Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

เนื่องในวันยุติการเลือกปฏิบัติสากล กสม. ระบุแม้ไทยมีความก้าวหน้าด้านสิทธิ โดยเฉพาะสมรสเท่าเทียม แต่ยังพบการเลือกปฏิบัติในแรงงาน เพศสภาพ คนพิการ และแรงงานข้ามชาติ พร้อมเรียกร้องรัฐเร่งผลักดันกฎหมายกลางขจัดการเลือกปฏิบัติ และยกเลิกกฎระเบียบที่ละเมิดหลักความเสมอภาค

1 มีนาคม 2569 คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ได้เผยแพร่ สารคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติเนื่องในวันยุติการเลือกปฏิบัติสากล 1 มีนาคม ประจำปี 2569 ระบุว่าหลักความเสมอภาค เท่าเทียม และห้ามเลือกปฏิบัติเป็นหลักการสำคัญของสิทธิมนุษยชน ซึ่งระบุไว้ในปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน (UDHR) มาตั้งแต่ปี 2491 และปรากฏในพันธกรณีระหว่างประเทศด้านสิทธิมนุษยชนทุกฉบับ นอกจากนี้ยังเป็นหนึ่งในเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ข้อ 10 ที่ระบุถึงการสร้างหลักประกันว่าทุกคนจะมีโอกาสที่เท่าเทียม โดยการขจัดกฎหมายและนโยบายที่เป็นการเลือกปฏิบัติ รวมทั้งส่งเสริมการออกกฎหมาย นโยบาย และการกระทำที่เหมาะสม

จากการรับเรื่องร้องเรียน การติดตามและประเมินสถานการณ์สิทธิมนุษยชนของประเทศไทยในปี 2568 ที่ผ่านมา กสม. พบว่าแม้สังคมไทยจะมีความก้าวหน้าในด้านกฎหมายและนโยบาย โดยเฉพาะการบังคับใช้กฎหมายสมรสเท่าเทียมที่ให้สิทธิและความเสมอภาคในการก่อตั้งครอบครัวแก่บุคคลทุกเพศ แต่ยังมีปัญหาการเลือกปฏิบัติโดยเฉพาะในมิติด้านแรงงานและความเสมอภาคทางเพศ เพราะเหตุความแตกต่างทางเชื้อชาติ สุขภาพ ความพิการ เช่น การบังคับตรวจหาเชื้อเอชไอวีก่อนรับเข้าทำงาน การไม่ให้ผู้ประกันตนในกองทุนประกันสังคมที่ไม่มีสัญชาติไทยมีสิทธิเลือกตั้งกรรมการกองทุนประกันสังคม การตัดสิทธิคนพิการเนื่องจากขาดคุณสมบัติในการสอบผู้ช่วยผู้พิพากษา และการที่แรงงานข้ามชาติจำนวนมากในประเทศไทยต้องเผชิญกระแสความเกลียดชังทางเชื้อชาติซึ่งนำไปสู่การถูกกีดกันและการเลือกปฏิบัติ ไม่ได้รับค่าแรงที่เป็นธรรม เป็นต้น นอกจากนี้ยังพบปัญหาการเลือกปฏิบัติต่อบุคคลที่มีอัตลักษณ์ทับซ้อนมากขึ้น รวมทั้งการเลือกปฏิบัติเชิงโครงสร้างและทัศนคติที่เป็นอุปสรรคสำคัญ กล่าวคือ ยังมีกฎหมาย กฎ ระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศ ของหน่วยงานที่มีลักษณะเป็นการเลือกปฏิบัติซึ่งพบทั้งหน่วยงานรัฐและเอกชน

ในมิติด้านสตรีและความเสมอภาคทางเพศ พบว่าความรุนแรงในครอบครัวและการคุกคามทางเพศในการทำงานยังเป็นปัญหาที่ถูกกดทับ ผู้หญิงจำนวนมากไม่กล้าเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมเนื่องจากความกังวลต่อทัศนคติของสังคมที่มักกล่าวโทษเหยื่อ (Victim Blaming) และอิทธิพลของระบบอำนาจนิยมในองค์กร ขณะที่ผู้ต้องขังที่มีความหลากหลายทางเพศยังมีอุปสรรคในการเข้าถึงสิทธิขั้นพื้นฐานและการดูแลเฉพาะด้านในเรือนจำ

โฆษณา - Advertising

เนื่องในวันยุติการเลือกปฏิบัติสากล (Zero Discrimination Day) 1 มีนาคม ประจำปี 2569 โดยโครงการเอดส์แห่งสหประชาชาติ (UNAIDS) ภายใต้หัวข้อ “People First” หรือการให้ความสำคัญกับผู้คนเป็นอันดับแรก กสม. ขอเน้นย้ำถึงความสำคัญของการขจัดการเลือกปฏิบัติอย่างเป็นระบบ เพื่อให้คนทุกกลุ่มได้มีและใช้สิทธิของตนได้อย่างเสมอภาคและเท่าเทียมกันในฐานะมนุษย์ โดยขอยืนยันอย่างต่อเนื่องให้รัฐบาลเร่งผลักดันกฎหมายขจัดการเลือกปฏิบัติต่อบุคคลเพื่อเป็นกฎหมายกลางที่สร้างหลักประกันว่าคนทุกกลุ่มจะไม่ถูกเลือกปฏิบัติ หน่วยงานของรัฐต้องเป็นตัวอย่างที่ดีในการเป็นหน่วยงานที่ปราศจากการเลือกปฏิบัติโดยดำเนินการสร้างความตระหนักรู้ให้กับเจ้าหน้าที่รัฐ สื่อ และประชาชน รวมทั้งยกเลิกกฎหมาย กฎ ระเบียบ ประกาศ คำสั่ง นโยบาย ที่มีลักษณะเป็นการเลือกปฏิบัติ

สุดท้ายนี้ ขอให้ทุกคนในสังคมเป็นพลังสำคัญในการปรับเปลี่ยนอคติ สร้างความเข้าใจ ยอมรับในความหลากหลายและคุณค่าในความเป็นมนุษย์ เพื่อให้ประเทศไทยเดินหน้าไปสู่สังคมที่ไม่มีการเลือกปฏิบัติ อยู่ร่วมกันได้อย่างสันติ และเคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของทุกคน

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง
โฆษณา - Advertising