'แหวน' พยาบาลอาสาเผยอาการป่วยของ 'เอกชัย' ผู้ต้องขังคดีการเมือง ยังมีอาการปวดท้องหน่วง โดยวันนี้รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์เข้าเยี่ยมในเรือนจำบอกว่ายังเห็นเดินหลังตรงตาไม่เหลืองยังไม่ถือว่าวิกฤติ
9 มี.ค.256 เมื่อเวลา 12.00 น. ณัฎฐธิดา มีวังปลา หรือแหวน พยาบาลอาสา โพสต์สเตตัสเฟซบุ๊กหลังเยี่ยมเอกชัย หงส์กังวาน ผู้ต้องขังคดีตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 110 ในเรือนจำคลองเปรม และได้อัพเดตอาการป่วยของเอกชัย หลังจากเมื่อศุกร์ที่แล้วทางศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนเปิดเผยว่าเอกชัยปวดท้องรุนแรงบริเวณตับที่เคยผ่าตัดรักษาดูดฝีเมื่อปี 2566 และมีอาการต่อมลูกหมากโตของทางเรือนจำส่งตัวรักษาเร่งด่วน
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
ณัฎฐธิดาระบุว่า ณ วันนี้ เอกชัยยังไม่ได้รับการรักษาใดๆ และ
- วันนี้มีอาการปวดท้องตรงชายโคลงข้างขวา ปวดหน่วง
- ทานยา รักษาต่อมลูกหมากโตครบโดส 90 วัน
- ยังไม่ได้เจาะเลือดตรวจหาเชื้อ
- โรคฝีดาษลิง กำลังระบาด หนักใน เรือนจำ
- ค่า ตับเดิม เมื่อ 21/12/66 ที่116 U/L ยังไม่มีการตรวจครั้งใหม่
- เช้านี้เอกชัยแจ้งว่า มีรองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ (รองฯยุทธนา ) เข้าเยี่ยมเอกชัยที่สถานพยาบาล ( ซึ่งเป็นสถานพยาบาลภายในเรือนจำ ไม่ใช่โรงพยาบาลราชทัณฑ์ ) สอบถามอาการป่วยและชี้แจงเรื่องอาการป่วยเอกชัยว่าเห็นเดินมาก็หลังตรง ทรงตัวได้ดีตัวไม่งอตาไม่เหลือง ถือว่ายังไม่เป็นผู้ป่วยวิกฤต
"ถามท่านรองฯ ยุทธนาเพิ่มเติมค่ะท่านรองท่านสามารถสแกนภายในด้วยตาเปล่าได้ชัดเจนขนาดนั้นเลยเหรอคะ โดยที่ไม่ต้องอ่านผลเลือดหรือผลอุลตร้าซาวด์ใดๆ เลยหรือ ดังนั้นเอกชัยจึงยังไม่ใช่ผู้ป่วยวิกฤตตามที่ท่านมองด้วยตาเปล่าใช่หรือไม่" ณัฎฐธิดาระบุ
จ่ายยาตามแพทย์สั่งแล้ว นัดพบแพทย์ 11 มี.ค.นี้
ทั้งนี้ทางด้าน กรมราชทัณฑ์เผยแพร่ประชาสัมพันธ์ข่าวในประเด็นนี้ว่า ทางกรมฯ ได้มอบหมายให้ กองบริการทางการแพทย์เข้าตรวจสอบการเจ็บป่วยของเอกชัย โดยเจ้าหน้าที่ได้พูดคุยแลกเปลี่ยนข้อมูลกับเอกชัย พบว่า มีอาการของโรคฝีในตับและภาวะต่อมลูกหมากโต ซึ่งโรคฝีในตับเอกชัย ได้เคยเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลราชวิถี ต่อมาเมื่อได้รับการปล่อยตัวพ้นโทษเอกชัยไม่ได้รับการรักษา เนื่องจากไม่ประสงค์เข้าตรวจที่โรงพยาบาลตามสิทธิ์ของเอกชัยดังนั้น จึงไม่มีประวัติการรักษาต่อเนื่อง
เจ้าหน้าที่กองบริการทางการแพทย์จึงได้ให้คำแนะนำพร้อมทั้งสังเกตอาการฝีในตับและอาการต่อมลูกหมากโต ปัจจุบันนายเอกชัยฯ มีเพียงอาการจุกแน่นที่บริเวณชายโครงด้านขวา สามารถใช้ชีวิตประจำวันในเรือนจำได้ตามปกติ สามารถช่วยเหลือตนเองได้ สำหรับภาวะต่อมลูกหมากโต เจ้าหน้าที่พยาบาลเรือนจำกลางคลองเปรมได้จ่ายยาที่แพทย์สั่งไว้ตามแผนการรักษา โดยแพทย์ได้นัดเข้ารับการตรวจในวันที่ 11 มี.ค.2569 หากอาการไม่ดีขึ้นหลังรับประทานยาแล้ว แพทย์จะเป็นผู้วินิจฉัยและวางแผนการรักษาต่อไป
ทั้งนี้ สถานพยาบาลเรือนจำกลางคลองเปรมและกองบริการทางการแพทย์ ได้ทำความเข้าใจกับนายเอกชัยฯ เรียบร้อยแล้ว โดยจะประสานกับทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ เพื่อวางแผนการรักษาอย่างใกล้ชิด ส่วนกรณีที่ปรากฏเป็นข่าวว่าเอกชัยฯ ป่วยหนัก เป็นความห่วงใยของเพื่อนเอกชัยฯ ซึ่งเป็นพยาบาลได้เข้าเยี่ยม และแนะนำว่าควรพบแพทย์เพื่อเข้าตรวจรักษา
กรมราชทัณฑ์ได้ให้การดูแลชีวิตความเป็นอยู่ของผู้ต้องขังในเรือนจำและทัณฑสถานตามสิทธิขั้นพื้นฐานที่ผู้ต้องขังทุกคนพึงได้รับไม่ได้ละเลยโดยเฉพาะการเข้าถึงการรักษาพยาบาลตามหลักสิทธิมนุษยชนที่ควรได้รับอย่างเท่าเทียมกัน นอกจากนี้ กรมราชทัณฑ์ ได้รับรายงานจากเรือนจำพิเศษธนบุรีว่า พ้นภาวะการระบาดของโรคฝีดาษวานรแล้ว และได้ให้ผู้ต้องขังดำเนินชีวิตตามปกติ พร้อมให้บริการเยี่ยมญาติผู้ต้องขังแล้ว
