคอื่นเราเห็นการทำงานของเขาแล้ว แต่พรรคนี้เรายังไม่เคยเห็น ก็อยากจะลองเห็นว่าถ้าสมมติพรรคประชาชนทำงาน (เป็นรัฐบาล) จะเป็นอย่างไร และอีกอย่างเรารู้สึกว่าเขาเป็นพลังของประชาชนจริงๆ ที่ไม่ได้มาจากทุนข้างหลัง” พัด กล่าว

นโยบายที่ชอบที่สุดคือเรื่องการกระจายอำนาจ ตอนนี้ประเทศไทยยังไม่มีการกระจายอำนาจมาสู่ท้องถิ่นอย่างแท้จริง ความเจริญกระจุกอยู่แค่จุดเดียว ถ้ามีการกระจายอำนาจเกิดขึ้นทุกจังหวัดก็จะมีความเจริญ มีอำนาจในการตัดสินใจภายในจังหวัดของตัวเองจากประชาชน และการทำงานที่ผ่านมาในฐานะฝ่ายค้านพรรคประชาชนพยายามทำให้ประชาชนได้เห็นงบประมาณแผ่นดินที่ถูกใช้ไป และตรวจสอบสิ่งต่างๆ ที่รัฐบาลทำลงไปว่าเป็นอย่างไรบ้าง พรรคประชาชนตรวจสอบมาอย่างละเอียดให้ประชาชนได้เห็น

โฆษณา - Advertising

ในการเมืองไทยทุกวันนี้ยังไม่มีพรรคไหนที่ทำให้รู้สึกว่ามีแสงหนึ่งที่จะจุดประกายความสว่างให้กับประชาชนได้เท่าพรรคประชาชน “ปัจจุบันนี้ความเป็นอยู่ของประชาชนไม่ได้ดีขึ้นเลย ไม่มีความเจริญก้าวหน้าเลย ยิ่งอายุ 30 ปี เรารู้สึกว่าไม่มีอะไรที่เจริญขึ้นสำหรับเราเลย เราก็เลยหวังว่าอย่างน้อยมันจะต้องดีขึ้นกว่านี้”

ถ้ารอบนี้พรรคประชาชนชนะการเลือกตั้งและจัดตั้งรัฐบาลไม่ได้ ด้วยเหตุใดก็ตาม “อยากจะบอกว่าเราเสียใจนะ แต่ในฐานะประชาชนเราพูดในฐานะประชาชน เราเลือกมาแล้วควรที่จะให้ประชาชนเป็นคนเลือกเอง ควรที่จะมีวิธีการทำให้พรรคประชาชนได้เป็นรัฐบาล”

จักรกฤษณ์ ปิจดี อายุ 39 ปี (คนด้านซ้าย)

จักรกฤษณ์ ปิจดี อายุ 39 ปี ติดตามการทำงานของพรรคประชาชนมาตลอดตั้งแต่สมัยเป็นพรรคอนาคตใหม่ ก้าวไกล เป็น Voter มาตลอด พอทราบว่าจะมีคาราวานพรรคประชาชนมาที่เชียงใหม่ก็ตามมาดูมาฟัง ครั้งที่แล้วก็ได้ไปฟังตอนที่มาปราศรัยที่ลานสามกษัตริย์

โฆษณา - Advertising

เมื่อถามว่าพรรคประชาชนพิเศษกว่าพรรคอื่นอย่างไร ทำไมถึงติดตามเลือกมาตลอด “ก็เนี่ย มองรอบๆ ทุกคนไม่ได้นัดกันมา ทุกคนมาเพราะมาเชียร์ส้มจริงๆ ไม่ได้จัดตั้งมา คนรู้คนก็มา เชียร์ๆ และมองไปคนที่มาก็หลากหลาย มีเด็ก มีผู้ใหญ่ มีวัยรุ่น วัยทำงาน มีคนที่เขาเกษียณ คนมันหลากหลาย”

ส่วนตัวชอบนโยบายของพรรคประชาชนในเรื่องของสังคมและคุณภาพชีวิต โดยเฉพาะ Palliative Care (การดูแลแบบประคับประคอง) เนื่องจากทำงานในโรงพยาบาลด้วยก็เลยอยากผลักดันประเด็นนี้ให้ทุกคนได้รับรู้

