8 ก.พ.2569 ที่ทำการพรรคประชาชน ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หวันหน้าพรรคประชาชนและแคนดิเดตนายกฯ ของพรรค แถลงถึงผลการเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการแม้ว่าผลจะยังไม่ 100% ยอมรับว่าพรรคประชาชนอาจไม่ได้เป็นพรรคอันดับหนึ่งแล้วแต่ก็เคารพในหลักการของระบบรัฐสภา แต่ก็ยินดีที่ตอนนี้ผลเห็นชอบการทำประชามติรัฐธรรมนูญฉบับใหม่สูงมากที่ตอนนี้มีอยู่ประมาณ 60%
หัวหน้าพรรคกล่าวว่า ขอเป็นกำลังใจให้กับพี่น้องประชาชนทุกคน เขาเชื่อว่าการเลือกตั้งทุกครั้งเป็นการหาทางออกให้กับประเทศ ตราบใดที่ประชาชนยังออกมาใช้สิทธิใช้เสียงกันเยอะๆ มั่นใจว่าประเทศไทยก็จะมีทางออก และวันนี้เพื่อน สส.และทีมผู้บริหารก็พร้อมเดินหน้าทำงานต่อเพื่อประชาชนทุกคน
ณัฐพงษ์ตอบคำถามสื่อว่าหากพรรคภูมิใจไทยเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลและรวบรวมเสียงได้ พรรคประชาชนก็จะทำหน้าที่เป็นพรรคฝ่ายค้านอยู่แล้วเพราะเคยประกาศแล้วว่าไม่สามารถโหวตให้แคนดิเดตของพรรคภูมิใจไทยได้ เพราะฉะนั้นตอนนี้พรรคประชาชนไม่ใช่พรรคอันดับหนึ่งกระบวนการตอนนี้เราต้องให้ทางพรรคอันดับหนึ่งดำเนินการจัดตั้งรัฐบาลก่อน แต่คงไม่จัดแข่งเพราะยึดมั่นในหลักการว่าพรรคอันดับหนึ่งจะต้องเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลก่อน และตอนนี้ยังไม่ได้มีการทาบทามพรรคการเมืองใดๆ เพราะว่าเราคงไม่ได้ชนะเลือกตั้ง แต่ถ้าพรรคภูมิใจไทยทาบทามมาเราคงไม่สามารถไปร่วมได้เพราะพรรคประชาชนไม่สามารถยกมือโหวตแคนดิเดตให้พรรคภูมิใจไทยได้
ทั้งนี้หัวหน้าพรรคประชาชนกล่าวว่าทุกการเลือกตั้งก็เป็นการสะท้อนเสียงประชาชน ตัวเขาเองยังไม่อยากวิเคราะห์การเมืองในวันนี้ว่าเหตุใดผลการเลือกตั้งจึงออกมาเช่นนี้ แต่ยอมรับผลการเลือกตั้งที่ประชาชนออกไปใช้สิทธิใช้เสียงของตัวเอง และน้อมรับทุกเหตุผล แม้ว่าจะได้รับทราบเรื่องกระบวนการเลือกตั้งที่ไม่ตรงไปตรงมาบ้าง แต่ก็ไม่อยากเอามาเป็นเหตุผลที่จะไม่น้อมรับเสียงของประชาชนเพราะเกิดขึ้นเป็นจุดๆ เป็นรายกรณีไปและทีมงานของพรรคก็ได้ดำเนินการร้องเรียนไปยังคณะกรรมการการเลือกตั้งและสื่อมวลชนแล้วอย่างต่อเนื่องในช่วงวันที่ผ่านมา
ณัฐพงษ์ตอบคำถามในประเด็นเรื่องการจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ว่า ขอร้องทุกพรรคการเมืองเพราะเมื่อผลประชามติออกมาแล้วว่าประชาชนต้องการให้ทำรัฐธรรมนูญใหม่ก็มุ่งหวังให้เดินหน้าตามเจตจำนงของประชาชนให้ถึงที่สุด การผลักดันรัฐธรรมนูญใหม่ไม่ได้ใช้เพียงแค่เสียง สส.อย่างเดียวแต่ต้องใช้เสียง สว.ด้วย แน่นอนว่ายิ่งมีเสียง สส.มากขึ้นเท่าไหร่เราก็ยิ่งมีโอกาสในการผลักดันร่างรัฐธรรมนูญใหม่ผ่านสภาง่ายขึ้นเท่านั้นแต่ก็ไม่ใช่ปัจจัยทั้งหมด
ทั้งนี้หัวหน้าพรรคตอบคำถามนักข่าวที่ถามว่าในเมื่อ สว.และพรรคการเมืองที่กำลังจะได้เป็นรัฐบาลถูกมองว่าเป็นพวกเดียวกันจะยังมีโอกาสในการผลักดันร่างรัฐธรรมนูญใหม่แค่ไหนนั้น เขาตอบว่าที่ผ่านมาในช่วงเลือกตั้งที่อนุทิน ชาญวีรกูล แคนดิเดตนายกฯ ของพรรคภูมิใจไทยออกมาแสดงความคิดเห็นว่าเห็นชอบกับการทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ก็ต้องรอดูหลังตั้งรัฐบาลไปแล้วกระบวนการเดินหน้าทำรัฐธรรมนูญใหม่ สส.ในรัฐบาลจะลงมติอย่างไร