“Palliative Care เป็นเรื่องที่บางทีคนคนหนึ่งเราอาจจะเลือกเกิดไม่ได้ แต่เราเลือกที่จะใช้ชีวิต และจากไปอย่างมีศักดิ์ศรีได้ พรรคอื่นเขาไม่สนใจ แต่พรรคนี้เขามีนโยบายเป็นชิ้นเป็นอัน มีแนวทางมีการสนับสนุนเด่นชัดกว่าพรรคอื่น ก็คิดว่าจะทำให้คนจากไปอย่างศักดิ์ศรีได้ ชีวิตเราเราก็อยากจะไปอย่างสงบ ไปอย่างไม่ต้องทุกข์ทรมาน ถ้าเกิดว่าวันหนึ่งเราไปต่อไม่ไหว เป็นโรคร้ายแรงที่รักษาไม่หาย เราก็ควรจะมีสิทธิในการเลือกทำให้ชีวิตของเราบั้นปลายมีความสุขได้” จักรกฤษณ์ กล่าว

เมื่อถามว่าในสภาพบ้านเมืองทุกวันนี้พรรคประชาชนเป็นความหวังของเราอย่างไรบ้าง “เป็นความหวังจริงไหม ก็แอบคิดว่ามันจะมีอะไรบ้างอย่างที่ทำให้เขาสะดุด แต่เขาก็เป็นอะไรที่เปลี่ยนแปลง มันใหม่ ความคิดๆ นโยบายใหม่ๆ เป็นความรู้สึกที่ไม่เคยมีมาก่อน จากพรรคการเมืองอื่นก็เดิมๆ ดูไม่ทำให้เราก้าวไปข้างหน้าได้ คนอื่นก็เคยเป็นมาแล้ว (รัฐบาล) ก็ให้พรรคประชาชนเป็นหน่อยเถอะ เผื่อเขาจะทำอะไรที่มันดีๆ ขึ้นบ้าง”

โฆษณา - Advertising

สมมติว่าถ้าพรรคประชาชนชนะการเลือกตั้งรอบนี้จริงๆ และไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้อีกเป็นครั้งที่ 2 ในฐานะ Voter เราอยากพูดอะไร “ไม่เป็นไร ไม่เป็นไรจริงๆ คือว่าเราไปคาดหวังว่าเขาต้องได้เป็นรัฐบาลนะ ถ้าไม่ได้เป็นเราจะโกรธนะ ประเทศไทยมันก็เป็นแบบนี้ การจะเปลี่ยนแปลงอะไรสักอย่างเป็นเรื่องยาก เข้าใจเลยว่ามันยากจริงๆ จะเปลี่ยนความคิดคนในสังคมก็ต้องค่อยๆ เปลี่ยน การที่เขาก้าวมาจากอนาคตใหม่ มาก้าวไกล และมาพรรคประชาชนก็มองเห็นว่าคนก็เริ่มคิดได้ คนเริ่มตาสว่างมากขึ้น เริ่มมีความคิดคล้อยตามไปกับพรรคมากขึ้น ไม่ได้ (จัดตั้งรัฐบาล) ก็ไม่เป็นไร”

ถ้าจะให้พูดกับระบบหรือกลไกที่ทำให้พรรคประชาชนจัดตั้งรัฐบาลไม่ได้ อยากพูดว่าอะไร “ไปกาเห็นชอบซะ (ประชามติ) เราจะได้เห็นอะไรใหม่ๆ”

มิสเตอร์บวรแลนด์ อายุ 37 ปี , น้องส้ม อายุ 25 ปี , ฟ้าเซย์ yes อายุ 25 ปี (นามสมมติทั้ง 3 คน)

แก๊งพี่สาวที่มาฟังปราศรัยใหญ่พรรคประชาชนทั้ง 3 คน มิสเตอร์บวรแลนด์ อายุ 37 ปี ฟ้าเซย์ yes อายุ 25 ปี น้องส้ม อายุ 25 ปี (นามสมมติทั้ง 3 คน) เปิดใจว่าไม่เคยเดินทางไปฟังปราศรัยของพรรคอื่นมาก่อน รู้สึกผิดหวังจากการเลือกตั้งครั้งที่แล้วก็เลยมาในวันนี้ วันนั้นมี สว. โหวตเลือกนายกฯ แต่ตอนนี้ไม่มีแล้ว มีความหวังสุดๆ

ส่วนมิสเตอร์บวรแลนด์เป็นสมาชิกของพรรคประชาชนด้วย ส่วนตัวเลือก สส. ตี๋ ภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์ เชียงใหม่เขต 8 ของพรรคประชาชนมาตั้งแต่การเลือกตั้งครั้งที่ผ่านๆ มา ถ้าพรรคประชาชนโดนยุบ สส. ตี๋ ลงสมัครไม่ได้ ตนเองจะไปสมัครแทน

น้องส้มกล่าวว่า “ตั้งแต่มีสิทธิเลือกตั้งเราก็เลือกพรรคนี้มาตลอด แต่ยังไม่เคยมีโอกาสได้มาฟังปราศรัย ครั้งนี้คือครั้งแรก”

ฟ้าเซย์ yes บอกว่าเธอชอบนโยบายของพรรคประชาชนที่ผลักดันสิทธิในคนทุกช่วงวัย ทั้งเด็กและผู้สูงอายุ โดยเฉพาะเรื่องผู้สูงอายุ พรรคประชาชนทำให้เห็นว่าเขาแคร์สวัสดิการของคนทุกวัย ขณะที่มิสเตอร์บวรแลนด์ชื่นชอบนโยบายมีส้มไม่มีเทาที่ต้องการอุดรอยรั่วของการคอร์รัปชั่นต่างๆ “ประเทศไทยมาถึงทางตันแล้ว เราต้องอุดรอยรั่วให้ได้ ดังนั้นมีส้มไม่มีเทา และนโยบายที่ 2 คือ หวยใบเสร็จ ที่กระตุ้นเศรษฐกิจให้ถึงพ่อค้าแม่ค้า” ส่วนน้องส้มมองจากนโยบายที่ผ่านๆ มาพรรคประชาชนพูดและทำได้จริง มองเห็นทุกกลุ่มคนในสังคมทั้งเด็ก ผู้ใหญ่ คนสูงอายุ นโยบายตอบรับกลุ่มคนที่หลากหลาย

ในสภาพบ้านเมืองทุกวันนี้น้องส้มยังไม่เคยเห็นพรรคอื่นที่ทำนโยบายได้ถูกใจตนเองเท่าพรรคประชาชนมาก่อน ส่วนมิสเตอร์บวรแลนด์อยากเห็นรัฐมนตรีที่มาจากประชาชนไม่ได้มาจากโควต้าการจัดสรร

“เราก็ต้องลองให้โอกาสเขา เอาจริงๆ เราก็ไม่รู้หลอกว่าเขาจะทำได้จริงไหม เราไม่เคยเห็นเขาเป็นรัฐบาลจริงๆ แต่ครั้งนี้เราอาจจะได้เห็นแล้ว นี่คือความหวัง” ฟ้าเซย์ yes

ถ้าพรรคประชาชนชนะการเลือกตั้งครั้งนี้อีกครั้งและจัดตั้งรัฐบาลไม่ได้ด้วยเหตุผลใดก็ตาม น้องส้มกล่าวว่า “ถ้ากล้าที่จะกลับมาใหม่ เราก็พร้อมที่จะเลือกใหม่” ส่วนฟ้าเซย์ yes ยืนยันว่าต่อให้พรรคประชาชนมา 10 ครั้ง ก็จะเลือก ยังไม่หมดหวัง

“มันเหมือนการปลูกต้นไม้ต้นหนึ่ง คือต้นส้ม ถึงแม้ว่าคนอื่นบอกว่าส้มไม่มีจริง แต่เราสัมผัสได้ เรารับรสชาติได้ ยิ่งมันเข้าตามันทำให้ตาสว่างขึ้นได้ ถึงแม้โดนยุบไม่เป็นไร แต่ส้มถูกบัญญัติเข้าไปในประเทศไทยแล้ว ยุบไปส้มเขาก็สร้างกลับขึ้นมาใหม่ได้ ทำให้ประชาชนมีความหวังและมีโอกาส” มิสเตอร์บวรแลนด์

ข้าราชการครูเกษียณ อายุ 75 ปี

ข้าราชการครูเกษียณ วัย 75 ปี ใส่เสื้อพรรคอนาคตใหม่เดินทางมาฟังปราศรัยของพรรคประชาชนพร้อมภรรยา วัย 69 ปี ระบุว่า ที่วันนี้เดินทางมาฟังปราศรัยก็เพราะอยากมาให้กำลังใจคนรุ่นใหม่ ส่วนตัวติดตามช่วงเริ่มก่อตั้งพรรคอนาคตใหม่ อยากเห็นการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยอยู่กับการเมืองแบบเดิมมาหลายสิบปี คนที่ขึ้นมาบริหารประเทศก็สลับกันไปสลับกันมา

“ผมตั้งแต่ทำงาน จนหลังเกษียณมาอีก 15 ปีแล้ว ประเทศก็เหมือนเดิม ถ้ามันจะเจริญเพราะคนรุ่นเก่ามันคงเจริญไปแล้ว ลูกเราก็ต้องเจอกับสิ่งแบบนี้ไปอีก 10 ปีข้างหน้า เราเลือกพรรคนี้เราก็ไม่รู้หรอกว่าจะได้อะไร แต่ที่แน่ๆ เขาไม่เหมือนคนอื่น เขายังไม่ได้ทำ แต่คนอื่นทำแล้วทำอีก ทำแล้วทำอีก มันไม่เจริญ เราก็อยากเห็นความเปลี่ยนแปลง” ข้าราชการครูเกษียณ กล่าว

นโยบายหลายๆ อย่างตรงกับความคิดของเราที่อยากให้เปลี่ยน เราเข้าใจว่าสิ่งที่พรรคประชาชนกำลังพยายามทำไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ภายใน 1 ปี ต้องใช้เวลา ลูกเราตอนนี้อายุ 40 กว่าก็อาจจะไม่ทันเห็นความเปลี่ยนแปลง แต่รุ่นหลานเราจะต้องได้เจอกับความเปลี่ยนแปลง ถ้าพรรคประชาชนได้เป็นรัฐบาลสัก 3 สมัย อย่างที่ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ บอกว่าขอ 3 สมัย ก็ 12 ปี หลายอย่างเปลี่ยนไม่ได้ภายในปีเดียว เราเข้าใจ

การศึกษาที่บอกว่าเรียนฟรี เราก็อยากบอกทุกพรรคด้วยว่าต่อให้คุณเรียนฟรีตลอดชีวิต แต่คุณภาพการศึกษาเป็นแบบนี้ เรียนฟรีก็ไม่ตอบโจทย์ เราต้องตอบโจทย์ที่หลักสูตร ความทันสมัยของตอบโจทย์

เมื่อถามว่าชอบนโยบายไหนของพรรคประชาชนที่สุดในการเลือกตั้งครั้งนี้ “ผมสนใจว่าเขาจะสร้างความเปลี่ยนได้ นโยบายเขามีเป็นร้อยข้อ เราชอบเขาทุกข้ออยู่แล้ว เรามีความมั่นใจว่าเขาจะสร้างความเปลี่ยนแปลงได้ ผมเคยพูดกับตัวแทนของพรรคตอนไปเลือกตั้งของอำเภอ คุณต้องทำพรรคให้เป็นสถาบัน หมายถึงว่าคุณต้องไม่มีใครที่ครอบพรรคคุณได้…คือผมดูแล้วพรรคอื่นมีเจ้าของพรรคหมด เอาแค่นี้ผมก็เลือกที่นี่แล้ว ถ้าเราเลือกเขา เรากลัดกระดุมเม็ดที่ 1 ถูก”

ในการเลือกพรรคประชาชนมีความหวั่นใจแค่ว่าพรรคจะโดนอะไรต่อ เช่น ไม่ให้เป็นรัฐบาล แต่ก็สู้กันต่อไป

เมื่อถามว่าถ้าพรรคประชาชนชนะการเลือกตั้งครั้งนี้และเกิดอุบัติเหตุทางการเมืองทำให้จัดตั้งรัฐบาลไม่ได้อีกครั้ง ในฐานะคนที่เลือกพรรคประชาชนมากับมืออยากจะบอกอะไร “อันนี้เป็นผมบอกตรงๆ บอกผมคิดไว้ว่าจะเป็นแบบนี้ แต่ต่อให้เขาไม่ได้จัดตั้ง ผมเชื่อว่าคะแนนเขาไม่ลด สองเขาก็จะได้ดอกาสสแกนคนที่จะอยู่กับพรรคต่อไป คนที่จะอยู่กับพรรคก็จะต้องรู้ว่าพรรคนี้ต้องสู้กับเรื่องแบบนี้นะ ไม่ง่ายนะ”

แล้วเราจะบอกอะไรกับคนหรือกลไกที่สกัดไม่ให้เขาจัดตั้งรัฐบาลได้ “พูดได้เหรอ (หัวเราะ)”

 

 

 

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง
โฆษณา - Advertising